วัคซีนไข้หวัดใหญ่ HIGH DOSE สำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ HIGH DOSE สำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

FLU VACCINE HIGH DOSE

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ HIGH DOSE

ราคา 1 ท่าน : 1,599.-


โรคไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนในการติดเชื้อ องค์การนยนามัยโลกจึงแนะนำให้กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปฉีดวัคซีนไข้้หวัดใหญ่ High Dose โดยฉีดปีละ 1 ครั้ง

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ HIGH DOSE สำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

โรคไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยแนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โรคไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ปัจจุบันวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ มีการพัฒนาเพื่อเฉพาะผู้สูงอายุ เป็นชนิด High Dose วัคซีนเป็นเชื้อตายที่มีปริมาณแอนติเจนเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบปกติ ทำให้มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เพื่อป้องกันและช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ข้อดีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ High Dose สำหรับผู้สูงอายุ เมื่อเทียบกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบปกติ

  • ช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้มากกว่าวัคซีนขนาดปกติ 24.2%
  • ลดความรุนแรงถึงขั้นนอนโรงพยาบาลจากไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบได้ถึง 64.4%
  • ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตในผู้สูงอายุได้ถึง 48.9%
  • มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน สำหรับผู้สูงอายุ
วันนี้ - 31 สิงหาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

นพ.ธัญพิสิษฐ์ ตระการวนิช

นพ.ธัญพิสิษฐ์ ตระการวนิช
อายุรศาสตร์โรคไต

นพ.ธัญพิสิษฐ์ ตระการวนิช

Thanphisit Trakarnvanich
Specialty
  • อายุรศาสตร์โรคไต

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • อนุบัตร อายุรศาสตร์โรคไต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา
WED 17:00 - 20:00

นพ.เมธัส ปัญญาวงศ์ขันติ

นพ.เมธัส ปัญญาวงศ์ขันติ
อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ.เมธัส ปัญญาวงศ์ขันติ

MAETHAS PANYAWONGKHANTI
Specialty
  • อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular medicine)
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กหัวใจขั้นสูง (Advance Cardiac MRI)

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร แพทยศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • อนุบัตร อายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ

นพ.ณัฐวุฒิ นิลเจียรสกุล

นพ.ณัฐวุฒิ นิลเจียรสกุล
ศัลยกรรมระบบประสาท

นพ.ณัฐวุฒิ นิลเจียรสกุล

Mai.Nattawut Niljianskul, MD
Specialty
  • ศัลยกรรมระบบประสาท (Neurosurgery)
  • การผ่าตัดกระดูกสันหลังและไขสันหลังที่มีความซับซ้อน

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฏเกล้า มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย 2540
  • วุฒิบัตร สาขาประสาทศัลยศาสตร์ ประเทศไทย 2555
  • สาขาศัลยศาสตร์กระดูกสันหลังที่ซับซ้อน ภาควิชาประสาทศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลทหารบุนเดสเวอร์ครางเคินฮาวส์ เมืองอูลม์ ประเทศเยอรมัน 2560

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ

นพ.พงศธร เหลืองศศิพงษ์

นพ.พงศธร เหลืองศศิพงษ์
อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

นพ.พงศธร เหลืองศศิพงษ์

PHONGSATHORN LUEANGSASIPHONG
Specialty
  • อายุรศาสตร์โรคหัวใจ (General cardiology)

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรสาขา อายุรศาสตร์ ( Internal Medicine ) คณะแพทยศาสตร์  วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • วุฒิบัตรอนุสาขา อายุรศาสตร์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
SUN 09:00 - 12:00 อาทิตย์ที่ 1, 3, 5

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ปี 2026

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ปี 2026

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ปี 2026


690.- ตั้งแต่ 1 - 3 ท่าน : (ต่อท่าน)
600.- ตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป : (ต่อท่าน ฉีดวันเดียวกันในโรงพยาบาล)
600.- ตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป : (ต่อท่าน ฉีดนอกสถานที่ บ้านหรือบริษัท ระยะทางไม่เกิน 10 กม.)
(รวมค่าแพทย์และค่าบริการ)

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ปี 2026

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศคำแนะนำในการปรับสูตรวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับปี 2026 ให้กลับมาเป็นวัคซีน 3 สายพันธุ์ (Trivalent) แทนที่วัคซีน 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent) ที่ใช้ในปัจจุบัน โดยให้ ตัดสายพันธุ์ B/Yamagata ออกไปเนื่องจากไม่มีการระบาดของเชื้อสายพันธุ์นี้ตั้งแต่ปี 2020

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ได้แก่

  • สายพันธุ์ A (H1N1): สายพันธุ์ดั้งเดิมที่มักระบาดรุนแรง
  • สายพันธุ์ A (H3N2): สายพันธุ์ที่มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ
  • สายพันธุ์ B (Victoria): สายพันธุ์ที่มักพบระบาดในเด็กและวัยเรียน

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์

การฉีดวัคซีนเป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูง ควรฉีดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ก่อนเข้าฤดูฝน(เมษายน-พฤษภาคม) หรือก่อนเข้าฤดูหนาว เนื่องจากเป็นช่วงที่เชื้อแพร่กระจาย

วัคซีนนี้แนะนำให้ฉีดทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป แต่ "กลุ่มเสี่ยง" ที่ควรฉีดอย่างยิ่งคือ

  1. กลุ่มเปราะบาง: ผู้สูงอายุ ไม่เกิน 60 ปี (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปแนะนำไข้หวัดใหญ่ High Dose), เด็กเล็ก (6 เดือน - 2 ปี) และหญิงตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป)
  2. ผู้มีโรคประจำตัว: โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, หัวใจ, ไตวาย, เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็ง
  3. บุคลากรด่านหน้า: หมอ พยาบาล และผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยหรืออยู่ในที่แออัด

ประสิทธิภาพ

  • การป้องกันโรค: ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
  • การลดความรุนแรง: จุดประสงค์หลักคือ ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล ลดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม และลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
ค่าบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่
ค่าบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ภายในโรงพยาบาล

1 - 3 ท่าน
690.-
เงื่อนไข
  • รับบริการภายในโรงพยาบาล

4 ท่านขึ้นไป
600.- ราคา(ต่อท่าน)
เงื่อนไข
  • รับบริการภายในโรงพยาบาล
  • เข้ารับบริการพร้อมกัน ทั้ง 4 ท่าน

ค่าบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่บ้าน ระยะทางไม่เกิน 10 กม.

10 ท่านขึ้นไป
600.- ราคา(ต่อท่าน)
เงื่อนไข
  • ให้บริการในระยะทางไม่เกิน 10 กม.

ติดต่อ

ฉีดวัคซีนอื่น ๆ ที่โรงพยาบาล หรือ ที่บ้าน
วัคซีนปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์

วัคซีนปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ (สำหรับผู้ที่เคยได้รับวัคซีน)
3,100.- ราคา(เข็ม)
เงื่อนไข
  • สำหรับผู้ที่เคยได้รับวัคซีนแล้ว

วัคซีนอีสุกอีใส

วัคซีนอีสุกอีใส
1,700.- ราคา(เข็ม)

เงื่อนไข

  • ราคารวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้ว
  • การซื้อใน ระบบ Online เก็บสิทธิ์ได้ 3 เดือน นับจากวันที่ซื้อ
  • ราคาพิเศษ ให้บริการตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไปและใช้บริการในโรงพยาบาล ในวันเดียวกันทุกท่าน (พร้อมกัน)
  • สามารถเข้ารับบริการได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
  • ฉีดนอกสถานที่ไม่เกิน 10 กม.ราคาพิเศษ ตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป โทร. 02-587-0144 ต่อ 2110-3 มือถือ 094-016-2906
  • ขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน ยกเลิกทุกกรณี แต่สามารถเปลี่ยนแปลงวันรับบริการได้
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

เอ็นข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) คืออะไร

เอ็นข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) คืออะไร

เอ็นข้อไหล่ (Rotator Cuff) คือ กลุ่มของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ช่วยให้หัวไหล่เคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคง เช่น การยกแขน หมุนแขน หรือเอื้อมหยิบของ หากเอ็นกลุ่มนี้เกิดการฉีกขาด จะทำให้เกิดอาการปวดไหล่ เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก หรือมีแรงลดลง

สาเหตุของเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด

แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  1. การฉีกขาดจากอุบัติเหตุ (Traumatic Tear) เกิดจากแรงกระแทกหรือแรงดึงอย่างเฉียบพลัน เช่น
    • หกล้มแล้วเอามือยันพื้น
    • ยกของหนักผิดท่า
    • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  2. การฉีกขาดจากการเสื่อมสภาพ (Degenerative Tear) พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี เกิดจากการใช้งานข้อไหล่ซ้ำๆ จนเอ็นเริ่มบางและขาดง่าย เช่น
    • ปวดหัวไหล่ โดยเฉพาะเวลายกแขน เอื้อมหยิบของ หรือนอนตะแคงทับข้างที่เจ็บ
    • เคลื่อนไหวไหล่ลำบาก / ยกแขนไม่สุด รู้สึกติด ขัด หรือไม่สามารถยกแขนสูงหรือไพล่หลังได้เหมือนเดิม
    • อ่อนแรงหรือแรงลดลง โดยเฉพาะเวลายกของ หรือพยายามหมุนไหล่ในบางทิศทาง

รูปอาการปวดที่พบบ่อย
อาการปวดที่พบบ่อย เมื่อทำกิจกรรมเหล่านี้

อาการที่พบบ่อยของเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด

  • ปวดหัวไหล่ โดยเฉพาะเวลายกแขน เอื้อมหยิบของ หรือนอนตะแคงทับข้างที่เจ็บ
  • เคลื่อนไหวไหล่ลำบาก / ยกแขนไม่สุด รู้สึกติด ขัด หรือไม่สามารถยกแขนสูงหรือไพล่หลังได้เหมือนเดิม
  • อ่อนแรงหรือแรงลดลงโดยเฉพาะเวลายกของ หรือพยายามหมุนไหล่ในบางทิศทาง

การวินิจฉัย

แพทย์จะสอบถามอาการ ตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • เอกซเรย์ เพื่อดูโครงสร้างกระดูก
  • MRI เพื่อดูการฉีกขาดของเส้นเอ็นโดยละเอียด

วิธีการรักษา

ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการฉีกขาด

  1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด เหมาะสำหรับกรณีเอ็นฉีกเพียงบางส่วน (<50%) หรือมีอาการไม่รุนแรง
    • พักการใช้งาน ร่วมกับกายภาพบำบัด
    • การรับประทานยา หรือฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ
    • ฝึกกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อไหล่ให้แข็งแรง เพื่อชดเชยเอ็นที่บาดเจ็บ
  2. การรักษาโดยการผ่าตัด
    • แนะนำในกรณีที่ เอ็นฉีกขาดตลอดความหนา (Full Thickness Tear)
    • กรณีมีอาการรุนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาโดยไม่ผ่าตัด
    • การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery) ซึ่งเป็นเทคนิคที่แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และมีประสิทธิภาพในการซ่อมเอ็น

ป้องกันอย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักผิดท่า
  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่
หากมีอาการปวดหรือยกแขนไม่ขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และให้คำปรึกษา

บทความ

โปรแกรมตรวจคัดกรองภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS)

โปรแกรมตรวจคัดกรองภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS)

โปรแกรมตรวจคัดกรองภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS)

BASIC : 2,490.-

GOLD : 3,690.-


ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ถุงน้ำ" แต่มันคือความผิดปกติของระบบฮอร์โมนที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ทั่วโลก และเป็นสาเหตุต้นๆ ที่ทำให้มีบุตรยาก

โปรแกรมตรวจภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ Polycystic ovary syndrome (PCOS) เป็น ความผิดปกติของระบบฮอร์โมน ที่ทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป จนไปขัดขวางการตกไข่ ทำให้ไข่กลายเป็น "ถุงน้ำเล็กๆ" ค้างอยู่ในรังไข่จำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุต้นๆ ที่ทำให้มีบุตรยาก

สัญญาณเตือนที่พบบ่อย

  • ประจำเดือนรวน: มาไม่ปกติ มาห่าง หรือขาดหายไปนาน
  • อาการฮอร์โมนชายสูง: หน้ามัน สิวขึ้นเยอะ ขนดก (โดยเฉพาะหนวดและหน้าท้อง) หรือผมบางลง พบปัญหาในการมีบุตรยาก
  • รูปร่างเปลี่ยน: น้ำหนักตัวเพิ่มง่าย อ้วนลงพุง แม้จะพยายามคุมอาหาร
  • ลักษณะทางกายเปลี่ยน: ผมบางและผมร่วง ผิวมันหรือเป็นสิว ภาวะขนดกผิดปกติ (hirsutism) มักพบที่ใบหน้า หน้าอก หลัง หรือสะโพก

"อย่าปล่อยให้ความผิดปกติของฮอร์โมนทำลายสุขภาพระยะยาว! การตรวจพบภาวะ PCOS ตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานและภาวะมีบุตรยากได้อย่างมีนัยสำคัญ ขอแนะนำ โปรแกรมตรวจภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ที่รวบรวมการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์ไว้ครบจบในที่เดียว เพื่อการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงรุกสำหรับผู้หญิงยุคใหม่เช่นคุณ"

โปรแกรมตรวจภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS)

รายละเอียดรายการตรวจ
รายการตรวจ โปรแกรม
BASIC
โปรแกรม
GOLD
ตรวจร่างกายโดยแพทย์ สูตินรี Physical Examination by Gynecologist
วัดความดันโลหิต ชีพจร Blood Pressure, Vital signs
ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง Weight & Hight
ตรวจหาค่าดัชนีมวลกาย BMI
ตรวจอัลตราซาวด์ วินิจฉัยโรคทางนรีเวช Ultrasound TVS/TAS
ตรวจระดับฮอร์โมนโปรแลคติน Prolactin
ตรวจระดับฮอร์โมนการทำงานของรังไข่ FSH
ตรวจความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ TSH
ราคาปกติ 2,988.- 4,515.-
ราคาแพ็กเกจ 2,490.- 3,690.-
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ

  • ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์ และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
  • ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าใช้จ่ายกรณีตรวจพบความผิดปกติที่จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัย และรักษาเพิ่มเติม
  • โปรแกรมดังกล่าวเป็นโปรแกรมเหมาจ่าย ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมส่วนลดอื่น ๆ ได้
  • สำหรับโปรแกรมตรวจคัดกรองภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Gold) รอผลการตรวจ 1 สัปดาห์

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ Polycystic ovary syndrome (PCOS)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ Polycystic ovary syndrome (PCOS)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) เป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยในทางนรีเวช โดยพบภาวะนี้ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ร้อยละ 5-10 ซึ่งภาวะนี้เป็นกลุ่มอาการที่ประกอบด้วยภาวะที่มีฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงร่วมกับภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง ภาวะแอนโดรเจนสูงทำให้เกิดภาวะขนดก ผิวหน้ามัน มีสิวมาก บางรายอาจพบมีภาวะผมบางจากแอนโดรเจน (Androgen-dependent alopecia) ภาวะไข่ไม่ตกเรื้องรังจะทำให้ระยะระหว่างรอบระดูห่างมากขึ้น บางรายมีภาวะขาดระดูตามมา ร่วมกับมีการตรวจพบถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมากที่รังไข่ (Polycystic ovary)

สาเหตุ

การเกิดภาวะ PCOS ในปัจจุบันยังไม่ทราบชัดเจนแน่ชัด อาจจะเกิดจากความผิดปกติหลายระบบที่เกี่ยวเนื่องกันจำแนกออกเป็น

  • ความผิดปกติของต่อมใต้สมองส่วนหน้า (Abnormal pituitary function)
  • ความผิดปกติของการสร้างสเตียรอยด์ (Abnormal steroidogenesis)
  • ภาวะดื้อต่ออินซูลินและอินซูลินในเลือดสูง (Insulin resistance/hyperinsulinemia)

อาการแสดงที่บ่งบอกว่ามีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ PCOS

การเกิดภาวะ PCOS ในปัจจุบันยังไม่ทราบชัดเจนแน่ชัด อาจจะเกิดจากความผิดปกติหลายระบบที่เกี่ยวเนื่องกันจำแนกออกเป็น

  • ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือไม่มาเลย
  • มีปัญหาในการมีบุตรยาก (เนื่องจากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอหรือไม่ตกไข่)
  • ภาวะขนดกผิดปกติ (hirsutism) มักพบที่ใบหน้า หน้าอก หลัง หรือสะโพก
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • ผมบางและผมร่วง ที่ศีรษะ
  • ผิวมันหรือเป็นสิว

บทความ

4 วิธีป้องกันและรักษาเส้นเลือดขอด

4 วิธีป้องกันและรักษาเส้นเลือดขอด

เส้นเลือดขอด (Varicose Veins) คือ ภาวะที่หลอดเลือดดำใต้ผิวหนังที่มีการเสื่อมสภาพ จนโป่งพอง ยืดขยายตัวจนเห็นได้ชัดเจน นับว่าเป็นอาการแสดงหนึ่งของ ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (Chronic Venous Insufficiency) หรือ ภาวะเสื่อมถอยของระบบหลอดเลือดดำ ที่เกิดจากการใช้งานหนักสะสมมานานเนื่องจาก “มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ยืนตั้งฉากกับพื้นโลก ในขณะที่เลือดซึ่งเป็นของเหลวจะไหลลงสู่ที่ต่ำตามแรงโน้มถ่วงของโลก” ตอนที่เลือดลงมาเลี้ยงขานั้น จึงทำได้ง่ายกว่าเนื่องขาอยู่ต่ำ และมีหัวใจบีบอัดเลือดลงมาเลี้ยงขา แต่การที่เลือดจะเดินทางกลับไปคืนหัวใจนั้นทำได้ยากกว่ามาก

คำอธิบายภาพ
การเปรียบเทียบระยะห่างระหว่างหัวใจและขาของมนุษย์กับสัตว์อื่นๆ

ปกติเลือดเมื่อลงมาเลี้ยงที่ขาแล้วจะต้องกลับไปที่หัวใจ กล้ามเนื้อของขาและเท้าจะทำหน้าที่เป็นหัวใจดวงที่สองของมนุษย์ ทำหน้าทีบีบเลือดขึ้นไปด้านบน และเพื่อให้เลือดสามารถวิ่งขึ้นทางเดียว ธรรมชาติจึงสร้างหลอดเลือดดำให้มีลิ้น ซึ่งทำหน้าที่เปิดให้เลือดวิ่งขึ้น และปิดเมื่อไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับมา จึงอาจกล่าวได้ว่า หลอดเลือดดำนั้นจะถูกใช้งานเมื่อข้อเท้าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าหัวใจ (อยู่ที่ระดับราวนมเรานี่เอง) นั่นหมายความว่า ถูกใช้งาน ตั้งแต่เช้าที่เราลุกขึ้นจากที่นอน จนถึงเมื่อเราล้มตัวลงนอนจึงจะได้พัก เมื่อลิ้นของหลอดเลือดดำเสื่อมลง หรือผิดรูป ก็จะเกิดภาวะลิ้นรั่ว ทำให้เลือดไหลย้อนมากคั่งอยู่ในขามาก จนแรงดันทำให้หลอดเลือดดำยืดโป่งพองออกเป็นเส้นเลือดขอด เกิดภาวะขาบวม หรือมีผิวหนังอักเสบเรื้อรังตามความรุนแรงของความเสื่อม จนในที่สุดก็จะกลายเป็นแผลเรื้อรังที่ข้อเท้า ซึ่งมีน้ำเหลืองแฉะออกมาตลอดเวลา ทำให้ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงในการดูแลแผลระยะยาว ซึ่งระยะนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรังระยะท้ายก็เป็นได้

ความเสื่อมของหลอดเลือดดำ จะเกิดมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับ กรรมพันธุ์ของผู้ป่วย และความหนักของการใช้งาน เช่น อาชีพที่ยืนนาน มีการตั้งครรภ์ มีภาวะน้ำหนักเกิน มีลิ้นหัวใจรั่ว หรือมีการบาดเจ็บของขา เช่น กระดูกหัก ผ่าตัดเข่า ซึ่งนอกจากจะทำให้ลิ้นหลอดเลือดดำเสื่อมรั่วแล้ว บางครั้งอาจเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำด้วยทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น

คำอธิบายภาพ
ความเสื่อมจากการใช้งานก่อนเกิดการรั่วของลิ้นในหลอดเลือดดำ

ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง เป็นโรคแห่งความเสื่อมที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เนื่องจากด้วยเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันยังไม่สามารถเปลี่ยนหลอดเลือดดำที่ขาได้ทั้งหมด ดังนั้น เป้าหมายในการรักษาจึงเป็นการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้ความเสื่อมรุนแรงกลายเป็นระยะสุดท้ายที่มีแผลเรื้อรัง

การรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้ความเสื่อมรุนแรงกลายเป็นระยะสุดท้ายที่มีแผลเรื้อรัง

ซึ่งทำได้ 4 วิธีหลักๆ คือ

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดการใช้งานหลอดเลือดดำ ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการนั่งห้อยขา หรือยืนนิ่งๆนานๆ ออกเดินหรือออกกำลังกายกล้ามเนื้อที่ขาให้มากขึ้น ยกขาสูงระหว่างวัน และควบคุมน้ำหนัก
  2. ใช้อุปกรณ์บีบรัดขา หรือ ถุงน่องทางการแพทย์ ซึ่งเป็นถุงน่องที่รัดไล่ระดับความแน่นจากข้อเท้าขึ้นมา เพื่อช่วยให้การไหลเวียนของหลอดเลือดดำดีขึ้น เมื่อมีการบีบตัวของกล้ามเนื้อขา ป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนมาที่ผิวหนัง จึงช่วยชะลอไม่ให้เส้นเลือดขอด หรือผิวหนังอักเสบรุนแรงมากขึ้น
  3. การใช้ยา เพื่อกระตุ้นการทำงานของหลอดเลือดดำให้มีการหดตัวดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของลิ้นหลอดเลือดดำ ลดอาการอักเสบ ทำให้อาการปวด บวม เมื่อยขาลดลง แต่จำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่องเพื่อบรรเทาอาการ
  4. การผ่าตัด เพื่อกำจัดหลอดเลือดดำที่มีลิ้นรั่วบริเวณผิวหนังทิ้งไป เพื่อลดภาระงานหนักของหลอดเลือดดำอื่นๆ ทั้งนี้จำเป็นต้องทำการตรวจ ultrasound เพื่อระบุตำแหน่งหลอดเลือดดำที่ลิ้นรั่ว ว่าเป็นตำแหน่งที่สามารถผ่าตัดปิดไปได้หรือไม่

คำอธิบายภาพ
การรักษาและป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอด
ผศ.นพ.เชาวนันท์ พรวรากรณ์
ศัลยกรรมหลอดเลือด Vascular Surgery 

บทความ

ภาวะพร่อง ฮอร์โมนเพศชาย

ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศช […]

ทพญ.ปวิญญา มานุจำ

ทพญ.ปวิญญา มานุจำ
ทันตแพทย์ อุดและบูรณะ

ทพญ.ปวิญญา มานุจำ

PAWINYA MANUJUM, M.D.
Specialty
  • ทันตกรรมหัตถการ (Operative Dentistry)
  • อุดฟัน ครอบฟัน (Filling, Crown)

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก สาขาวิชาทันตกรรมหัตถการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา
TUE 15:00 - 19:00

5 การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่พบบ่อย และสัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจเป็นภาวะรุนแรง

5 การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่พบบ่อย และสัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจเป็นภาวะรุนแรง

การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอหรือเล่นกีฬาที่มีความเข้มข้นสูง ส่วนใหญ่แล้วอาการมักอยู่ในกลุ่มกล้ามเนื้ออักเสบ เอ็นอักเสบ หรือการใช้งานมากเกินไป (overuse injuries) ซึ่งมักทำให้ปวดตึง บวมเล็กน้อย และสามารถดีขึ้นได้ด้วยการพัก ประคบเย็น การปรับรูปแบบการฝึกและการกายภาพบำบัด อย่างไรก็ตาม หากอาการบาดเจ็บมีความรุนแรงมากขึ้น อาจบ่งบอกถึงการบาดเจ็บที่สำคัญกว่าการอักเสบทั่วไป ในกรณีเหล่านี้ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ ต่อไปนี้คือ 5 ตัวอย่างการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่พบได้บ่อยและควรเฝ้าระวัง ซึ่งหากสงสัยว่ามีอาการบาดเจ็บรุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

1. ข้อเท้าแพลง (Ankle sprain)

เป็นการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดในการเล่นกีฬา ส่วนใหญ่มักเป็นระดับไม่รุนแรง (เอ็นยืดหรือฉีกเล็กน้อย) และดีขึ้นได้ภายใน 1–2 สัปดาห์ด้วยการพัก ประคบเย็น และกายภาพบำบัดเบื้องต้น สัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจมีอาการบาดเจ็บรุนแรง ได้แก่

  • บวมเร็วมากภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะร่วมกับรอยช้ำบริเวณข้อเท้าหรือตาตุ่ม อาจบ่งบอกถึงเอ็นฉีกขาดระดับรุนแรง หรือมีเลือดออกในข้อ
  • ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้แม้เพียงประมาณ 3-4 ก้าวหลังเกิดอุบัติเหตุ มีอาการกดเจ็บเฉพาะจุดบริเวณรอบกระดูกตาตุ่มด้านในหรือด้านนอก หน้าแข้งส่วนล่าง หรือโคนกระดูกฝ่าเท้า อาจต้องตรวจเอกซเรย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม
  • รู้สึกข้อ “หลวม” หรือพลิกซ้ำง่าย อาจเป็นสัญญาณของเอ็นข้อเท้าฉีกขาดทั้งหมด ทำให้ข้อไม่มั่นคง และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเรื้อรัง

2. การบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า (Anterior cruciate ligament, ACL injury)

มักเกิดจากการหยุดกะทันหัน เปลี่ยนทิศทางเร็ว หรือกระโดดแล้วลงผิดท่า โดยไม่จำเป็นต้องมีการปะทะ ผู้ป่วยจำนวนมากจะเล่าว่าได้ยินเสียง “ป๊อบ” ในเข่าทันทีที่เกิดเหตุ โดยสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ดังนี้

  • เล่นกีฬาต่อไม่ได้ทันที ต้องหยุดเล่นเพราะเจ็บมากผิดปกติ
  • เข่าบวมเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง มักเกิดจากเลือดออกในข้อเข่า ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด
  • มีอาการเข่าอ่อน เข่าทรุด (giving way) รู้สึกไม่มั่นคงขณะเดิน หมุนตัวเปลี่ยนทิศทาง หรือขึ้นลงบันได

    3. หมอนรองกระดูกข้อเข่าฉีกขาด (Meniscus injury)

    หมอนรองกระดูกเข่า (meniscus) ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและช่วยกระจายน้ำหนักในข้อเข่า การบาดเจ็บมักเกิดจากการบิดหมุนของเข่าขณะลงน้ำหนัก เช่น การหมุนตัว การกระโดดลงน้ำหนักผิดจังหวะ หรือการถูกปะทะระหว่างเล่นกีฬา โดยอาการที่มักพบได้แก่

    • บวมหลังบาดเจ็บ แม้การบวมอาจไม่เร็วและมากเท่ากลุ่มเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด แต่หากบวมร่วมกับปวดมากโดยเฉพาะขณะงอเข่า หรือบวมเป็น ๆ หาย ๆ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
    • ปวดเฉพาะจุดด้านในหรือด้านนอกเข่าชัดเจน โดยเฉพาะหากกดเจ็บตามแนวข้อ และปวดมากเวลาหมุนเข่าหรือย่อตัว
    • เข่าล็อก เหยียดหรืองอได้ไม่สุด รู้สึกเข่าติด ขยับไม่ได้เต็มช่วง จนต้องขยับบางมุมแล้วจึงคลาย ซึ่งอาจเป็นการฉีกแบบรุนแรงของหมอนรองกระดูกเข่าแบบรอบวง (bucket-handle tear)

      4. ข้อไหล่หลุด (Shoulder dislocation)

      ข้อไหล่เป็นข้อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกาย จึงมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูง โดยเฉพาะในกีฬาที่มีการปะทะ หรือการถูกกระแทกโดยตรง โดยอาการที่ควรสงสัยภาวะข้อไหล่หลุดหรือควรได้รับการตรวจประเมินเพิ่มเติมมีดังนี้

      • ไหล่ผิดรูปชัดเจน หรือยกแขนไม่ได้ มักมีอาการปวดรุนแรงทันทีหลังล้ม หรือปะทะรุนแรง อาจสังเกตเห็นไหล่ด้านนอกแบนหรือโป่งออกทางด้านหน้าผิดปกติ มักต้องใช้มืออีกข้างประคองแขนไว้ตลอดเวลา ภาวะนี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อจัดข้อกลับอย่างถูกต้อง ไม่ควรพยายามดึงเข้าที่เอง เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อกระดูกหักหรือเส้นประสาทบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น
      • ไหล่หลุดซ้ำบ่อย หากเคยมีประวัติไหล่หลุดมาก่อน โดยเฉพาะเกิดครั้งแรกตั้งแต่อายุยังน้อย และเกิดซ้ำได้ง่ายแม้เพียงขยับผิดจังหวะ แสดงถึงภาวะข้อไหล่ไม่มั่นคงเรื้อรัง ควรได้รับการตรวจประเมินเพิ่มเติม เพราะอาจมีเส้นเอ็นหัวไหล่หรือหมอนรองข้อไหล่ฉีกขาดร่วมด้วย หรือมีกระดูกเบ้าไหล่เสียหาย และอาจต้องพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดเพิ่มเติม

        5. กระดูกหัก (Fracture)

        กระดูกหักจากการเล่นกีฬาอาจเกิดจากการล้ม การปะทะรุนแรง หรือแรงกระแทกโดยตรง กระดูกหักบางชนิดอาจไม่เคลื่อนมากและรักษาได้ด้วยการใส่เฝือกหรือดาม แต่บางกรณีถือเป็นภาวะรุนแรงที่ต้องประเมินและรักษาเร่งด่วน สัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจมีกระดูกหัก ได้แก่

        • ปวดมากผิดปกติ และขยับไม่ได้เลย หรือบวมตึงมาก และปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
        • ผิดรูปชัดเจน หรือมีแผลเปิด โดยหากแขนหรือขาผิดรูปชัด หรือมีแผลเห็นกระดูก (กระดูกหักแบบเปิด) ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
        • ปวดเรื้อรังในนักกีฬา แม้ไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน อาจเป็นกระดูกล้า (Stress fracture) เช่น ในกลุ่มนักวิ่งระยะไกล (marathon-ultra marathon) หากฝืนเล่นต่ออาจแตกหักมากขึ้นและใช้เวลาฟื้นตัวนาน

        โดยสรุป แม้การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและสามารถดีขึ้นได้ด้วยการพักและดูแลเบื้องต้น แต่หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวมเร็ว ลงน้ำหนักไม่ได้ หรือรู้สึกข้อไม่มั่นคง ไม่ควรฝืนเล่นต่อหรือปล่อยทิ้งไว้ การประเมินโดยแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยวินิจฉัยได้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสกลับไปเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

        ด้วยความปรารถนาดี
        นพ.กิตติธัช ใจดี
        ศัลยกรรมกระดูกและข้อ - เวชศาสตร์การกีฬา (Sports Medicine)

        บทความ