ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่างสำหรับรักษานอนกรนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่างสำหรับรักษานอนกรนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Mandibular advancement device (MAD and obstructive sleep apnea (OSA)
ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่างสำหรับรักษานอนกรนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
Mandibular advancement device (MAD) for treating snoring and obstructive sleep apnea (OSA)
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ(Sleep Apnea) คือ ความผิดปกติของการนอนหลับที่มีการหยุดและเริ่มต้นการหายใจซ้ำ ๆ กันเป็นวงจร สังเกตได้จากการกรนเสียงดังและอาการอ่อนเพลีย แม้ว่าจะได้นอนอย่างเพียงพอ โดย Obstructive Sleep Apnea(OSA) คือ ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการคลายตัวของกล้ามเนื้อคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน ส่งผลให้อากาศไม่สามารถเข้าสู่ปอดได้
ปัจจัยเสี่ยง
    ปัจจัยเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ผลกระทบของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA)
  • ลดระดับออกซิเจนในเลือด (Hypoxia)
  • เพิ่มระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (Hypercapnia)
  • สะดุ้งตื่นจากการนอนหลับ
  • อดนอน อ่อนเพลียง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคในระบบไหลเวียนโลหิต
MAD เหมาะกับใคร
Mandibular Advancement Device หรือ MAD ให้ผลการรักษาได้ดีในผู้ป่วยที่นอนกรนอย่างเดียว หรือ นอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลาง (ค่าดัชนีการหยุดหายใจและหายใจแผ่วน้อยกว่า 30 ครั้งต่อชั่วโมง) หรือในรายที่ระดับรุนแรง แต่ผู้ป่วยไม่สามารถยอมรับการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกได้
ภาพการใส่ทันตอุปกรณ์ สำหรับการนอนกรน

Mandibular Advancement Device (MAD)
ทำงานโดยการดึงขากรรไกรล่าง และลิ้นมาด้านหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการไหลของอากาศบริเวณด้านหลังลำคอ โดย MAD ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนฟันบนและส่วนฟันล่าง ซึ่งอาจจะเชื่อมต่อกันด้วยสกรู บานพับ หรือยางยืดที่ปรับได้ อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยดึงขากรรไกรล่างไปด้านหน้าเพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น
ขั้นตอนการทำ MAD
  1. ซักประวัติ และทำแบบสอบถามการนอนหลับ
  2. ตรวจวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  3. ตรวจสภาพช่องปากและการสบฟันอย่างละเอียด
  4. ถ่ายภาพรังสี Lateral cephalogram และ Orthopantomogram
  5. พิมพ์ฟันหรือสแกนช่องปากและบันทึกการสบฟัน
  6. ผู้ป่วยได้รับ MAD เพื่อใส่ขณะนอนหลับ
  7. หลังผู้ป่วยปรับตัวกับเครื่องมือประมาณ 2 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะนัดเพื่อตรวจประเมินผล และปรับอุปกรณ์
  8. หลังจากผู้ป่วยใช้ MAD ที่ปรับระดับความยื่นจนทันตแพทย์เห็นว่าเหมาะสม จะส่งต่อให้แพทย์ทำการตรวจการนอนหลับเพื่อยืนยันผลการรักษา
  9. นัดติดตามอาการต่อเนื่องกับทันตแพทย์ทุก 6 เดือน
ลักษณะของ MAD
  • ทันตอุปกรณ์ประเภทนี้สามารถปรับขากรรไกรล่างให้ยื่นไปข้างหน้าทีละน้อย ช่วยเปิดทางเดินหายใจได้ในระยะที่เหมาะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • เครื่องมือประเภทนี้เป็นอุปกรณ์เฉพาะบุคคล ทันตแพทย์จึงต้องพิมพ์ฟัน หรือ สแกนช่องปากผู้ป่วย เพื่อผลิตเครื่องมือที่พอดีกับปากและฟันของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความสบายขณะสวมใส่ไม่หลุดง่ายในขณะหลับ
  • นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือ พกพาสะดวกขณะเดินทางไม่ต้องใช้ไฟฟ้า และไม่มีหน้ากากครอบหรือคาดที่ใบหน้า
  • ปัจจุบันมีการออกแบบเครื่องมือได้หลายลักษณะ ซึ่งทันตแพทย์จะทำการพิจารณาและพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อเลือกแบบที่เหมาะสม

ลักษณะของ MAD

วิธีการดูแลเครื่องมือการทำความสะอาด
  • ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มกับน้ำสบู่อ่อนขัดทำความสะอาดเมื่อถอดเครื่องมือตอนตื่นนอนทุกเช้าก่อนจะล้างด้วยน้ำเปล่า
  • ไม่ใช้ยาสีฟันหริอสารขัดฟันปลอมมาใช้ทำความสะอาด เนื่องจากจะทำให้พื้นผิวของเครื่องมือเสียหายได้
  • หลังทำความสะอาดเครื่องมือแล้ว ให้เก็บเครื่องมือในที่อากาศเย็นและแห้ง หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ร้อนและมีสารเคมี
ผลข้างเคียงของการใส่เครื่องมือ
การจัดการกับผลข้างเคียง
  • การเปลี่ยนแปลงการสบฟัน
    • การบริหารด้วยการใช้ท่าม้วนลิ้นแตะเพดานปาก
      1. นำปลายลิ้นแตะเบาๆที่กลางเพดานปาก โดยไม่เกร็งลิ้น และริมฝีปาก
      2. อ้าปากช้าๆ จนสุด โดยที่ปลายลิ้นยังคงแตะที่กลางเพดานปาก อ้าปากค้างไว้ 5 วินาที
      3. หุบปากช้าๆ เข้าสู่ท่าพัก โดยที่ฟันบนล่างไม่แตะกัน ลิ้นและริมฝีปากผ่อนคลายพัก 5 วินาที
      4. ทำวันละ 5 รอบต่อวัน รอบละ 15 ครั้ง
    • กัดฟันบนยาง Occlusion trainer โดยค่อยเลื่อนๆ จากการกัดบนฟันกรามด้านขวาไปจนถึงด้านซ้าย
    • กัดบน Morning occlusal guide หลังถอด MAD ในตอนเช้าเพื่อช่วยให้ขากรรไกร และการสบฟัน กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม
moring occlusal guide
  • ปวดกล้ามเนื้อ & เสียงผิดปกติที่ข้อต่อขากรรไกร
    • บริหารขากรรไกรล่างโดยออกแรงต้านนิ้วมือที่ออกแรงดันทั้งแนวดิ่งและแนวราบ
    • รักษาอาการแบบประคับประคอง เช่น ประคบอุ่น พักผ่อน การนวด และทานยาแก้ปวด
  • น้ำลายไหลมาก
    • เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะปรับตัวได้ดีขึ้น
  • ภาวะปากแห้ง
    • หลีกเลี่ยงอาหารหรือสิ่งที่ทำให้ปากแห้ง
    • ปรับเครื่องมือเพื่อให้ริมฝีปากปิดได้สนิทขึ้น

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมตรวจสุขภาพ SML 12%

มอบของขวัญ แห่งความส […]

โปรแกรมตรวจสุขภาพ Healthy New Year! 2026

"มอบสุขภาพดี เป็นของ […]

กลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

กลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

Carpal Tunnel Syndrome
กลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ เป็นภาวะที่เกิดจากการบีบรัดเส้นประสาทมีเดียนที่ข้อมือ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการชา ปวด หรืออ่อนแรงบริเวณนิ้วมือ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วกลาง สาเหตุของภาวะนี้มักเกิดจากการใช้ข้อมือที่ซ้ำๆ หรือเกิดจากการบาดเจ็บที่ข้อมือ เช่น การใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือการทำงานที่ต้องใช้ข้อมือบ่อยๆ หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและหยิบจับไม่ถนัดได้
การรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือแบบไม่ผ่าตัด
การรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือเบื้องต้นรวมถึงการใช้วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น
    การใส่เฝือกอ่อน เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวของข้อมือ
    การใช้ยาต้านการอักเสบ เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ
    การทำกายภาพบำบัด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อมือ
นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ข้อมือ เช่น การหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ข้อมือถูกใช้งานหนักเกินไป ก็เป็นส่วนสำคัญในการรักษาอาการนี้ หากรักษาไปช่วงหนึ่งแล้วอาการไม่ดีขึ้น การผ่าตัดเลาะพังผืดบริเวณข้อมือก็จะช่วยแก้ไขสาเหตุของโรคได้ และป้องกันมืออ่อนแรงในอนาคต
การผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้อง
Endoscopic Carpal Tunnel Release
การผ่าตัดแบบเดิมเป็นการผ่าตัดแบบเปิด แผลจะมีขนาดใหญ่และกลับมาใช้งานมือได้ช้า การผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้องเป็นวิธีการรักษาที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือในขั้นรุนแรง หรือเมื่อการรักษาแบบอนุรักษ์ไม่สามารถบรรเทาอาการได้ การผ่าตัดนี้ทำโดยการใช้กล้องส่องผ่านเข้าไปที่ข้อมือแล้วตัดพังผืดที่กดทับเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทสามารถทำงานได้ดีขึ้น วิธีนี้มีข้อดีคือ แผลผ่าตัดเล็ก ฟื้นตัวได้เร็ว และมีอาการปวดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
ข้อดีของการผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้อง
  • แผลผ่าตัดเล็ก
  • ฟื้นตัวได้เร็ว
  • มีอาการปวดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
null

รูปที่ 1 การผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้อง (Endoscopic Carpal Tunnel Release)

null

รูปที่ 2 การผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้อง (Endoscopic Carpal Tunnel Release)

โปรแกรมและแพ็คเกจ

พญ.อรอัญญา เพียรพิทยากุล

พญ.อรอัญญา เพียรพิทยากุล
Obstetrics and Gynecology

พญ.อรอัญญา เพียรพิทยากุล

ON-ANYA PHIANPHITTHAYAKUL, M.D.
Specialty
  • Obstetrics and Gynecology

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
THU 09:00 - 12:00 คลินิกสุขภาพสตรี

RSV ภัยร้ายของลูกรัก

ไวรัส RSV ภัยร้ายของลูกรัก

RSV Virus
ไวรัส RSV (RSV Virus) คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายผลิตสารคัดหลั่งจำนวนมาก เช่น เสมหะ เป็นต้น เชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายผ่านการไอหรือจาม ผู้ป่วยมีอาการเบื้องต้นคล้ายเป็นหวัด คือ ปวดศีรษะ มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล พบผู้ที่ติดเชื้อไวรัส RSV ได้ในทุกวัย แต่พบมากในเด็กและทารก ซึ่งเป็นวัยที่มักเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนได้
พญ.ขวัญจันทร์ ขัมพานนท์ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลบางโพ จะให้คำแนะนำ และการป้องกันโรคนี้ค่ะ

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยารักษาโรค RSV โดยตรง การรักษาเป็นเพียงการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ การดูดเสมหะ การให้ออกซิเจน การให้สารน้ำทดแทนให้เพียงพอ การรักษขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค หายได้ภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำหคัญ หากมีอาการแนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์

โปรแกรมและแพ็คเกจ