นวตกรรม ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen)

"ปากกาลดน้ำหนัก" (Weight Loss Pen)

เริ่มต้น 12,000.-


"แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการสั่งซื้อ"
เนื่องจากปากกามีหลายขนาด และพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย

"ปากกาลดน้ำหนัก" (Weight Loss Pen)

นวัตกรรมที่ช่วยจัดการน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักหรือยาฉีดที่กระตุ้นฮอร์โมน GLP-1 (glucagon like peptide 1) และยาร่วมกระตุ้นทั้ง GLP-1/GIP (glucose dependent insulinotropic polypeptide) เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่ได้รับการศึกษาว่าสามารถลดน้ำหนักและปรับปรุงปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิกได้ เช่น เบาหวาน การใช้ยาควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาที่ร่วมการปรับพฤติกรรมและเฝ้าติดตามทางการแพทย์

ปากกาลดน้ำหนักทำงานอย่างไร

  • GLP-1: กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ชะลอการเคลื่อนของกระเพาะอาหาร และลดความอยากอาหาร
  • GIP: ส่งเสริมการตอบสนองของอินซูลินและร่วมเพิ่มประสิทธิผลของการลดน้ำหนักเมื่อผสมกับ GLP-1 Agonist

ปากกาลดน้ำหนัก ก็คือยาฉีดที่เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ยาจะส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อบอกว่า "อิ่มแล้ว" ทำให้เรารับประทานอาหารน้อยลง กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง และทำให้อิ่มนานขึ้น

ผู้ที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้ยา

ใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หรือผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนจากภาวะอ้วน เช่น เบาหวาน

คำแนะนำก่อนเริ่มใช้ยา

ก่อนเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อประเมินข้อบ่งชี้ ข้อควรระวัง โรคร่วม และความปลอดภัย โดยปกติจะตรวจประมาณ 3-6 รายการ โดยทำการเจาะเลือดครั้งเดียว ได้แก่:

  1. ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS, HbA1c) เพื่อประเมินโรคร่วมเบาหวาน
  2. การทำงานของตับและไต
  3. ค่าไขมันในเลือด (Lipid profiles)
  4. ค่าเลือดอื่นๆ เฉพาะโรคที่สงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุของโรคอ้วน เช่น thyroid function, cortisol

วิธีการใช้ยา

รูปแบบการให้ยา ส่วนมากให้ฉีดสัปดาห์ละครั้ง เช่น semaglutide, tirzepatide บางตัวฉีดรายวัน เช่น liraglutide ผู้ป่วยต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เรื่องขนาดยาและการเพิ่มขนาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดอาการข้างเคียง

การใช้ปากกาลดน้ำหนักเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการรักษา ควรปฏิบัติควบคู่กับการปรับพฤติกรรม (ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย) และควรได้รับการติดตามทางการแพทย์

ข้อดีของปากกาลดน้ำหนัก

  • ลดน้ำหนักได้จริง: จากงานวิจัยระบุว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ 5-15% (ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและการตอบสนองของผู้ใช้)
  • ลดความเสี่ยงโรค: ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจในผู้ป่วยบางกลุ่ม
  • ปรับพฤติกรรม: ช่วยให้ผู้ที่ "กินจุบจิบ" หรือ "หยุดกินไม่ได้" สามารถควบคุมตัวเองได้ง่ายขึ้นในช่วงเริ่มต้น

ข้อควรระวังและผลข้างเคียง

  • ผลข้างเคียงทางเดินอาหาร (คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก) เป็นสิ่งพบบ่อย มักลดลงเมื่อร่างกายปรับตัว
  • ระวังภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเมื่อนำไปใช้ร่วมกับ insulin หรือยาลดน้ำตาลกลุ่ม Sulfonylurea ต้องปรับขนาดยาและเฝ้าระวัง
  • ห้ามใช้ในผู้ตั้งครรภ์ หากวางแผนตั้งครรภ์ ควรหยุดยาก่อนตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์
  • ประวัติแพ้ ส่วนใหญ่ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติความผิดปกติของตับอ่อนอย่างรุนแรง (pancreatitis)
  • ผลข้างเคียงอื่น ๆ ปฏิกิริยาที่ตำแหน่งฉีด ผื่น การเปลี่ยนแปลงการรับรสอาหาร ฯลฯ
เริ่มต้น 12,000.-

ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ

  • ข้อแนะนำเพิ่มเติม ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ "ยามหัศจรรย์" ที่จะทำให้ผอมตลอดไปหากไม่ปรับพฤติกรรม หากหยุดยาแต่ยังทานเหมือนเดิม น้ำหนักก็มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นได้ (Yo-yo effect จากพฤติกรรม)
"แนะนำปรึกษาแพทย์/แพทย์ต่อมไร้ท่อ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม และวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย"

วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

รักษาต่อมลูกหมากโต ด้วยเทคโนโลยีไอน้ำ

รักษาต่อมลูกหมากโต
ด้วยเทคโนโลยีไอน้ำ : 180,000.-

แพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน

การบำบัดด้วยไอน้ำร้อน เพื่อทำลายเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่ตายและเซลล์ที่อุดตันทางเดินปัสสาวะและไม่มีผลกระทบบริเวณที่รักษา

รักษาต่อมลูกหมากโต ด้วยเทคโนโลยีไอน้ำ

REZUM WATER VAPOR THERAPY

การบำบัดด้วยไอน้ำร้อน เพื่อทำลายเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่ตายและเซลล์ที่อุดตันทางเดินปัสสาวะและไม่มีผลกระทบบริเวณที่รักษา

  • เจ็บน้อย แผลหายไว
  • ใช้เวลารักษาไม่นาน เพียงแค่ 15-30 นาที
  • ฟื้นตัวไว เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวเร็ว
  • เหมาะกับผู้สูงอายุหรือมีโรคร่วม

การรักษาด้วยระบบไอน้ำเหมาะกับใคร

  • การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ เหมาะกับผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตที่มีขนาดลูกหมากโตไม่มาก คืออยู่ระหว่าง 30 - 80 กรัม
  • ผู้ป่วยที่ไม่อยากทานยารักษาต่อมผู้หมากโตเป็นเวลานานๆ
  • ผู้ป่วยที่ทานยาแล้วมีผลข้างเคียงของยา เช่น มีภาวะความดันโลหิตตก เวียนศีรษะ หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศจากยา
  • ผู้ป่วยที่ทานยาต่อมลูกหมากแล้วอาการไม่ดีขึ้น ไม่ตอบสนองต่อการทานยา
    อย่างไรก็ตาม การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำยังมีข้อจำกัดในเรื่องผู้ป่วยที่ใส่หูรูดทางเดินปัสสาวะเทียม ใส่แกนองคชาตเทียม หรืออวัยวะเพศชายเทียม
    รวมถึงผู้ป่วยที่ยังมีภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมก่อน

รายละเอียดแพ็กเกจ

  • รวมค่าห้องผ่าตัด อุปกรณ์ทางการแพทย์ในห้องผ่าตัดและค่าอุปกรณ์ที่จำเป็นในการผ่าตัด
  • รวมค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัด ค่าวิสัญญีแพทย์ ค่าพยาบาลห้องผ่าตัด ห้องพักฟื้น ค่าบริการโรงพยาบาล
  • รวมค่ายากลับบ้านตามที่โรงพยาบาลกำหนด
  • รวมค่าห้องพักเดี่ยว 2 วัน 1 คืน และค่าอาหารตามที่โรงพยาบาลกำหนด
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิและส่วนลดอื่นๆ ได้ เช่น ผู้ถือหุ้น บริษัทคู่สัญญา
  • ไม่รวมอัตราค่าบริการตรวจรักษาก่อนผ่าตัด (ค่าแพทย์, ค่าตรวจทางเทคนิคการแพทย์, พยาธิวิทยา)
  • ไม่ครอบคลุมกรณีมีโรคประจำตัว
  • ไม่รวมกรณีมีการใช้ยาหรือเวชภัณฑ์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากแพ็กเกจ คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามความเป็นจริงในราคาปกติ
  • ไม่รวมค่ารักษาภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัด
แพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน

180,000.-

วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมดูแลผู้ป่วยเบาหวาน DM Care

โปรแกรมดูแลผู้ป่วยเบาหวาน

DM Care


การวินิจฉัยโรคเบาหวานได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และให้การรักษาควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีจะชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนเรื้อรังได้

โปรแกรมดูแลผู้ป่วยเบาหวาน DM Care

Diabetes screening

การวินิจฉัยโรคเบาหวานได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และให้การรักษาควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีจะชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนเรื้อรังได้ ผู้ป่วยบางรายมีอาการชัดเจนแต่เพิ่งวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน อาจพบโรคแทรกซ้อนร่วมด้วย เพราะเป็นโรคเบาหวานนานแล้วแต่ไม่เคยตรวจ โรคเบาหวานรักษาไม่หายขาด แต่ถ้าปฏิบัติตัวดีสามารถควบคุมระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม จะชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อน ดังนั้นการรักษาสุขภาพและการคัดกรองภาวะเสี่ยงก่อนการเกิดโรคเป็นสิ่งจำเป็น

โปรแกรมดูแลผู้ป่วยเบาหวาน DM Care

รายการ
DM Ultimate
Care
DM
Care
DM Yearly
Care
(ปีละครั้ง)
ตรวจร่างกายโดยแพทย์
Physical Examination
ตรวจสายตาโดยแพทย์
Eye Examination
ตรวจหาความผิดปกติของเม็ดเลือด
CBC
ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด
FBS
ตรวจหาระดับน้ำตาลสะลมในเลือด
HbA1c
ตรวจการทำงานของตับ
SGPT
ตรวจการทำงานของไต
Kidney Function Test : Creatinine
ไขมันคอเลสเตอรอลเลือด
Cholesterol
ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์
Triglyceride
ไขมันความหนาแน่นสูงในเลือด
HDL
ไขมันความหนาแน่นต่ำในเลือด
LDL
ตรวจปัสสาวะสมบูรณ์แบบ
Urine Microalbumin Exam
ตรวจภาวะอุดตันของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
Vascular Screening (ABI)
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
EKG
ตรวจเอกซเรย์ปอด
Chest X-ray
ตรวจสุขภาพเท้าโดยนักกายภาพ
Monofilament Test
รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
3,600.-
2,600.-
1,790.-
หมายเหตุ

1. DM Ultimate Care 1 และ DM Care 2 งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับบริการ

2. DM Yearly Care 3 แนะนำให้ตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

วันนี้ - 31 มีนาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ


วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี คือวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หากมีภูมิคุ้มกันแล้ว อาจให้ผลป้องกันการติดเชื้อได้ตลอดชีวิต

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ

Hepatitis vaccine

“วัคซีนตับอักเสบ ป้องกันโรคตับอักเสบเรื้อรัง
อย่ารอให้ป่วย… ฉีดวัคซีนป้องกันโรค…ง่ายกว่าการรักษา”

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ

วัคซีน
ราคา
วัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี 1 เข็ม
660.-
ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ
วัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี 3 เข็ม
2,390.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ
วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ(Avaxim) 2 เข็ม
3,900.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ
วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ(Avaxim) 2 เข็ม + บี 3 เข็ม
5,880.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ
วัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี 3 เข็ม
และตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี
3,050.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ

ระยะเวลาการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี 3 เข็ม

เข็มที่ 1

วันที่รับวัคซีนเข็มที่ 1

เข็มที่ 2

1 เดือน หลังจากเข็มที่ 1

เข็มที่ 3

6 เดือน หลังจากเข็มที่ 1

หมายเหตุ : วัคซีนเข็มที่ 2 ไม่ควรฉีดก่อนครบกำหนด 1 เดือน หากเลยกำหนด 1 เดือน ให้ฉีดเข็มที่ 2 ทันทีที่นึกได้ และนับต่อไปอีก 5 เดือน สำหรับเข็มที่ 3
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ

โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ


ค้นหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การตรวจคัดกรองช่วยให้สามารถรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง หรือมะเร็งตับ ได้อย่างทันท่วงที

โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ

Liver health screening program

 

 

“คุณรู้หรือไม่? ตับอักเสบ อาจไม่แสดงอาการ แต่ทำลายตับอย่างเงียบ ๆ อย่ารอให้สายเกินไป!
มาตรวจสุขภาพตับก่อน ใส่ใจตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยกว่า”

ค้นหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การตรวจคัดกรองช่วยให้สามารถรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง หรือมะเร็งตับ ได้อย่างทันท่วงที

โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ

โปรแกรม
ราคา
โปรแกรมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ B และหาภูมิคุ้มกัน
ตรวจ 3 รายการ
  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์ โรคทางเดินอาหารและตับ (Physical Examination)
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
1,500.-
ปกติ 2,010.-
(รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล)
โปรแกรมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ABC และหาภูมิคุ้มกัน
ตรวจ 6 รายการ
  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์ โรคทางเดินอาหารและตับ (Physical Examination)
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
  • ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBc IgG)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ ซี (Anti-HCV)
3,600.-
ปกติ 4,010.-
(รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล)
โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ และหาภูมิคุ้มกัน
ตรวจ 10 รายการ
  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์ โรคทางเดินอาหารและตับ (Physical Examination)
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
  • ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBc IgG)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ ซี (Anti-HCV)
  • ตรวจสภาพการทำงานของตับ SGPT (ALT)
  • ตรวจการทำงานของตับและเอนไซม์ ALP (Alkaline phosphatase)
  • ตรวจการทำงานของตับ Bilirubin (Total Bilirubin)
  • ตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนบน (Upper Abdomen Ultrasound)
5,800.-
ปกติ 6,500.-
(รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล)
กรุณางดน้ำและอาหาร ก่อนเข้ารับบริการอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
โปรแกรม 2 และ 3 รอผลการตรวจ 3-5 วัน
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธ์ุ

วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธ์ุ

(Prevnar 20)

3,100.-


PCV20 ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสในกระแสเลือด (Invasive Pneumococcal Disease)
BUY NOW!

โรคปอดอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือดจากแบคทีเรียนิวโมคอคคัส

Pneumococcus
โรคปอดอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือดจากแบคทีเรียนิวโมคอคคัส
Pneumococcus
แบคทีเรียนิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae) พบได้ในโพรงจมูกและลำคอของทุกคน แต่มักก่อโรคเมื่อร่างกายอ่อนแอหรือในรายที่ภูมิคุ้มกันร่างกายไม่แข็งแรง เช่น ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวทุกวัย ในผู้ใหญ่ เชื้อมักก่อโรคที่ปอด ทำให้เกิดปอดอักเสบส่งผลให้มีอาการหอบ เหนื่อย หายใจลำบาก มีไข้สูง หนาวสั่นและไอมีเสมหะ หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดจะยิ่งทวีความรุนแรงและเพิ่มอัตราการเสียชีวิต สูงถึง 20% และสูงขึ้นถึง 60% ในผู้สูงอายุ เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสไม่เพียงก่อโรคในผู้ที่สัมผัสเชื้อเท่านั้น แต่ยังสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่งได้อีกด้วย
วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธ์ุ (Prevnar 20)
ก่อนหน้านี้ในประเทศไทยจะนิยมการให้วัคซีนป้องกัน IPD ในผู้ใหญ่ เป็นการฉีดเข้ากล้าม 2 เข็ม คือ PCV13 เว้นระยะ 1 ปีแล้วฉีดกระตุ้นด้วย PPSV23 แต่ในปัจจุบันมีวัคซีนรุ่นใหม่คือ PCV20 ให้ด้วยการฉีดเข้ากล้ามเพียง 1 เข็ม ครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัสชนิด 20 สายพันธุ์ (1, 3, 4, 5, 6A, 6B, 7F, 9V, 14, 18C, 19A, 19F, 23F, 8, 10A, 11A, 12F, 15B, 22F, 33F)
PCV20 ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสในกระแสเลือด (Invasive Pneumococcal Disease)
  • 86.8% ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 61 ปีขึ้นไป และ
  • 83.2% ในทุกช่วงวัย
ข้อดี
  • ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรค ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรค
  • เพิ่มการป้องกันโรคปอดบวมและโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ได้มากกว่า 80%
  • เพิ่มความสะดวกด้วยการฉีดเพียง 1 เข็ม ก็ครอบคลุม
  • การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น วัคซีนชนิดคอนจูเกต ซึ่งมีการเพิ่มโปรตีนเข้าไปในโครงสร้างของวัคซีน ทำให้มีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าวัคซีนชนิดพอลีแซคคาร์ไรด์
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

MRI and MRA Brain Screening

ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง : 12,122.-

MRI and MRA Brain Screening


ตรวจสุขภาพ 13 รายการ

ผู้ที่มีความเสี่ยงโรค
ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน โรคหัวใจ อายุที่มากขึ้น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ บุหรี่ แอลกอฮอล์ โคเคน แอมเฟตามีน การดำเนินชีวิต ที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนที่ หรือออกกำลังกาย

ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

MRI and MRA Brain Screening
โรคหลอดเลือดสมอง (stroke)
โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ ภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน ไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้เซลล์สมองค่อย ๆ ตายลง
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • ความอ้วน
  • โรคหัวใจ
  • อายุที่มากขึ้น
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • บุหรี่
  • แอลกอฮอล์
  • โคเคน
  • แอมเฟตามีน
  • การดำเนินชีวิต
  • ที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนที่หรือออกกำลังกาย
สามารถตรวจได้โดย การตรวจสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ การตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan) การตรวจ CT Scan จะช่วยวินิจฉัยแยกโรคสมองขาดเลือดกับโรคเลือดออกในสมองได้ โดยที่ใช้เวลาในการทำน้อยกว่า MRI Scan ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ส่วนการตรวจ MRI Scan จะมีความไวในการตรวจสมองขาดเลือดในระยะแรกๆ มากกว่าการทำ CT Scan และสามารถช่วยวินิจฉัยแยกโรคสมองขาดเลือดกับโรคเลือดออกในสมองได้เช่นกัน
การคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสิ่งจำเป็น เพื่อสำรวจความผิดปกติ หรือมีความบกพร่องของสมอง เพื่อจะได้รักษา ป้องกัน หรือ ผ่อนหนักให้เป็นเบา หากมีการดูแลอย่างดี ตรวจสอบหาข้อบกพร่อง และแก้ไขแต่ระยะต้นๆ ร่างกายก็จะอยู่กับเราได้นานขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง
ตรวจร่างกายทั่วไปโดยอายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง
Physical Examination
ตรวจวัดความดันโลหิต, ชีพจร
BP, Pulse
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
CBC
ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด
FBS
ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด
HbA1C
ตรวจสมรรถภาพการทำงานของตับ
SGPT
ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต
Creatinine
ตรวจหาระดับไขมันในเลือด
Cholesterol
ตรวจหาระดับไขมันในเลือด
Triglyceride
ตรวจหาระดับไขมันชนิดดีในเลือด
HDL
ตรวจหาระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด
LDL
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
Electrocardiogram (EKG)
ตรวจหลอดเลือดสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
MRI and MRA Brain Screening
12,122.-
เงื่อนไขการใช้บริการ
  • รวมค่าแพทย์และค่าบริการ
  • กรุณางดน้ำและอาหารอย่างน้อย 10 - 12 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการตรวจ
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน Bone Care

โปรแกรมตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน

BONE CARE PROGRAM

BONE CARE 1 : 2,800.-

BONE CARE 2 : 1,600.-


ภาวะกระดูกบางหรือผุพรุน
ภาวะกระดูกบางหรือผุพรุนจากการเสื่อมสลายของมวลกระดูกทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลง เสี่ยงต่อการหักหรือพิการได้ง่าย ตำแหน่งที่พบกระดูกหักได้บ่อย คือ กระดูกสันหลัง กระดูกข้อมือและกระดูกสะโพก อาจเกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น หลังค่อม การหายใจไม่เต็มที่ เหนื่อยหอบ เอ็นอักเสบและข้อกระดูกเสื่อม เดินไม่ได้เป็นภาระต่อคนรอบข้าง การผ่าตัดต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง และมีอัตราการเสียชีวิตสูง
โดยปกติในวัยเด็กร่างกายจะมีขบวนการสร้างกระดูกมากกว่าการสลายจนมีการสะสมมวลกระดูกได้สูงสุด เมื่ออายุ 30 ปี หลังจากนั้นจะมีการเสื่อมสลายของกระดูกอย่างต่อเนื่องมากกว่าการสร้าง โดยเฉพาะในสตรีที่เข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนจะมีการสูญเสียมวลกระดูกอย่างรวดเร็วมากกว่าเพศชายถึง 2-3 เท่า
ใครมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน
  1. สตรีวัยหมดประจำเดือน หรือได้รับการผ่าตัดรังไข่ทั้ง 2 ข้าง
  2. ผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี
  3. มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกสะโพกหัก
  4. เคยมีประวัติกระดูกหัก เมื่ออายุมากกว่า 50 ปี และจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกหักซ้ำ
  5. รูปร่างผอมบาง น้ำหนักตัวน้อย
  6. ขาดสารอาหารแคลเซียมและวิตามินดี
  7. ไม่ออกกำลังกายหรือไม่เคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน เช่น นอนรักษาตัวนานหรือใส่เฝือกนานๆ
  8. สูบบุหรี่
  9. ชอบดื่มสุรา น้ำอัดลม ชา กาแฟ ยาชูกำลัง
  10. ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นประจำ ยารักษาโรคเบาหวาน โรคต่อมไธรอยด์ ยายับยั้งการตกไข่ในโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ เป็นต้น
ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน และพบแพทย์เพื่อประเมิน ป้องกันหรือรักษาให้กระดูกมีสุขภาพที่ดี
รายการตรวจ
BONE CARE 1
BONE CARE 2
ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์
Physical Examination
ตรวจระดับวิตามินดี
Vitamin D Total
ตรวจระดับแคลเซียม
Calcium
ตรวจมวลกระดูกสันหลังและสะโพก
Bone density 2 Parts (Lumbar, hip)
2,800
1,600
วันนี้ - 31 มีนาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and blood vessel screening program

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and Blood Vessel Screening Program

ราคาสุดพิเศษ 2,690.- รายการตรวจ 16 รายการ


"เพราะหัวใจ มีดวงเดียว" ให้โรงพยาบาลบางโพ เป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพของคุณและครอบครัวที่คุณรัก

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and Blood Vessel Screening Program
"Check กันหน่อย..คุณเสี่ยงเป็นโรคหัวใจแค่ไหน"
กับโปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือด (Heart Disease) กลุ่มโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น โรคหัวใจเป็น โรคเรื้อรังร้ายแรงที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ เพศ รวมถึงขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยผู้ป่วยมักจะเริ่มรู้ตัวเมื่ออาการของโรคหัวใจเข้าสู่ระยะรุนแรง เช่น แน่นหน้าอกอย่างรุนแรง ปวดร้าวไปยังหัวไหล่ แขนหรือกรามด้านซ้าย รู้สึกจุกแน่นที่บริเวณกลางอกหรือลิ้นปี่ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคหัวใจควรได้รับการดูแลเรื่องการบริโภคอาหารและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคอื่นๆ แทรกซ้อนได้
"เพราะหัวใจ มีดวงเดียว" ให้เราเป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพของคุณและคนที่รัก
ตรวจ 16 รายการ เพียง 2,690.-
  • ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์ Physical Examination
  • ตรวจวัดความดันโลหิต,ชีพจร BP, Pulse
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
  • ตรวจเอกซเรย์ปอดดิจิตอล Chest X-ray
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC
  • ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด FBS
  • ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด HbA1C
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของตับ SGPT
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต Creatinine
  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด Cholesterol
  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด Triglyceride
  • ตรวจหาระดับไขมันชนิดดีในเลือด HDL
  • ตรวจหาระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด LDL
  • ตรวจความสมบูรณ์ของปัสสาวะ UA
  • ตรวจระดับฮอร์โมนไธรอยด์ TSH (Thyroid Stimulating Hormone)
  • ตรวจหาไลโพโปรตีน สารบ่งชี้ความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด Lipoprotein a
รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ
  • งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ 6 - 8 ชั่วโมง (จิบน้ำเปล่าได้)
  • ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนเข้ารับการตรวจ 24 - 48 ชั่วโมง
  • ไม่ควรสูบบุหรี่ ก่อนมารับการตรวจสุขภาพ เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงเกินจากปกติ
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ หากอดนอนจะทำให้ผลการตรวจผิดปกติ โดยเฉพาะความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิของร่างกาย อาจทำให้แพทย์ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีความผิดปกติจริงหรือไม่
  • หากสงสัยว่าตั้งครรภ์กรุณาแจ้งพยาบาล ก่อนรับการตรวจ
  • สำหรับสุภาพสตรี ไม่ควรตรวจในช่วงที่มีประจำเดือน ควรตรวจหลังหมดประจำเดือน 7 วัน เพราะอาจมีผลต่อการแปรผล
  • หากรับประทานยาประจำ หรืออาหารเสริมบางชนิดอยู่ ควรแจ้ง แพทย์ก่อนตรวจสุขภาพ เพราะยาและอาหารเสริมบางชนิด มีผลต่อผลการตรวจเลือด ผลการตรวจปัสสาวะ หรือ ผลการตรวจอุจจาระ
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
  • ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
  • กรณีซื้อผ่าน online กรุณาใช้บริการภายในวันเวลาที่กำหนด 31 ธันวาคม 2568
  • กรุณานัดหมายก่อนเข้ารับบริการล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน ที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ โทร. 02-587-0144 ต่อ 2300 หรือ @line : @bangpohospital
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมการส่งเสริมการขายอื่นๆ การเรียกเก็บจากบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกันฯ รวมถึงส่วนลดอื่นๆได้
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด เงื่อนไข ราคา และอื่นๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

เพราะหัวใจต้องการคนดูแล

การดูแลหัวใจให้แข็งแ […]

เพราะหัวใจต้องการคนดูแล

เพราะหัวใจ ต้องการคนดูแล

การดูแลหัวใจให้แข็งแรง


ทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และตรวจสุขภาพหัวใจสม่ำเสมอ

หัวใจเป็นอวัยวะ ที่มีความสำคัญ ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตเพื่อนำไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย การดูแลหัวใจให้แข็งแรง ทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และตรวจสุขภาพหัวใจสม่ำเสมอ อาการโรคหัวใจ เช่น เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก ใจสั่น วูบ หมดสติ เหนื่อย หายใจไม่อิ่ม นอนราบไม่ได้ แขนขาบวม ทำงานได้ลดลง เหนื่อยเร็วขึ้น วิงเวียน ปวดศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อสุขภาพของหัวใจ
เช็คให้ชัวร์หัวใจของคุณแข็งแรงหรือเปล่า ?
คุณมีสัญญานเหล่านี้หรือไม่
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกโดยเฉพาะเวลาออกแรงหรือเครียด
  • ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เป็นลมหมดสติเนื่องจากหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ
  • หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน

รายการตรวจสุขภาพหัวใจ

รายการ
ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย
Exercise Stress Test (EST)
เป็นการตรวจหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ
หรือตรวจหาการเต้นของหัวใจผิดจังหวะที่เกิดขณะออกกำลังกาย
2,499.-
(จาก 3,500.-)
ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง
Echocardiogram (Echo)
เป็นการใช้คลื่นเหนือเสียง (อัลตราซาวด์) ความถี่สูง
ส่งไปยังบริเวณหัวใจ และสร้างออกมาเป็นภาพของหัวใจและหลอดเลือด
บันทึกเป็นวิดีโอหรือบันทึกลงกระดาษ เมื่อเคลื่อนหัวอ่านไปตามบริเวณต่างๆ
ก็จะได้ภาพหัวใจและหลอดเลือดสำคัญทั้งหมด
2,499.-
(จาก 3,500.-)
ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ
Calcium Score (CT)
สามารถตรวจวัดระดับแคลเซียมที่ผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
และสามารถตรวจวัดได้ก่อนมีอาการของโรคหัวใจนานหลายปี
จะนำไปใช้เพื่อการบอกโอกาสการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบในอนาคต
2,990.-
(จาก 5,000.-)
ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับ “การนอนกรน”

ปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับ "การนอนกรน"

การนอนอย่างมีสุขภาพดี

ห้อง เดี่ยว : 10,800.-


นอนกรน คือ ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูงเลือดข้น ภาวะความดันในปอดสูง ภาวะหัวใจวาย เส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดหัวใจตีบ อัมพาต

คุณเคยสังเกตหรือไม่ ?

ส่วนใหญ่เรามักคิดว่าปัญหาการนอนกรนเป็นปัญหาเล็กน้อย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ปัจจุบันวงการแพทย์ได้ให้การยอมรับว่า การนอนกรนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆหลายโรค เช่น หลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจตาย อัมพฤกษ์ อัมพาต และร้ายแรงที่สุดคือภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะนอนหลับ ยังส่งถึงไปยังบุคลิกภาพและเกิดความอาย
อาการเบื้องต้นที่สังเกตได้
  • นอนไม่อิ่ม ไม่สดชื่น
  • ปวดศีรษะ ช่วงเช้า
  • หงุดหงิดง่าย
  • สมาธิสั้น ความจำลดลง
  • ซึมเศร้า
  • หลับขณะขับรถ
  • หยุดหายใจขณะหลับ

ตรวจสุขภาพการนอนหลับ Sleep test

10,800.-

ห้องพักเดี่ยว 1 คืน
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจการนอนหลับ Sleep Test
  • ต้องสระผมให้สะอาด และห้ามใช้ครีมนวด และห้ามใส่น้ำมัน สเปรย์ หรือเจลใส่ผม ก่อนมารับการตรวจ เพราะมีการติดอุปกรณ์ที่หนังศีรษะ จำเป็นต้องให้บริเวณที่ติดอุปกรณ์ไม่มีไขมัน เพื่อให้สัญญาณกราฟคมชัด และจะสามารถอ่านผลระดับการนอนหลับได้ถูกต้อง
  • ห้ามทาแป้งหรือครีมที่บริเวณใบหน้า ลำคอและขา เพื่อทำให้อุปกรณ์ที่ติดอยู่ได้นานตลอดทั้งคืน เพราะถ้าอุปกรณ์ที่ติดหลุด จะไม่สามารถอ่านผลได้ อาจจะต้องเข้ามารับการตรวจใหม่
  • ห้ามดื่มกาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมารับการตรวจ เพราะจะทำให้คุณภาพของการนอนหลับผิดปกติไป กรณีที่คนไข้ต้องดื่มเป็นประจำ ต้องแจ้งแพทย์ที่ทำการรักษให้ทราบ ก่อนรับการตรวจ
  • ห้ามรับประทานยาระบาย หรือยาอื่นๆ ที่มีผลทำให้การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ก่อนมารับการตรวจเพราะจะทำให้ผลตรวจการนอนหลับที่ได้มาผิดปกติไป
  • ยาที่ผู้ป่วยรับประทานเป็นประจำ เช่น ยาควบคุมความดันโลหิต และยารักษาโรคอื่นๆ ให้รับประทานได้ตามปกติ และกรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ เมื่อมารับการตรวจ
  • ห้ามรับประทานยานอนหลับ ก่อนมารับการตรวจ แต่ถ้าคนไข้ประสงค์ว่าจะต้องใช้ยานอนหลับเพื่อช่วยในการนอน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือพยาบาล เมื่อมารับการตรวจ
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
  • ผู้เข้ารับบริการสามารถใช้แพ็กเกจได้หลังจากตรวจวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว โดยค่าใช้จ่ายในการวินิจฉัยจัดเป็นค่าใช้จ่ายนอกแพ็กเกจ
  • แพ็กเกจดังกล่าวไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิ์และส่วนลดอื่นๆ ได้ เช่น ผู้ถือหุ้น บริษัทคู่สัญญา และบริษัทประกัน
  • ผู้เข้ารับบริการชำระค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาล ในวันที่เข้ารับบริการ
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 31 มีนาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ดูแลระบบทางเดินอาหารด้วยโปรแกรม “ส่องกล้อง อุ่นใจ”

ดูแลระบบทางเดินอาหารด้วยโปรแกรม "ส่องกล้อง อุ่นใจ"

โปรแกรมส่องกล้อง หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น

โปรแกรมส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

โปรแกรส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่


จุกเสียด แน่นท้อง ท้องผูก ท้องเสียเรื้อรัง น้ำหนักลด

โปรแกรมคัดกรอง “ ส่องกล้อง อุ่นใจ ” (ไม่พักค้างคืน)

ส่องกล้อง หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น
EGD/GASTROSCOPY
11,500.-
18,000.-
ให้ยานอนหลับโดยวิสัญญีแพทย์
ส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
COLONOSCOPY
16,500.-
24,500.-
ให้ยานอนหลับโดยวิสัญญีแพทย์
ส่องกล้องกระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่
EGD+COLONOSCOPY
25,500.-
32,500.-
ให้ยานอนหลับโดยวิสัญญีแพทย์
เงื่อนไขการใช้บริการ
  • เป็นโปรแกรมแบบผู้ป่วยนอก รวม ค่าแพทย์ ค่ายา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหัตถการในห้องผ่าตัด ไม่รวมค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
    1. การตัดชิ้นเนื้อ
    2. การส่งตรวจชิ้นเนื้อ
    3. การรักษาภาวะเลือดออก
    4. ค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ (ยา/เวชภัณฑ์/Lab/X-ray/ค่าแพทย์และอื่นๆที่นอกเหนือจากการทำหัตถการในห้องผ่าตัด)
    5. ยาที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัตถการ
    6. เวชภัณฑ์และยากลับบ้าน
  • โปรแกรมนี้ใช้เพื่อการตรวจวินิจฉัยและการตรวจสุขภาพประจำปีเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อการรักษา
  • ปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับผู้ที่มีสิทธิ์เบิกประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ