พญ.วิภา วรัญญูวงศ์

พญ.วิภา วรัญญูวงศ์
กุมารแพทย์ ต่อมไร้ท่อและเมทาบอลิสม

พญ.วิภา วรัญญูวงศ์

WIPA WARUNYUWONG
Specialty
  • กุมารเวชศาสตร์ ต่อมไร้ท่อและเมทาบอลิสม (Pediatric Endocrinology)

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร (พบ.) แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทย์ศาสตร์  จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตร กุมารเวชศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์  โรงพยาบาลชลบุรี
  • อนุสาขาต่อมไร้ท่อและเมทาบอลิสม กุมารเวชศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
SUN 10:00 - 16:00 อาทิตย์ที่ 1, 3, 5

โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

Acute Rhinosinusitis

ไซนัส คือโพรงอากาศที่อยู่บริเวณรอบใบหน้า มีเยื่อที่สามารถสร้างมูกได้ และมีรูเปิดระบายน้ำมูกเข้าที่ช่องจมูก ซึ่งมีอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงคือ ลูกตา และสมอง

โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเวชปฏิบัติทั่วไป โดยมักเกิดตามหลังการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โดยเฉพาะไข้หวัด ซึ่งการเป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลันนั้น สามารถเกิดได้จากการติดเชื้อทั้งแบคทีเรียและไวรัส โดยอาการที่พบได้จะประกอบด้วย มีน้ำมูกข้นเหนียวทั้งหน้าจมูกและไหลลงคอ คัดจมูก ปวดตึงบริเวณใบหน้า มีการได้กลิ่นลดลง (หรืออาจพบเป็นอาการไอได้ หากเป็นในเด็ก เนื่องจากมีน้ำมูกไหลลงคอปริมาณมาก)

เมื่อตรวจร่างกาย โดยเฉพาะการส่องกล้องเพื่อตรวจในโพรงจมูก จะสามารถพบน้ำมูกหรือหนองออกจากบริเวณรูเปิดของโพรงไซนัสต่างๆได้

โดยการรักษาประกอบไปด้วย ยาปฏิชีวนะ (หากสงสัยว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย) ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาแก้คัดจมูก และน้ำเกลือล้างจมูก และหากมีอาการไซนัสอักเสบเฉียบพลันบ่อยครั้งในรอบปี แพทย์อาจพิจารณาส่องกล้องเพื่อตรวจหาสาเหตุทางกายวิภาคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ

หากไม่ได้รับการรักษาในโรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน สามารถทำเกิดผลกระทบที่รุนแรงได้ เช่น มีการติดเชื้อลามไปที่บริเวณลูกตา หรือบริเวณสมองได้ เนื่องจากเป็นอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช่น มีโพรงหนองบริเวณลูกตา เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีหนองในสมองได้ ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการ ตาแดง ตาบวม มองเห็นน้อยลง มีไข้สูง แขนขาอ่อนแรงได้

sinusitis
Sinusitis

nasal endoscopy
Nasal Endoscopy

พญ.สิริวิมล ณุศรี
แพทย์หู คอ จมูกและภูมิแพ้

บทความ

โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

โรคไซนัสอักเสบเฉียบพ […]

โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง

โรคไซนัสอักเสบเรื้อร […]

นวตกรรม ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen)

"ปากกาลดน้ำหนัก" (Weight Loss Pen)

เริ่มต้น 12,000.-


"แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการสั่งซื้อ"
เนื่องจากปากกามีหลายขนาด และพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย

"ปากกาลดน้ำหนัก" (Weight Loss Pen)

นวัตกรรมที่ช่วยจัดการน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักหรือยาฉีดที่กระตุ้นฮอร์โมน GLP-1 (glucagon like peptide 1) และยาร่วมกระตุ้นทั้ง GLP-1/GIP (glucose dependent insulinotropic polypeptide) เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่ได้รับการศึกษาว่าสามารถลดน้ำหนักและปรับปรุงปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิกได้ เช่น เบาหวาน การใช้ยาควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาที่ร่วมการปรับพฤติกรรมและเฝ้าติดตามทางการแพทย์

ปากกาลดน้ำหนักทำงานอย่างไร

  • GLP-1: กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ชะลอการเคลื่อนของกระเพาะอาหาร และลดความอยากอาหาร
  • GIP: ส่งเสริมการตอบสนองของอินซูลินและร่วมเพิ่มประสิทธิผลของการลดน้ำหนักเมื่อผสมกับ GLP-1 Agonist

ปากกาลดน้ำหนัก ก็คือยาฉีดที่เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ยาจะส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อบอกว่า "อิ่มแล้ว" ทำให้เรารับประทานอาหารน้อยลง กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง และทำให้อิ่มนานขึ้น

ผู้ที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้ยา

ใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หรือผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนจากภาวะอ้วน เช่น เบาหวาน

คำแนะนำก่อนเริ่มใช้ยา

ก่อนเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อประเมินข้อบ่งชี้ ข้อควรระวัง โรคร่วม และความปลอดภัย โดยปกติจะตรวจประมาณ 3-6 รายการ โดยทำการเจาะเลือดครั้งเดียว ได้แก่:

  1. ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS, HbA1c) เพื่อประเมินโรคร่วมเบาหวาน
  2. การทำงานของตับและไต
  3. ค่าไขมันในเลือด (Lipid profiles)
  4. ค่าเลือดอื่นๆ เฉพาะโรคที่สงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุของโรคอ้วน เช่น thyroid function, cortisol

วิธีการใช้ยา

รูปแบบการให้ยา ส่วนมากให้ฉีดสัปดาห์ละครั้ง เช่น semaglutide, tirzepatide บางตัวฉีดรายวัน เช่น liraglutide ผู้ป่วยต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เรื่องขนาดยาและการเพิ่มขนาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดอาการข้างเคียง

การใช้ปากกาลดน้ำหนักเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการรักษา ควรปฏิบัติควบคู่กับการปรับพฤติกรรม (ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย) และควรได้รับการติดตามทางการแพทย์

ข้อดีของปากกาลดน้ำหนัก

  • ลดน้ำหนักได้จริง: จากงานวิจัยระบุว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ 5-15% (ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและการตอบสนองของผู้ใช้)
  • ลดความเสี่ยงโรค: ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจในผู้ป่วยบางกลุ่ม
  • ปรับพฤติกรรม: ช่วยให้ผู้ที่ "กินจุบจิบ" หรือ "หยุดกินไม่ได้" สามารถควบคุมตัวเองได้ง่ายขึ้นในช่วงเริ่มต้น

ข้อควรระวังและผลข้างเคียง

  • ผลข้างเคียงทางเดินอาหาร (คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก) เป็นสิ่งพบบ่อย มักลดลงเมื่อร่างกายปรับตัว
  • ระวังภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเมื่อนำไปใช้ร่วมกับ insulin หรือยาลดน้ำตาลกลุ่ม Sulfonylurea ต้องปรับขนาดยาและเฝ้าระวัง
  • ห้ามใช้ในผู้ตั้งครรภ์ หากวางแผนตั้งครรภ์ ควรหยุดยาก่อนตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์
  • ประวัติแพ้ ส่วนใหญ่ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติความผิดปกติของตับอ่อนอย่างรุนแรง (pancreatitis)
  • ผลข้างเคียงอื่น ๆ ปฏิกิริยาที่ตำแหน่งฉีด ผื่น การเปลี่ยนแปลงการรับรสอาหาร ฯลฯ
เริ่มต้น 12,000.-

ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ

  • ข้อแนะนำเพิ่มเติม ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ "ยามหัศจรรย์" ที่จะทำให้ผอมตลอดไปหากไม่ปรับพฤติกรรม หากหยุดยาแต่ยังทานเหมือนเดิม น้ำหนักก็มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นได้ (Yo-yo effect จากพฤติกรรม)
"แนะนำปรึกษาแพทย์/แพทย์ต่อมไร้ท่อ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม และวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย"

วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

พญ.สิริวิมล ณุศรี

พญ.สิริวิมล ณุศรี
แพทย์ หู คอ จมูก

พญ.สิริวิมล ณุศรี

SIRIWIMOL NUSRI
Specialty
  • โรคภูมิแพ้จมูก (Allergic rhinitis)
  • จมูกอักเสบ (Rhinitis)
  • ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน-เรื้อรัง (Acute and chronic rhinosinusitis)
  • ริดสีดวงจมูก (Nasal polyp)
  • เนื้องอกในโพรงจมูก (Sinonasal tumor)
  • ผนังกั้นจมูกคด (Deviated nasal septum)
  • ภาวะหิ้งจมูกโตที่ทำให้มีอาการคัดจมูก (Inferior turbinate hypertrophy)
  • การตรวจเพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ (Allergy test)
  • การให้วัคซีนภูมิแพ้ (Allergen immunotherapy)
  • ภาวะเลือดกำเดาไหล (Epistaxis)
  • ไข้หวัดและการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (Upper respiratory tract infection)
  • นอนกรน (Snoring)
  • ภาวะต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต ทำให้มีอาการนอนกรนในเด็ก (Adenotonsillar hypertrophy)
  • ทอนซิลอักเสบเรื้อรัง (Chronic tonsillitis)
  • ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ (Thyroid nodule)
  • ต่อมน้ำเหลืองโต (Cervical lymphadenopathy)
  • ภาวะน้ำขังในหูชั้นกลางจากท่อปรับความดันในหูทำงานไม่ดี (Otitis media with effusion)/ Procedure : จี้เพื่อลดขนาดหิ้งจมูก (RF turbinate)
  • ผ่าตัดเพื่อลดขนาดหิ้งจมูก (Turbinoplasty)
  • ผ่าตัดไซนัสอักเสบและริดสีดวงจมูก (Endoscopic sinus surgery)
  • ผ่าตัดแก้ผนังกั้นจมูกคด (Septoplasty)
  • ผ่าตัดเนื้องอกในโพรงจมูกและไซนัส (Endoscopic sinonasal tumor removal)
  • ตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ (Skin prick test)
  • ให้วัคซีนรักษาโรคภูมิแพ้ (Allergen immunotherapy)
  • จี้ทั้งเคมีหรือจี้ไฟฟ้าเพื่อห้ามเลือดในกรณีเลือดกำเดาไหล (Cauterization for epistaxis)
  • ใส่อุปกรณ์ห้ามเลือดกรณีเลือดกำเดาไหล (Nasal packing for epistaxis)
  • ใช้อุปกรณ์จี้ความเย็นเพื่อลดน้ำมูกในกรณีมีน้ำมูกไหลเรื้อรัง (Cryotherapy posterior nasal nerve)
  • ผ่าตัดนำต่อมทอนซิลออกในกรณีนอนกรนจากทอนซิลโต หรือทอนซิลอักเสบเรื้อรัง (Tonsillectomy)
  • ผ่าตัดนำต่อมอะดีนอยด์ออกในกรณีเด็กนอนกรน (Adenoidectomy)
  • จี้เพดานอ่อนในกรณีเพดานอ่อนหย่อน ทำให้มีอาการนอนกรน (RF soft palate)
  • เจาะระบายน้ำในหูชั้นกลางและใส่ท่อระบายในกรณีภาวะน้ำขังในหูชั้นกลางจากท่อปรับความดันในหูทำงานไม่ดี (Myringotomy with PE tube insertion)
  • ใช้บอลลูนเพื่อขยายท่อปรับความดันจากหูชั้นกลาง เพื่อแก้อาการหูอื้อเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาขึ้นลงเครื่องบิน จากท่อปรับความดันในหูทำงานไม่ดี (Endoscopic balloon eustachian tube dilatation)
  • ใช้บอลลูนเพื่อขยายรูไซนัส ในกรณีไซนัสอักเสบเรื้อรัง แต่ยังไม่อยากผ่าตัดไซนัส (Balloon sinuplasty)
  • ผ่าตัดนำก้อนที่ต่อมไทรอยด์ออก (Thyroid lobectomy/ total thyroidectomy)
  • ผ่าตัดนำต่อมน้ำเหลืองที่คอออก (Cervical Lymph node excision)
  • ผ่าตัดนำก้อนที่คอออก (Neck mass excision)
Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร (เกียรตินิยมอันดับสอง) แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรโสต ศอ นาสิกวิทยา ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ประกาศนียบัตร สาขาวิชาโรคจมูกและภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
SAT 13:00 - 18:00 ศุกร์ที่ 1, 3, 5

โปรแกรมคัดกรองมะเร็ง 10 ชนิด ด้วย Spot-MAS

Spot-MAS

โปรแกรมคัดกรองมะเร็ง 10 ชนิด multi-cancer screening

13,000.-


'เวลา'คือหัวใจสำคัญของการรักษามะเร็ง มอบความอุ่นใจให้คนที่คุณรัก ด้วย Spot Mas
นวัตกรรมการตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือด 1 ครั้ง ค้นหามะเร็ง 10 ชนิด

Spot-MAS

ค้นหามะเร็ง 10 ชนิด

(Multi-cancer Screening)

 

นวัตกรรมการตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือด (Liquid Biopsy) โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งที่ปนอยู่ในกระแสเลือด (ctDNA) ซึ่งเน้นไปที่การตรวจรอยโรคในระดับ DNA

ทำไมต้องใช้ Spot-MAS?

การตรวจสุขภาพประจำปีอาจไม่เพียงพอที่จะตรวจพบมะเร็งได้ในระยะแรกเริ่ม (Stage 1-2) เนื่องจาก
  • อาการมักไม่ปรากฏ: มะเร็งหลายชนิดจะแสดงอาการเมื่อเข้าสู่ระยะแพร่กระจายแล้ว
  • ข้อจำกัดของการตรวจแบบเดิม: การทำ CT Scan หรือ MRI มีค่าใช้จ่ายสูงและได้รับรังสี ส่วนการตรวจ Marker เลือดแบบเดิมมีความแม่นยำต่ำกว่า
  • ความสะดวก: ใช้การเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว แทนการส่องกล้องหรือตัดชิ้นเนื้อซึ่งมีความเจ็บปวดและซับซ้อนกว่า
  • ความน่าเชื่อถือของข้อมูล : Spot-MAS ถือเป็นเทคโนโลยีที่มี ความน่าเชื่อถือสูงในเชิงวิทยาศาสตร์ โดยมีจุดเด่นดังนี้
    • เทคโนโลยีระดับสูง: ใช้เทคโนโลยี Massively Parallel Sequencing (MPS) เพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงทางเคมีบน DNA (Methylation) ซึ่งเป็นสัญญาณแรกๆ ของมะเร็ง
    • ความแม่นยำ (Specificity): มีค่าความจำเพาะสูงถึง 95.9% หมายความว่าโอกาสที่จะเกิดผลบวกปลอม (ไม่ได้เป็นมะเร็งแต่ผลบอกว่าเป็น) มีน้อยมาก
    • การรองรับ: เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยทางคลินิก และนิยมใช้ในศูนย์การแพทย์ชั้นนำในปัจจุบัน

ตรวจหาได้กี่ชนิดในการตรวจครั้งเดียว?

การตรวจ Spot-MAS มาตรฐาน 1 ครั้ง สามารถคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งที่พบบ่อยได้ 10 ชนิด ได้แก่
  1. มะเร็งปอด
  2. มะเร็งเต้านม
  3. มะเร็งตับและท่อน้ำดี
  4. มะเร็งลําไส้ใหญ่และไส้ตรง
  5. มะเร็งกระเพาะอาหาร
  6. มะเร็งรังไข่
  7. มะเร็งตับอ่อน
  8. มะเร็งหลอดอาหาร
  9. มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  10. มะเร็งศีรษะและลำคอ

ระยะเวลารอผลตรวจ

โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30 วันทำการ เนื่องจากต้องส่งตัวอย่างเลือดเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมที่ซับซ้อน

ข้อดีของ Spot-MAS

  • ตรวจพบไว: มีโอกาสตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีอาการ (ระยะที่ 1 หรือ 2)
  • เจ็บตัวน้อย: เพียงแค่เจาะเลือด 10 มล. เหมือนการตรวจเลือดทั่วไป
  • ระบุตำแหน่งได้: หากผลเป็นบวก เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยระบุได้ว่าความผิดปกติน่าจะมาจากอวัยวะใด เพื่อให้แพทย์ตรวจเจาะลึกได้ตรงจุด
  • ความปลอดภัยสูง: ไม่มีผลข้างเคียงจากรังสี

ใครที่ควรตรวจด้วยวิธีนี้?

ข้อควรระวัง

Spot-MAS คือเครื่องมือ "คัดกรองความเสี่ยง" ไม่ใช่การ "วินิจฉัย" หากผลตรวจพบความเสี่ยง (Positive) ผู้ตรวจจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน (เช่น การส่องกล้องหรือทำ CT Scan) ตามคำแนะนำของแพทย์ต่อไป

13,000.-

ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ

วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

พญ.ชนินันท์ โฆษิตกุลจร

พญ.ชนินันท์ โฆษิตกุลจร
แพทย์ผิวหนังและความงาม

พญ.ชนินันท์ โฆษิตกุลจร

CHANINAN KOSITKULJORN
Specialty
  • ตจวิทยา (Dermatologist)
  • เลเซอร์กระ กระแดด รอยสิว สิว ฝ้า ผมบาง หน้าขาวใส
Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) เกียรตินิยมอันดับสอง คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ตจวิทยา (ผิวหนัง) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
FRI 17:00 - 20:00 ศุกร์ที่ 1, 3, 5
SAT 11:00 - 18:00

หยุดเดา! หาต้นตอภูมิแพ้ให้เจอ รู้ชัด รักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หยุดเดา! หาต้นตอภูมิแพ้ให้เจอ

รู้ชัด รักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อาการไอ จาม ผื่นคันเรื้อรัง อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก อย่าปล่อยให้ภูมิแพ้รบกวนชีวิตคุณและคนที่คุณรัก เลือกโปรแกรมที่ใช่ เพื่อการรักษาที่ได้ผล โรงพยาบาลบางโพ มีการทดสอบภูมิแพ้ 3 แบบ 5 ทางเลือก เลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ

หยุดเดา! หาต้นตอภูมิแพ้ให้เจอ

รู้ชัด รักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อาการไอ จาม ผื่นคันเรื้อรัง อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก
อย่าปล่อยให้ภูมิแพ้รบกวนชีวิตคุณและคนที่คุณรัก เลือกโปรแกรมที่ใช่ เพื่อการรักษาที่ได้ผล โรงพยาบาลบางโพ
มีการทดสอบภูมิแพ้ 3 แบบ 5 ทางเลือก เลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ

เลือกวิธีตรวจภูมิแพ้ที่เหมาะกับคุณ

การทดสอบ ทางผิวหนัง (Skin Test)
อายุ 15 ปีขึ้นไป
ข้อดี
  • รู้ผลเร็วภายใน 15–20 นาที
  • ราคาประหยัดที่สุด
  • เห็นตุ่มนูนแดงชัดเจนด้วยตา
  • ตรวจหลัก ๆ ไรฝุ่น ขนสัตว์ อาหารทะเล
ข้อควรระวัง
  • ต้องงดยาแก้แพ้ 7 วัน
  • มีความเสี่ยง systemic reaction (พบน้อยมาก)
  • ทำไม่ได้หากมีผื่นผิวหนังรุนแรง

การทดสอบ ด้วยการรับประทาน  Oral Food Challenge Test
ทุกช่วงวัย
ข้อดี
  • แม่นยำสูงสุด – Gold Standard
  • ยืนยันได้ 100% ว่าแพ้อาหารนั้นจริง
  • บอกปริมาณที่เริ่มเกิดอาการ
ข้อควรระวัง
  • ต้องงดยาแก้แพ้ 7 วัน
  • เสี่ยงอาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)
  • ต้องทำในโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ครบ

การทดสอบ ด้วยการเจาะเลือด (Allergy Blood Test)
เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย • ไม่ต้องงดยาแก้แพ้ • ไม่ต้องอดอาหาร

เจาะเลือดครั้งเดียว ตรวจได้หลายระดับความละเอียด มี 3 ทางเลือกหลัก

ทางเลือก 1: Allergy Screening Test (มาตรฐานเบื้องต้น)

ตรวจคัดกรองกลุ่มสารก่อภูมิแพ้หลัก 20–40 ชนิด ในกลุ่มเดียว (เช่น กลุ่มอาหารหลัก หรือกลุ่มสิ่งแวดล้อม)

ข้อดี
  • คุ้มค่า ราคาไม่สูง
  • เหมาะสำหรับคนที่อาการไม่ชัดเจน ต้องการคัดกรองกว้าง ๆ ก่อน
  • รู้ผลค่อนข้างเร็ว
ข้อควรทราบ
  • บอกแค่ "แพ้กลุ่มนั้น" ไม่ระบุชนิดย่อย (เช่น แพ้อาหารทะเล แต่ไม่บอกกุ้งหรือปู)
  • ไม่เหมาะถ้าต้องการความละเอียดสูง
  • รอผล 3–5 วัน

ทางเลือก 2: ImmunoCAP Specific IgE (มาตรฐานแม่นยำ)

การตรวจภูมิแพ้ แบบเจาะจง หาสารก่อภูมิแพ้ 6 ชนิด (เช่น ไข่ นม ข้าวสาลี ถั่วเหลือง กุ้ง ปลา
หรือชุดอื่น ๆ)

ข้อดี
  • Gold Standard ในห้องปฏิบัติการ ความแม่นยำและเสถียรสูง
  • ประเมินระดับ IgE ได้ → คาดการณ์ความรุนแรง และโอกาสหายแพ้ในอนาคต
  • ผลเชื่อถือได้มาก
ข้อควรทราบ
  • ตรวจได้แค่ 6 ชนิดต่อครั้ง
  • ราคาสูงกว่าทางเลือกเบื้องต้น
  • รอผล 14 วัน

ทางเลือก 3: ALEX (Allergy Explorer) – เจาะลึกที่สุด

การตรวจภูมิแพ้ แบบเชิงลึก ระดับโมเลกุล 295 ชนิด ครอบคลุมอาหาร สิ่งแวดล้อม พิษแมลง เกสร เชื้อรา ฯลฯ

ข้อดี
  • ครอบคลุมที่สุดในปัจจุบัน เพียงเจาะเลือดครั้งเดียว
  • แยก "แพ้จริง" จาก "แพ้ข้ามกลุ่ม" (cross-reactivity) ได้ชัดเจน
  • มี CCD inhibitor ลดผลบวกปลอม (false positive)
  • ช่วยวางแผนรักษาแม่นยำ (หลีกเลี่ยง / ภูมิคุ้มกันบำบัด / คาดการณ์อาการรุนแรง)
ข้อควรทราบ
  • ราคาสูงที่สุด
  • เหมาะกับคนที่มีอาการซับซ้อนหรือสงสัยแพ้หลายอย่าง
  • รอผล 14 วัน

อาการซับซ้อนหรือสงสัยแพ้หลายอย่าง
แนะนำ ALEX 295 ชนิด

ตรวจละเอียดระดับโมเลกุล เพียงเจาะเลือดครั้งเดียว • แยกแพ้จริง – แพ้ข้ามกลุ่ม • ลด false positive
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

นพ.ณัฐวัชร กุกแก้ว

นพ.ณัฐวัชร กุกแก้ว
จักษุแพทย์

นพ.ณัฐวัชร กุกแก้ว

Nattawat Kukkaew, MD.
Specialty
  • โรคทางกระจกตา
  • กระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา
Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • อนุมัติบัตร สาขาวิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • อนุสาขากระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา
WED 17:00 - 20:00

มะเร็งปอด: รู้ก่อน ตรวจเร็ว เพิ่มโอกาสรักษาหาย

มะเร็งปอด: รู้ก่อน ตรวจเร็ว เพิ่มโอกาสรักษาหาย

 

 

 

มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย เนื่องจากในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม ซึ่งการรักษาทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงปัจจุบันมีวิธี “ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด” ที่สามารถช่วยค้นหามะเร็งในระยะเริ่มต้นได้ คือ การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอดแบบใช้รังสีต่ำ (Low-dose CT chest) ซึ่งใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าการตรวจ CT ปกติ และสามารถตรวจพบก้อนเนื้อขนาดเล็กในปอดได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ
นพ.พิภู ถาวรชีวิน
อายุรแพทย์ โรคปอด

ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรอง?

การตรวจ Low-dose CT chest แนะนำในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีประวัติสูบบุหรี่ถึงเกณฑ์ที่แพทย์ประเมินว่าเสี่ยงต่อมะเร็งปอด นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงร่วมก็อาจได้รับประโยชน์จากการตรวจคัดกรองเช่นกัน ได้แก่

  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด
  • เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
  • เป็นโรคพังผืดในปอด
  • เคยสัมผัสควันบุหรี่หรือมลพิษทางอากาศเป็นเวลานาน

ประโยชน์ของการตรวจคัดกรอง

การตรวจพบมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงขึ้น ผู้ป่วยบางรายสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการรักษาเฉพาะจุด โดยไม่จำเป็นต้องใช้เคมีบำบัดหรือยาราคาแพงในระยะลุกลาม อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งสำคัญที่ควรรู้

การตรวจคัดกรองไม่ใช่การตรวจสำหรับทุกคน ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงโดยแพทย์ก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงการตรวจที่ไม่จำเป็น หากผลตรวจพบความผิดปกติ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาการติดตาม ตรวจเพิ่มเติม หรือวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

มะเร็งปอดไม่ใช่โรคไกลตัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง การรู้เท่าทันและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม คือก้าวสำคัญในการป้องกันและลดความรุนแรงของโรค หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดอย่างเหมาะสม

บทความ

นพ.พิภู ถาวรชีวิน

นพ.พิภู ถาวรชีวิน
อายุรแพทย์ โรคระบบการหายใจ

นพ.พิภู ถาวรชีวิน

PIPU TAVORNSHEVIN, MD, MSc
Specialty
  • วัณโรคปอด (Tuberculosis)
  • โรคระบบการหายใจ (Respiratory medicine)
  • เวชบำบัดวิกฤต (Critical care medicine)
Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • ว.ว.อายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ว.ว.อายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอายุรศาสตร์ วท.ม. (ป.โท)
  • ว.ว.อนุสาขาเวชบำบัดวิกฤต คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
SAT 09:00 - 12:00 เสาร์ที่ 2, 4

แจกพิกัดที่เที่ยววันเด็ก เติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ ของครอบครัว

วันเด็กปี 2569 ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
โดยในทุกๆ ปี "วันเด็กแห่งชาติ" จะถูกกำหนดให้ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพาครอบครัวไปเที่ยวเด็กๆ จะได้สนุกสนานและเรียนรู้ไปพร้อมกันแท็กเพื่อน แล้วชวนเด็ก ๆ ออกไปผจญภัยกัน!
วันเด็กแห่งชาติ-กองทัพอากาศ-2569.jpg
วันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ 2569
วันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ 2569
กองทัพอากาศ
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 07.00-16.00 น. ณ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 (ดอนเมือง), พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ, สนามบินเล็กกองทัพอากาศทุ่งสีกัน และพื้นที่กองบินทั่วประเทศ (ยกเว้น กองบิน 1, 3, 4, 7 และ 21 งดจัดงาน)
ไฮไลท์กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด
  • การแสดงการบิน (Air Show) : ชมความอลังการของฝูงบินรบและการแสดงทางอากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจ
  • สัมผัสอย่างใกล้ชิด : จัดแสดงอากาศยานและอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารที่หาดูได้ยาก
  • ความบันเทิงเต็มรูปแบบ : การแสดงบนเวทีสุดสนุก และบูธกิจกรรมจากหน่วยงานต่าง ๆ
  • ลุ้นรางวัลใหญ่ : กิจกรรมร่วมสนุกพร้อมของรางวัลมากมายตลอดทั้งวัน
  • อิ่มอร่อย : มีบริการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับเด็ก ๆ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : RTAF News
ใต้ร่มพระบารมี-แม่ฟ้าของแผ่นดิน.jpg
ใต้ร่มพระบารมี แม่ฟ้าของแผ่นดิน
ใต้ร่มพระบารมี แม่ฟ้าของแผ่นดิน
วุฒิสภา
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป ณ อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา)
พบกับไฮไลต์ห้ามพลาด ได้แก่
  • "นั่งเก้าอี้ประธานวุฒิสภา" ในห้องประชุมวุฒิสภา พร้อมถ่ายภาพที่ระลึก
  • เพลิดเพลินกับกิจกรรมเวทีกลาง และกิจกรรมสนุก ๆ ตลอดงาน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : วุฒิสภา
วันเด็กแห่งชาติ-2569-สภาพัฒน์.jpg
วันเด็กแห่งชาติ 2569 ณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
วันเด็กแห่งชาติ 2569
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 8.30-12.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์สุริยานุวัตรเพื่อการพัฒนาประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ถ.หลานหลวง) กรุงเทพฯ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : สภาพัฒน์
วันเด็กแห่งชาติ-2569-tk_park.jpg
วันเด็กแห่งชาติ 2569 TK Park
วันเด็กแห่งชาติ 2569
TK Park
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 10.00-17.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชวนเด็กๆ เจนอัลฟ่ารวมตัวปกป้องโลกไปด้วยกันกับ “Alpha Green Hero พลังเด็กรักษ์โลก” มา ปล่อยพลัง ทำภารกิจพิทักษ์โลก เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านเกม กิจกรรม และของรางวัลสุดพิเศษจากผู้ใหญ่ใจดี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : TK Park อุทยานการเรียนรู้
กิจกรรมวันเด็ก-lets-game-on.jpg
กิจกรรมวันเด็ก LET'S GAME ON
กิจกรรมวันเด็ก LET'S GAME ON
พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00-16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)
เมื่อเด็ก Gen Alpha หลุดเข้าไปในโลกพิกเซล 👾 มาร่วมภารกิจย้อนเวลาไปยุค 90s ไปกับกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ในธีม "LET'S GAME ON"
สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)
วันเด็กแห่งชาติ-2569-roblox-topia.jpg
ROBLOX TOPIA ตะลุยเมืองมหาสนุก
ROBLOX TOPIA ตะลุยเมืองมหาสนุก
พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 2 (ทุ่งครุ)
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00-14.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 2 (ทุ่งครุ)
วันเด็กแห่งชาติปีนี้ ROBLOX TOPIA ตะลุยเมืองมหาสนุก พบกับกิจกรรมการแสดงต่าง ๆ ของรางวัลที่พร้อมเรียกรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ เตรียมถุงผ้ามานะ แล้วมาร่วมสนุกด้วยกัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 2 (ทุ่งครุ)
LIBRARY-LAND-ดินแดนแห่งความปลอดภัย.jpg
LIBRARY LAND ดินแดนแห่งความปลอดภัย
LIBRARY LAND ดินแดนแห่งความปลอดภัย
หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 09.00-15.00 น. ณ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Library)
พาเด็กๆ บุก LIBRARY LAND ดินแดนแห่งความปลอดภัย เรียนรู้ เล่นสนุก ปลอดภัย ได้ความรู้ครบ จับรางวัลพิเศษเวลา 11.30 น. และ 14.00 น (เฉพาะผู้โชคดีที่อยู่ในงานเท่านั้น) และได้เรียนรู้ผ่าน 5 ฐานกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร Bangkok City Library
วันเด็ก-69-เราเป็นเด็กดี.jpg
วันเด็ก '69 "เราเป็นเด็กดี"
วันเด็ก '69 "เราเป็นเด็กดี"
สถานีวิทยุ สวพ.FM91
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00-13.00น. ณ สถานีวิทยุ สวพ.FM91 ซ.ข้างกรมพัฒนาที่ดิน ถ.พหลโยธิน (ใกล้กับ BTS เสนานิคม) ภายในงานพบกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น
  • "ตักไข่ ” ลุ้น “จักรยาน” และ“หมวกนิรภัย วัยใส” จาก “วิริยะประกันภัย”
  • ประกวดวาดภาพ " โตขึ้น..หนู..อยากเป็นอะไร? " (วาดมาจากที่บ้านได้เลย แล้วมาส่งประกวดที่งาน)
  • ถ่ายรูปสวย ๆ โฟโต้บูธ กับ polarluv.booth (โพลาร์เลิฟ บูธ) รับรูปกลับบ้านได้เลย
  • บูธเพ้นท์หน้า รูปสัตว์น่ารักต่าง ๆ
  • สนุกสนาน กับซุ้มเกมส์
  • อิ่มหนำ กับขนมนมเนย และของรางวัลจากผู้ใหญ่ใจดี
  • เปิดโอกาสให้เด็กๆ ออนแอร์หน้าไมค์ ร่วมจัดรายการกับพี่ ๆ ดีเจ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : FM91 Trafficpro
ThaiPBS-คิดส์เดย์-2569-พลังเล็ก-พลังโลก.jpg
ThaiPBS คิดส์เดย์ 2569 พลังเล็ก พลังโลก
ThaiPBS คิดส์เดย์ 2569 พลังเล็ก พลังโลก
Thai PBS
ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 07.00-15.00 น. ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต
ในงาน ThaiPBS คิดส์เดย์ 2569 พลังเล็ก พลังโลก รวมบูธกิจกรรมสุดมันส์ พร้อมพบพี่ ๆ พิธีกรจาก Thai PBS Kids and Learning
พบกับรายการโปรดของหนู ๆ มาเพียบ ! เช่น ท้าให้อ่าน, ขบวนการ FUN น้ำนม, คิดส์คลับ, Kids Ranger, ตาต้าตีตี้โตโต้, หม้อข้าวหม้อแกง, บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย และ l know OK
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Thai PBS

หัวใจเต้นผิดจังหวะ : ภัยเงียบที่ควรรู้ไว้

หัวใจเต้นผิดจังหวะ : ภัยเงียบที่ควรรู้ไว้

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ถือเป็น "ภัยเงียบ" ที่คุกคามสุขภาพหัวใจของคนจำนวนมาก หากละเลยหรือไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ
นพ.สนัฐชา อาภาคัพภะกุล
อายุรแพทย์ โรคหัวใจ

หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร ?

หัวใจเต้นผิดจังหวะ คือ ภาวะที่อัตราการเต้นของหัวใจไม่เป็นไปตามปกติ ไม่ว่าจะเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia) ช้าเกินไป (Bradycardia) หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ (Electrical System) โดยปกติ หัวใจผู้ใหญ่จะเต้นด้วยอัตราประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาทีขณะพัก

ประเภทของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอะไรบ้าง ?

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ตามอัตราการเต้นของหัวใจและตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติ

  1. ภาวะหัวใจเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia)
    • หัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - AF) : เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด หัวใจห้องบนจะเต้นเร็วและไม่เป็นระเบียบ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
    • หัวใจห้องบนเต้นเร็วผิดปกติ (Supraventricular Tachycardia - SVT) : การเต้นเร็วผิดปกติที่เริ่มต้นจากหัวใจห้องบนหรือรอยต่อระหว่างห้องบนและห้องล่าง
    • หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ (Ventricular Tachycardia - VT) : เป็นภาวะที่อันตราย อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นได้
    • หัวใจห้องล่างสั่นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation - VF) : เป็นภาวะฉุกเฉิน หัวใจห้องล่างสั่นอย่างรวดเร็วและไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ ต้องได้รับการกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าทันที
  2. ภาวะหัวใจเต้นช้าเกินไป (Bradycardia) : อัตราการเต้นของหัวใจน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที มักเกิดจากความผิดปกติของตัวสร้างสัญญาณไฟฟ้า (Sinoatrial Node) หรือการนำสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกบล็อก
  3. ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (Premature or Ectopic Beats) : เกิดจากมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่มาเร็วกว่าปกติเป็นครั้งคราว เช่น หัวใจเต้นก่อนกำหนดจากห้องบน (Premature Atrial Contractions - PACs) หรือจากห้องล่าง (Premature Ventricular Contractions - PVCs) มักไม่เป็นอันตรายหากไม่ได้เกิดบ่อยจนเกินไป

หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร ?

หัวใจเต้นผิดจังหวะ คือ ภาวะที่อัตราการเต้นของหัวใจไม่เป็นไปตามปกติ ไม่ว่าจะเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia) ช้าเกินไป (Bradycardia) หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ (Electrical System) โดยปกติ หัวใจผู้ใหญ่จะเต้นด้วยอัตราประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาทีขณะพัก

ประเภทของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอะไรบ้าง ?

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ตามอัตราการเต้นของหัวใจและตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติ

  1. ภาวะหัวใจเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia)
    • หัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - AF) : เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด หัวใจห้องบนจะเต้นเร็วและไม่เป็นระเบียบ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
    • หัวใจห้องบนเต้นเร็วผิดปกติ (Supraventricular Tachycardia - SVT) : การเต้นเร็วผิดปกติที่เริ่มต้นจากหัวใจห้องบนหรือรอยต่อระหว่างห้องบนและห้องล่าง
    • หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ (Ventricular Tachycardia - VT) : เป็นภาวะที่อันตราย อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นได้
    • หัวใจห้องล่างสั่นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation - VF) : เป็นภาวะฉุกเฉิน หัวใจห้องล่างสั่นอย่างรวดเร็วและไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ ต้องได้รับการกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าทันที
  2. ภาวะหัวใจเต้นช้าเกินไป (Bradycardia)อัตราการเต้นของหัวใจน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที มักเกิดจากความผิดปกติของตัวสร้างสัญญาณไฟฟ้า (Sinoatrial Node) หรือการนำสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกบล็อก
  3. ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (Premature or Ectopic Beats)เกิดจากมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่มาเร็วกว่าปกติเป็นครั้งคราว เช่น หัวใจเต้นก่อนกำหนดจากห้องบน (Premature Atrial Contractions - PACs) หรือจากห้องล่าง (Premature Ventricular Contractions - PVCs) มักไม่เป็นอันตรายหากไม่ได้เกิดบ่อยจนเกินไป

สาเหตุหัวใจเต้นผิดจังหวะคืออะไร ?

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีสาเหตุได้หลากหลาย ทั้งจากปัจจัยทางโครงสร้างหัวใจ และปัจจัยกระตุ้นภายนอก

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด : เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, หัวใจขาดเลือด, กล้ามเนื้อหัวใจตาย, ความดันโลหิตสูง, ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ความผิดปกติแต่กำเนิด : เช่น มีเส้นทางไฟฟ้าพิเศษในหัวใจ (เช่น กลุ่มอาการวูลฟ์-พาร์กินสัน-ไวท์)
  • ปัจจัยกระตุ้น : การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป, การดื่มแอลกอฮอล์, การใช้สารเสพติด, ความเครียด, การพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ : เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
  • การเสียสมดุลของเกลือแร่ : เช่น โพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมในเลือดผิดปกติ
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
  • อายุที่เพิ่มขึ้น : โครงสร้างและระบบไฟฟ้าของหัวใจจะเสื่อมลงตามวัย

อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นอย่างไร ?

อาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และบางรายอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ แต่โดยทั่วไปมักมีอาการดังนี้

  • ใจสั่น (Palpitations) : รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรง, เต้นเร็ว, หรือเต้นผิดจังหวะ อาจรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นข้ามจังหวะหรือวูบ
  • เหนื่อยง่าย/อ่อนเพลีย : โดยเฉพาะเวลาออกแรง
  • หน้ามืด/เป็นลม : เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ
  • เจ็บหน้าอก : โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจอื่นร่วมด้วย
  • หายใจลำบาก/หอบ
  • เวียนศีรษะ

คำเตือน

หากมีอาการใจสั่นร่วมกับเจ็บหน้าอกมาก หน้ามืด เป็นลม หมดสติ ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะอันตรายถึงชีวิต

วิธีป้องกันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะทำได้อย่างไร ?

การป้องกันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะทำได้โดยการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงและรักษาสุขภาพหัวใจโดยรวมให้แข็งแรง

  • ควบคุมโรคประจำตัว : ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (สำหรับผู้เป็นเบาหวาน), ความดันโลหิต, และไขมันในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอ
  • งดและลดสิ่งกระตุ้น : งดสูบบุหรี่, จำกัดปริมาณคาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม : ควบคุมอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคอ้วน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย)
  • จัดการความเครียด : ฝึกผ่อนคลาย, ทำสมาธิ, หรือหางานอดิเรก เพื่อลดความเครียด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : นอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
  • ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ : โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
การใส่ใจดูแลสุขภาพหัวใจและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ หากมีอาการผิดปกติ จะช่วยให้สามารถจัดการกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

บทความ