หัวใจเต้นผิดจังหวะ : ภัยเงียบที่ควรรู้ไว้

หัวใจเต้นผิดจังหวะ : ภัยเงียบที่ควรรู้ไว้

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ถือเป็น "ภัยเงียบ" ที่คุกคามสุขภาพหัวใจของคนจำนวนมาก หากละเลยหรือไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ
นพ.สนัฐชา อาภาคัพภะกุล
อายุรแพทย์ โรคหัวใจ

หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร ?

หัวใจเต้นผิดจังหวะ คือ ภาวะที่อัตราการเต้นของหัวใจไม่เป็นไปตามปกติ ไม่ว่าจะเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia) ช้าเกินไป (Bradycardia) หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ (Electrical System) โดยปกติ หัวใจผู้ใหญ่จะเต้นด้วยอัตราประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาทีขณะพัก

ประเภทของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอะไรบ้าง ?

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ตามอัตราการเต้นของหัวใจและตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติ

  1. ภาวะหัวใจเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia)
    • หัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - AF) : เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด หัวใจห้องบนจะเต้นเร็วและไม่เป็นระเบียบ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
    • หัวใจห้องบนเต้นเร็วผิดปกติ (Supraventricular Tachycardia - SVT) : การเต้นเร็วผิดปกติที่เริ่มต้นจากหัวใจห้องบนหรือรอยต่อระหว่างห้องบนและห้องล่าง
    • หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ (Ventricular Tachycardia - VT) : เป็นภาวะที่อันตราย อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นได้
    • หัวใจห้องล่างสั่นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation - VF) : เป็นภาวะฉุกเฉิน หัวใจห้องล่างสั่นอย่างรวดเร็วและไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ ต้องได้รับการกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าทันที
  2. ภาวะหัวใจเต้นช้าเกินไป (Bradycardia) : อัตราการเต้นของหัวใจน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที มักเกิดจากความผิดปกติของตัวสร้างสัญญาณไฟฟ้า (Sinoatrial Node) หรือการนำสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกบล็อก
  3. ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (Premature or Ectopic Beats) : เกิดจากมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่มาเร็วกว่าปกติเป็นครั้งคราว เช่น หัวใจเต้นก่อนกำหนดจากห้องบน (Premature Atrial Contractions - PACs) หรือจากห้องล่าง (Premature Ventricular Contractions - PVCs) มักไม่เป็นอันตรายหากไม่ได้เกิดบ่อยจนเกินไป

หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร ?

หัวใจเต้นผิดจังหวะ คือ ภาวะที่อัตราการเต้นของหัวใจไม่เป็นไปตามปกติ ไม่ว่าจะเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia) ช้าเกินไป (Bradycardia) หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ (Electrical System) โดยปกติ หัวใจผู้ใหญ่จะเต้นด้วยอัตราประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาทีขณะพัก

ประเภทของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอะไรบ้าง ?

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ตามอัตราการเต้นของหัวใจและตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติ

  1. ภาวะหัวใจเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia)
    • หัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - AF) : เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด หัวใจห้องบนจะเต้นเร็วและไม่เป็นระเบียบ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด
    • หัวใจห้องบนเต้นเร็วผิดปกติ (Supraventricular Tachycardia - SVT) : การเต้นเร็วผิดปกติที่เริ่มต้นจากหัวใจห้องบนหรือรอยต่อระหว่างห้องบนและห้องล่าง
    • หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ (Ventricular Tachycardia - VT) : เป็นภาวะที่อันตราย อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นได้
    • หัวใจห้องล่างสั่นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation - VF) : เป็นภาวะฉุกเฉิน หัวใจห้องล่างสั่นอย่างรวดเร็วและไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ ต้องได้รับการกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าทันที
  2. ภาวะหัวใจเต้นช้าเกินไป (Bradycardia)อัตราการเต้นของหัวใจน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที มักเกิดจากความผิดปกติของตัวสร้างสัญญาณไฟฟ้า (Sinoatrial Node) หรือการนำสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกบล็อก
  3. ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (Premature or Ectopic Beats)เกิดจากมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่มาเร็วกว่าปกติเป็นครั้งคราว เช่น หัวใจเต้นก่อนกำหนดจากห้องบน (Premature Atrial Contractions - PACs) หรือจากห้องล่าง (Premature Ventricular Contractions - PVCs) มักไม่เป็นอันตรายหากไม่ได้เกิดบ่อยจนเกินไป

สาเหตุหัวใจเต้นผิดจังหวะคืออะไร ?

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีสาเหตุได้หลากหลาย ทั้งจากปัจจัยทางโครงสร้างหัวใจ และปัจจัยกระตุ้นภายนอก

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด : เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, หัวใจขาดเลือด, กล้ามเนื้อหัวใจตาย, ความดันโลหิตสูง, ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ความผิดปกติแต่กำเนิด : เช่น มีเส้นทางไฟฟ้าพิเศษในหัวใจ (เช่น กลุ่มอาการวูลฟ์-พาร์กินสัน-ไวท์)
  • ปัจจัยกระตุ้น : การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป, การดื่มแอลกอฮอล์, การใช้สารเสพติด, ความเครียด, การพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ : เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
  • การเสียสมดุลของเกลือแร่ : เช่น โพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมในเลือดผิดปกติ
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
  • อายุที่เพิ่มขึ้น : โครงสร้างและระบบไฟฟ้าของหัวใจจะเสื่อมลงตามวัย

อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นอย่างไร ?

อาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และบางรายอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ แต่โดยทั่วไปมักมีอาการดังนี้

  • ใจสั่น (Palpitations) : รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรง, เต้นเร็ว, หรือเต้นผิดจังหวะ อาจรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นข้ามจังหวะหรือวูบ
  • เหนื่อยง่าย/อ่อนเพลีย : โดยเฉพาะเวลาออกแรง
  • หน้ามืด/เป็นลม : เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ
  • เจ็บหน้าอก : โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจอื่นร่วมด้วย
  • หายใจลำบาก/หอบ
  • เวียนศีรษะ

คำเตือน

หากมีอาการใจสั่นร่วมกับเจ็บหน้าอกมาก หน้ามืด เป็นลม หมดสติ ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะอันตรายถึงชีวิต

วิธีป้องกันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะทำได้อย่างไร ?

การป้องกันโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะทำได้โดยการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงและรักษาสุขภาพหัวใจโดยรวมให้แข็งแรง

  • ควบคุมโรคประจำตัว : ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (สำหรับผู้เป็นเบาหวาน), ความดันโลหิต, และไขมันในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอ
  • งดและลดสิ่งกระตุ้น : งดสูบบุหรี่, จำกัดปริมาณคาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม : ควบคุมอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคอ้วน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย)
  • จัดการความเครียด : ฝึกผ่อนคลาย, ทำสมาธิ, หรือหางานอดิเรก เพื่อลดความเครียด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : นอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
  • ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ : โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
การใส่ใจดูแลสุขภาพหัวใจและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ หากมีอาการผิดปกติ จะช่วยให้สามารถจัดการกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

บทความ

นพ.ทิพย์ธร อริธชาติ

นพ.ทิพย์ธร อริธชาติ
อายุรแพทย์โรคหัวใจ

นพ.ทิพย์ธร อริธชาติ

THIPDHORN ARITAJATI, M.D.
Specialty
  • อายุรกรรมโรคหัวใจ

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
  • อายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • อายุรศาสตร์อนุโรคหัวใจและหลอดเลือด คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • วุฒิบัตรเฉพาะทางด้านเวชบำบัดวิกฤต คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
SAT 09:00 - 13:00 เสาร์ที่ 2, 4

นพ.ปรัชญา ระหว่างบ้าน

นพ.ปรัชญา ระหว่างบ้าน
อายุรแพทย์โรคหัวใจ

นพ.ปรัชญา ระหว่างบ้าน

PRATYA RAWANGBAN.MD
Specialty
  • โรคหัวใจ

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรสาขา อายุรศาสตร์ ( Internal Medicine ) คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรอนุสาขา อายุรศาสตร์โรคหัวใจ ( Cardiology ) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
SUN 13:00 - 17:00 อาทิตย์ที่ 2

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and blood vessel screening program

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and Blood Vessel Screening Program

ราคาสุดพิเศษ 2,690.- รายการตรวจ 16 รายการ


"เพราะหัวใจ มีดวงเดียว" ให้โรงพยาบาลบางโพ เป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพของคุณและครอบครัวที่คุณรัก

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and Blood Vessel Screening Program
"Check กันหน่อย..คุณเสี่ยงเป็นโรคหัวใจแค่ไหน"
กับโปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือด (Heart Disease) กลุ่มโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น โรคหัวใจเป็น โรคเรื้อรังร้ายแรงที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ เพศ รวมถึงขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยผู้ป่วยมักจะเริ่มรู้ตัวเมื่ออาการของโรคหัวใจเข้าสู่ระยะรุนแรง เช่น แน่นหน้าอกอย่างรุนแรง ปวดร้าวไปยังหัวไหล่ แขนหรือกรามด้านซ้าย รู้สึกจุกแน่นที่บริเวณกลางอกหรือลิ้นปี่ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคหัวใจควรได้รับการดูแลเรื่องการบริโภคอาหารและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคอื่นๆ แทรกซ้อนได้
"เพราะหัวใจ มีดวงเดียว" ให้เราเป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพของคุณและคนที่รัก
ตรวจ 16 รายการ เพียง 2,690.-
  • ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์ Physical Examination
  • ตรวจวัดความดันโลหิต,ชีพจร BP, Pulse
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
  • ตรวจเอกซเรย์ปอดดิจิตอล Chest X-ray
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC
  • ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด FBS
  • ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด HbA1C
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของตับ SGPT
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต Creatinine
  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด Cholesterol
  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด Triglyceride
  • ตรวจหาระดับไขมันชนิดดีในเลือด HDL
  • ตรวจหาระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด LDL
  • ตรวจความสมบูรณ์ของปัสสาวะ UA
  • ตรวจระดับฮอร์โมนไธรอยด์ TSH (Thyroid Stimulating Hormone)
  • ตรวจหาไลโพโปรตีน สารบ่งชี้ความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด Lipoprotein a
รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ
  • งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ 6 - 8 ชั่วโมง (จิบน้ำเปล่าได้)
  • ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนเข้ารับการตรวจ 24 - 48 ชั่วโมง
  • ไม่ควรสูบบุหรี่ ก่อนมารับการตรวจสุขภาพ เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงเกินจากปกติ
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ หากอดนอนจะทำให้ผลการตรวจผิดปกติ โดยเฉพาะความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิของร่างกาย อาจทำให้แพทย์ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีความผิดปกติจริงหรือไม่
  • หากสงสัยว่าตั้งครรภ์กรุณาแจ้งพยาบาล ก่อนรับการตรวจ
  • สำหรับสุภาพสตรี ไม่ควรตรวจในช่วงที่มีประจำเดือน ควรตรวจหลังหมดประจำเดือน 7 วัน เพราะอาจมีผลต่อการแปรผล
  • หากรับประทานยาประจำ หรืออาหารเสริมบางชนิดอยู่ ควรแจ้ง แพทย์ก่อนตรวจสุขภาพ เพราะยาและอาหารเสริมบางชนิด มีผลต่อผลการตรวจเลือด ผลการตรวจปัสสาวะ หรือ ผลการตรวจอุจจาระ
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
  • ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
  • กรณีซื้อผ่าน online กรุณาใช้บริการภายในวันเวลาที่กำหนด 31 ธันวาคม 2568
  • กรุณานัดหมายก่อนเข้ารับบริการล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน ที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ โทร. 02-587-0144 ต่อ 2300 หรือ @line : @bangpohospital
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมการส่งเสริมการขายอื่นๆ การเรียกเก็บจากบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกันฯ รวมถึงส่วนลดอื่นๆได้
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด เงื่อนไข ราคา และอื่นๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 31 มกราคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

เพราะหัวใจต้องการคนดูแล

การดูแลหัวใจให้แข็งแ […]

การเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจในนักกีฬาวัยรุ่น

การเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจในนักกีฬาวัยรุ่น

การเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจในนักกีฬาวัยรุ่น
การเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจเป็นภาวะที่หัวใจหยุดเต้นกะทันหันซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด การหายใจและการไหลเวียนของเลือดหยุดลงทันที ภายในไม่กี่วินาที ผู้ป่วยจะหมดสติและเสียชีวิต
การเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจในผู้ที่ดูเหมือนมีสุขภาพดีและมีอายุต่ำกว่า 35 ปีนั้นพบได้น้อย โดยพบได้บ่อยในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนมากเกิดจากโรคหัวใจที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายหนาตัวหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทางพันธุกรรม ซึ่งอาจทำให้คนหนุ่มสาวเสียชีวิตกะทันหันระหว่างทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง เช่น การแข่งขันกีฬา แต่การเสียชีวิตกะทันหันก็อาจเกิดขึ้นได้แม้ขณะที่พักหลับ
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันพบได้บ่อยเพียงใดในวัยรุ่น
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจ อย่างไรก็ตามภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของนักกีฬาวัยรุ่น ในแต่ละปีมีนักกีฬาวัยรุ่นประมาณ 1 ใน 50,000-100,000 คน เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
อะไรเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในวัยรุ่น
การเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจมักทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน การเต้นของหัวใจที่เร็วมากทำให้ห้องหัวใจด้านล่างบีบตัวอย่างรวดเร็วและไม่ประสานกัน หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะเป็นอันตรายถึงชีวิต ภาวะที่หัวใจทำงานหนักเกินไปหรือมีการทำลายเนื้อเยื่อหัวใจอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้
โรคที่อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในวัยรุ่น ได้แก่:
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ ภาวะทางพันธุกรรมนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในวัยรุ่น การหนาขึ้นนี้ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ยาก
  • กลุ่มอาการ QT ยาวแต่กำเนิด ภาวะนี้อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วและผิดจังหวะ นำมาซึ่งอาการเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุและการเสียชีวิตกะทันหัน โดยเฉพาะในคนอายุน้อย
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอื่นๆ เช่น กลุ่มอาการบรูกาดา และกลุ่มอาการวูล์ฟ-พาร์กินสัน-ไวท์
  • การถูกกระแทกที่หน้าอกอย่างรุนแรง การบาดเจ็บที่หน้าอกจากของแข็งซึ่งทำให้เกิดการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุด เต้นเฉียบพลัน เรียกว่า commotio cordis ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเกิดขึ้นในนักกีฬาที่ถูกอุปกรณ์กีฬา หรือผู้เล่นคนอื่นกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างแรง
การเสียชีวิตกะทันหันในวัยรุ่นสามารถป้องกันได้หรือไม่
  1. ควรเล่นกีฬาในศูนย์กีฬามาตรฐานที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน หากมีอาการหรือภาวะดังกล่าวข้างต้น
  2. แนะนำให้เข้ารับการตรวจคัดกรองที่แผนกอายุรกรรมเฉพาะทางโรคหัวใจ เพื่อตรวจหาโรคหัวใจที่อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้
ใครควรได้รับการตรวจคัดกรอง
ผู้ที่มีอาการหรือภาวะต่างๆดังต่อไปนี้
  1. เป็นลม/หมดสติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นระหว่างทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย
  2. เจ็บหน้าอก
  3. มีประวัติครอบครัวเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมตรวจสุขภาพ SML 12%

มอบของขวัญ แห่งความส […]

โปรแกรมตรวจสุขภาพ Healthy New Year! 2026

"มอบสุขภาพดี เป็นของ […]

มารู้จัก โรคหัวใจกันเถอะ

มารู้จัก โรคหัวใจกันเถอะ

WORLD HEART DAY
 
ประวัติวันหัวใจโลก
วันหัวใจโลกมีต้นกำเนิดมาจากสมาพันธ์นานาชาติ ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของการเกิดโรคหัวใจ ที่เป็นปัญหาในการทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตโดย International Society of Cardiology ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี1946 และ International Cardiology Federation ในปี 1970 ต่อมาในปี 1978 ทั้ง 2 สมาพันธ์ได้รวมตัวกันเป็น International Society and Federation of Cardiology (ISFC). และเปลี่ยนชื่อเป็น World Heart Federation ในปี 1998

วันหัวใจโลก (World Heart Day) ตรงกับวันที่ 29 กันยายนของทุกปี จัดขึ้นเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคหัวใจ ซึ่งเป็นน 1 ใน 7 โรคไม่ติดต่อ และเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตในอับดับต้นๆ ของคนไทยและคนทั่วโลก โดยเฉพาะในคนไทยเกิดจากวิถีการดำเนินชีวิต ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมากมาย ทั้งเรื่องการรับประทานที่มากเกินพอดี มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ใช้เครื่องอำนวยความสะดวกมากขึ้น ขาดการออกกำลังกาย รวมถึงการสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ พฤติกรรมดังกล่าวส่งเสริมให้เกิดภาวะน้ำหนักเกิน อ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และส่งผลให้คนเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดกันมากขึ้น

โรคหัวใจ
  1. โรคหัวใจ
  2. โรคหลอดเลือดหัวใจ
  3. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  4. โรคกล้ามเนื้อหัวใจ
  5. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  6. โรคลิ้นหัวใจ
  7. โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ
โรคหัวใจนั้นไม่ได้เกิดในเฉพาะผู้สูงอายุ หรือเพศใดเพศหนึ่ง แต่สามารถเกิดได้กับทุกคน และโรคหัวใจบางโรคสามารถป้องกันได้ โดยการปรับพฤติกรรมดังนี้
  • อาหาร เลือกรับประทานข้าวแป้งไม่ขัดสี, ธัญพืช, ถั่วเมล็ดแห้ง ใช้น้ำมันที้ทําจากไขมันดีในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันรําข้าว น้ำมันคาโนล่า ลดการใช้เครื่องปรุงรส และอาหารสําเร็จรูปเพื่อหลีกเลี่ยงโซเดียม เพิ่มการใช้สมุนไพรและเครื่องเทศ จําพวก พริกไทย กระเทียม
  • ออกกําลังกาย เพื่อป้องกันโรคหัวใจควรออกกําลังกาย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ หรืออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สามารถเลือกการออกกําลังกายที่สามารถทําในบ้านได้ เช่น การออกกําลังกายแบบบอดี้เวท โยคะหรือกระโดดเชือก
  • อารมณ์ หมั่นดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของตัวเองและคนในครอบครัวให้แข็งแรง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ฝึกปรับทัศนคติ และหมั่นตรวจสอบอาการทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ของตัวเอง อย่างสม่ำเสมอ

มารู้จัก โรคหัวใจกันเถอะ

โปรแกรมและแพ็คเกจ

เพราะหัวใจต้องการคนดูแล

การดูแลหัวใจให้แข็งแ […]