วัคซีนไข้หวัดใหญ่ HIGH DOSE สำหรับผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ HIGH DOSE สำหรับผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

FLU VACCINE HIGH DOSE

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ HIGH DOSE

ราคา 1 ท่าน : 2,500.-

ราคา 1 ท่าน ใช้ได้ 2 ปีหรือ 2 ท่าน พร้อมกัน : 4,936.-


โรคไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยแนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โรคไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปในผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ HIGH DOSE สำหรับผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

โรคไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยแนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โรคไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปในผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ปัจจุบันวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ มีการพัฒนาเพื่อเฉพาะผู้สูงอายุ เป็นชนิด High Dose วัคซีนเป็นเชื้อตายที่มีปริมาณแอนติเจนเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบปกติ ทำให้มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เพื่อป้องกันและช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
ข้อดีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ High Dose สำหรับผู้สูงอายุ เมื่อเทียบกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบปกติ
  • ช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้มากกว่าวัคซีนขนาดปกติ 24.2%
  • ลดความรุนแรงถึงขั้นนอนโรงพยาบาลจากไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบได้ถึง 64.4%
  • ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตในผู้สูงอายุได้ถึง 48.9%
  • มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน สำหรับผู้สูงอายุ

2,500

ราคา 1 ท่าน
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ

4,936 บาท

ราคา 1 ท่าน ใช้ได้ 2 ปี หรือ 2 ท่าน พร้อมกัน
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ

วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ STD

โปรแกรมตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Sexually Transmitted Diseases (STDS)

ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์


กลุ่มโรคที่เกิดจากการติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นโรคหรือคนที่ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเพศทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก เดิมมีชื่อว่า “กามโรค” (venereal diseases) ในปัจจุบันมีการค้นพบโรคในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” (sexually transmitted infections, STIs) โรคที่สำคัญคือ ซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม เริม และเอชพีวี ดังนั้นควรตรวจคัดกรองโรคปีละครั้ง สำหรับกลุ่มที่เสี่ยง

โปรแกรมตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Sexually Transmitted Diseases (STDS)

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือกลุ่มโรคที่เกิดจากการติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นโรคหรือคนที่ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเพศทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก เดิมมีชื่อว่า “กามโรค” (venereal diseases) ในปัจจุบันมีการค้นพบโรคในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” (sexually transmitted infections, STIs) โรคที่สำคัญคือ ซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม เริม และเอชพีวี

ใครเสี่ยงที่จะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

คนที่มีกิจกรรมทางเพศบ่อย มีคู่นอนหลายคน อายุน้อย ไม่ใส่ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ เคยมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในอดีต ดื่มสุรา และใช้สารเสพติด

สามารถติดโรคจากคนที่ไม่มีอาการ ภายนอกดูแข็งแรงปกติ ได้หรือไม่
ในบางระยะของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการผิดปกติ ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้ออยู่ แต่สามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่คู่นอนได้ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยแม้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเชื้อเอชไอวีได้

จะปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อสงสัยว่าอาจติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
เมื่อพบว่ามีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือเพิ่งมีความเสี่ยงในการติดโรค ควรรีบปรึกษาแพทย์ และงดการมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราวเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังบุคคลอื่นจนกว่าจะทราบผลการตรวจ ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคควรงดการมีเพศสัมพันธ์ จนกว่าจะได้รับการรักษาจนหาย และแนะนำให้คู่นอนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เข้ารับการตรวจรักษาด้วย 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รักษาให้หายขาด
โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการกินหรือฉีดยาปฏิชีวนะให้ครบตามแพทย์สั่ง และให้ความสำคัญกับการพาคู่นอนมารับการตรวจรักษา ส่วนโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบางชนิดจะอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต เช่น เริม การรักษาจะช่วยควบคุมอาการโรคได้ แต่การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เอชพีวี ร่างกายอาจกำจัดเชื้อได้เอง หากกำจัดไม่ได้เชื้ออาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งในอนาคต 
ข้อมูลอ้างอิง สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย
ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Sexually Transmitted Diseases (STDS)
ด้วยเทคนิค REAL-TIME PCR ทราบผลภายใน 5 วัน โดยเก็บตัวอย่างจากปัสสาวะ
รายการตรวจ
STD 1
7 ชนิด
STD 2
14 ชนิด
STD 3
7 ชนิด + HIV
STD 4
14 ชนิด + HIV
Neisseria gonorrhoeae
โรคหนองในแท้
Chlamydia trachomatis
โรคหนองในเทียม
Mycoplasma hominis
โรคหนองในเทียม
Mycoplasma genitalium
โรคหนองในเทียม
Ureaplasma urealyticum
โรคหนองในเทียม
Ureaplasma parvum
โรคหนองในเทียม
Trichomonas vaginalis
พยาธิในช่องคลอด
Herpes simplex virus types 1 (HSV-1)
โรคเริม
Herpes simplex virus types 2 (HSV-2)
โรคเริม
Treponema pallidum
โรคซิฟิลิส
Haemophilus ducreyi
โรคแผลริมอ่อน
Candida albicans
โรคเชื้อราในช่องคลอด
Gardnerella vaginalis
ติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด
Group B Streptococcus
ติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด
HIV
การตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี
ราคาแพ็คเกจ
1,990.-
3,333.-
2,190.-
4,190.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาให้รับยา ซึ่งจะมีค่าบริการเพิ่ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ผู้ที่เหมาะกับบริการนี้
  • มีอาการผิดปกติที่อาจติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น คัน เป็นผื่น ตุ่ม เป็นฝี มีหนองไหล หรือมีความผิดปกติที่อวัยวะเพศ ปัสสาวะแสบขัด มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น
  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เช่น ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย ถุงยางอนามัยรั่ว แตก หลุด หรือฉีดขาดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • มีพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง เช่น เปลี่ยนคู่นอนบ่อย มีคู่นอนหลายคน มีคู่นอนที่เสี่ยงต่อการติดโรค
  • ผู้ที่วางแผนแต่งงาน วางแผนการมีบุตร หรือ ต้องการตรวจ ก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนรักและทารกในครรภ์
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ
  • สามารถทานอาหารมาก่อนเข้าตรวจได้ตามปกติ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจสุขภาพ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการตรวจช่วงที่มีประจำเดือน ควรรอตรวจหลังจากที่ประจำเดือนหมดไปแล้วอย่างน้อย 7 วัน
  • ห้ามตรวจภายในมาก่อนในช่วง 24 ชั่วโมง เพราะอาจมีสารหรือยาไปปนเปื้อนอยู่
  • ห้ามใช้ผ้าอนามัยชนิดสอด ครีมหรือยา ที่ใช้ทางช่องคลอดอื่น ๆ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • ห้ามล้างหรือทำความสะอาดในช่องคลอดภายใน 48 ชั่วโมงก่อนมาตรวจ เพราะอาจไม่มีเซลล์เหลือให้ตรวจ
  • ห้ามมีเพศสัมพันธ์ก่อนมารับการตรวจ 48 ชั่วโมง
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมลูกน้อยในครรภ์

การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมลูกน้อยในครรภ์

Noninvasive Prenatal Testing (NIPT)

การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมลูกน้อยในครรภ์ Noninvasive Prenatal Testing (NIPT)


“คงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหน อยากเห็นลูกที่เกิดมามีความผิดปกติ ทางด้านสมอง พัฒนาการและร่างกาย เช่น เป็นดาวน์ซินโดรม”

รู้ก่อน รับมือได้ทัน ตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมลูกน้อยในครรภ์

“คงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหน อยากเห็นลูกที่เกิดมามีความผิดปกติ ทางด้านสมอง พัฒนาการและร่างกาย เช่น เป็นดาวน์ซินโดรม” การตรวจ NIPT เป็นทางเลือกในการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมของทารกในครรภ์ด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ลำดับเบสของดีเอ็นเอ (NGS) ตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม เช่น Trisomy 21, 18, 13 และโครโมโซมเพศ ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทุกท่านควรตรวจคัดกรองในระยะแรกๆ เพื่อหาแนวทางการวางแผนดูแลครรภ์ในอนาคต เพราะปัจจุบันพบว่า ในเด็กกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม 100 คน เกิดความผิดปกติจากแม่อายุมากกว่า 35 เพียง 25-30 คน อีก 70-75 คน เกิดจากแม่ที่มีอายุน้อย เด็กดาวน์เกือบทั้งหมดเกิดในครอบครัวที่ไม่เคยมีประวัติดาวน์ซินโดรมมาก่อน การตรวจนี้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย
ข้อดีเมื่อตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมลูกน้อยในครรภ์
  • ประสิทธิภาพการตรวจพบดาวน์ซินโดรม >99%
  • ตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์เพียง 10 สัปดาห์ขึ้นไป
  • เพียงเจาะเลือด 8-10 cc. และนำมาตรวจวิเคราะห์ DNA ของทารกที่อยู่ในเลือดแม่
  • ทราบผลภายใน 7-10 วันทำการ
  • ไม่เสี่ยงกับการแท้งเหมือนเจาะน้ำคร่ำ
รายการ
FOCUS
CORE
PRO
TWIN
Trisomy 21, 18, 13
Sex Chromosome Aneuploidies
Trisomy 9, 16, 22
Other Chromosome Aneuploidies
84 Kinds of Delettion / Duplication
Gender Identitcation
Y Detection
ราคาแพ็กเกจ
8,900
11,900
16,900
16,900
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรม ตรวจสุขภาพ S M L

ชุดตรวจสุขภาพ S, M, L


เพื่อให้คุณและครอบครัว มีสุขภาพดีจะซื้อเป็นของขวัญ หรือ ซื้อเพื่อดูแลตัวเอง ก็คุ้ม
- ลดเพิ่ม เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจชุดใดก็ได้ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 649.- (ปกติ 849.-)

ชุดตรวจสุขภาพ S, M, L

ชุดตรวจสุขภาพที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ
ปัจจุบันการดำเนินชีวิตของคนในสังคม ต้องทำงานแข่งกับเวลาอย่างเร่งรีบ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นพิษ จึงมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น การขาดการออกกำลังกาย การไม่ตระหนักในการรับประทานอาหาร รวมถึงมลภาวะทางจิตใจ ขาดความสมดุลของชีวิต ทำให้เกิดความเคยชิน จนกลายเป็นภัยคุกคามสุขภาพได้
การตรวจสุขภาพประจำปีจึงมีความจำเป็น เพื่อสำรวจว่าระบบต่างๆ ในร่างกายเรามีความผิดปกติ หรือมีความบกพร่องที่อัวยวะใด เพื่อจะได้รักษา ป้องกัน หรือ ผ่อนหนักให้เป็นเบา หากมีการดูแลอย่างดี ตรวจสอบหาข้อบกพร่อง และแก้ไขแต่ระยะต้นๆ ร่างกายก็จะอยู่กับเราได้นานขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
รายการ
S Care
สำหรับช่วงอายุต่ำกว่า 30 ปี
(20 รายการ)
M Care
สำหรับช่วงอายุ 30 - 40 ปี
L Care
สำหรับช่วงอายุมากกว่า 40 ปี
ชาย
(22 รายการ)
หญิง
(24 รายการ)
ชาย
(33 รายการ)
หญิง
(34 รายการ)
ตรวจร่างกายโดยแพทย์ Physical Examination
ความสมบูรณ์ของเลือด CBC
ตรวจน้ำตาลในเลือด FBS
HbA1C
ตรวจการทำงานของตับ SGPT
SGOT
Alkaline Phosphatase
Bilirubin (Total Bilirubin, Direct Bilirubin)
Total Protein (Albumin, Globulin)
ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี HBsAg
ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับบี HBsAb
ตรวจการทำงานของไตและกรวยไต BUN
Creatinine
eGFR
ตรวจการทำงานของต่อมธัยรอยด์ TSH and Free T4
ตรวจระดับกรดยูริก (โรคเก๊าท์) Uric Acid
ตรวจไขมันในเลือด Cholesterol
Triglyceride
HDL
LDL
ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ AFP for Liver Cancer
ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ CEA for GI Cancer
ตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก PSA for Prostate Cancer
ตรวจปัสสวะ Urine Examination
ตรวจอุจจาระ Stool Examination with Occult blood
ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก Bone Density (lumbar, hip)
ตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของระบบเส้นเลือด Ankle Brachial Index (ABI)
ตรวจเอกซเรย์ปอดและหัวใจ Chest X-ray
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Electrocardiogram (EKG)
ตรวจหัวใจด้วยการวิ่งสายพานหรืออัลตราซาวด์ Exercise Stress Test or Echocardiogram
ตรวจอัลตราซาวด์อวัยวะช่องท้อง Ultrasound Whole Abdomen
ตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูก แบบเจาะลึกระดับ DNA Pelvic Exam and HPV DNA Test
ตรวจแมมโมแกรมมะเร็งเต้านมและอัลตราซาวด์ Mammogram and Breast Ultrasound
การหาดัชนีมวลกาย Body Mass Index
อาหาร/สมุดตรวจสุขภาพ Bangpo Snack Bag / Health Check-Up Report
ราคาปกติ 4,490.- 7,940.- 12,450.- 19,510.- 22,270.-
ราคาแพ็คเกจ 2,900.- 5,500.- 8,200.- 13,300.- 15,800.-
ลดเพิ่ม วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 649.- (ปกติ 849.-)
เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจชุดใดก็ได้
กรุณางดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ
ความเหมาะสมแต่ละช่วงอายุ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ
ความเหมาะสม
S Care
สำหรับผู้ที่มีอายุน้อยกว่า  30 ปี หรือวัยทำงาน
M Care
สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 30 - 40 ปี  หรือ วัยทำงานและผู้ใหญ่ที่ต้องการตรวจละเอียดมากขึ้น
L Care
สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า  40  ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เตรียมสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมตรวจสุขภาพเพศชาย

โปรแกรมตรวจสุขภาพเพศชาย

Man Health Check Up

โปรแกรมตรวจสุขภาพเพศชาย : 4,900.-


โปรแกรมตรวจสุขภาพเพศชาย และรักษาภาวะชายวัยทอง ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศองคชาติไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวไม่เต็มที่ สาเหตุจากปัญหาสุขภาพ ขาดการออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ความเครียด ความวิตกกังวล มีผลทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้โดยไม่รู้ตัว

โปรแกรมตรวจสุขภาพเพศชาย

ดูแลสุขภาพคุณผู้ชาย โดยแพทย์เฉพาะทาง
โปรแกรมตรวจสุขภาพเพศชาย ดูแลสุขภาพคุณผู้ชาย โดยแพทย์เฉพาะทาง พร้อมรักษาภาวะชายวัยทอง ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศองคชาติไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวไม่เต็มที่ สาเหตุจากปัญหาสุขภาพ ขาดการออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ความเครียด ความวิตกกังวล มีผลทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้โดยไม่รู้ตัว
โรงพยาบาลบางโพ ร่วมส่งเสริมให้คุณมีสุขภาพดี
ตรวจ 12 รายการ เพียง 4,900.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
  • ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์ Physical Examination
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC
  • ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด FBS
  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด Cholesterol
  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด Triglyceride
  • ตรวจหาระดับไขมันชนิดดีในเลือด HDL
  • ตรวจหาระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด LDL
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต BUN
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต Creatinine
  • ตรวจหาระดับเกลือแร่ในเลือด (Electrolyte)
  • ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)
  • ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ
  • กรุณางดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการตรวจ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

โปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับเพศชาย ด้วยเครื่อง Shock Wave

การรักษาด้วยเครื่อง Shock Wave เป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศสำหรับคุณผู้ชาย โดยส่งคลื่นกระแทกผ่านชั้นผิวหนังลงไปถึงบริเวณเอ็นและกล้ามเนื้อลึกประมาณ 3-4 เซนติเมตร กระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เส้นเอ็น ไม่ต้องพี่งยา ไม่เจ็บ และไม่มีผลข้างเคียง จำนวนครั้งและความถี่ในการรักษาของแต่ละคนขึ้นอยู่กับแพทย์และความรุนแรงของโรค แล้วความสุขของชีวิตคู่จะกลับมาอีกครั้ง


Shock Wave
แพ็คเกจเสริม
จำนวนครั้ง
ราคา
Shock Wave
1 ครั้ง
8,000.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ รพ.
Shock Wave
3 ครั้ง
22,000.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ รพ.
Shock Wave
6 ครั้ง
39,000.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการ รพ.
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

กระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS)

กระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS)

Transcranial Magnetic Stimulation
กระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS)
กระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Transcranial Magnetic Stimulation) นวัตกรรมในการฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีภาวะอ่อนแรง ชา หรือกล้ามเนื้อเกร็งทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง สามารถใช้ในการฟื้นฟูและรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคซึมเศร้า ปวดศีรษะ โรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน และอาการปวดชาจากเส้นประสาท
การรักษาด้วย TMS ปลอดภัยแค่ไหนมีผลข้างเคียงหรือไม่?
เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเทคโนโลยีนี้ มีผลอยู่ในวงจำกัดที่แคบมาก เพียง 1-3 เซนติเมตรจากหัวกระตุ้น จึงไม่มีผลกระทบที่อันตรายต่ออวัยวะของร่างกาย มีเพียงข้อห้ามใช้ผู้ป่วยบางรายดังต่อไปนี้
  • ผู้ป่วยที่มีโลหะที่เหนี่ยวนาแม่เหล็กบริเวณศีรษะหรือพื้นที่รักษาในระยะ 30 เซนติเมตร เช่น Sutures, Clips, coils,Magnetic Dental Implants or Insulin Pumps
  • ผู้ป่วยที่มีเครื่องมือทางการรักษาเป็นระบบดิจิตอลต่างๆ เช่น Pacemakers, Implantable Cardioverter Defibrillators,Vagus Nerve Stimulators [VNS] and Wearable Cardioverter Defibrillators [WCD’s])
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติชักหรือภาวะชักที่ไม่สามารถควบคุมได้
  • ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องระบายน้ำในโพรงสมอง
  • ผู้ป่วยที่มีอวัยวะเทียมที่เป็นโลหะที่เพิ่งใส่มาไม่นาน
  • สตรีมีครรภ์
ผู้ป่วยส่วนมากจะไม่พบอาการข้างเคียงภายหลังการรักษา ผลข้างเคียงที่สาคัญแต่พบได้น้อยมากคือ อาการชัก ซึ่งพบได้ประมาณ 0.02-0.2% ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอ่อนเพลียหรือง่วงนอนภายหลังการกระตุ้น บางรายพบอาการปวดัีรษะหรือระคายเคืองบริเวณที่ถูกกระตุ้นได้เล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้จะอยู่เพียง 1-2 ชั่วโมงหลังทำ หากผู้ป่วยรู้สึกไม่สุขสบาย สามารถทานยาลดปวดพาราเซตามอลได้
การรักษาแต่ละครั้งใช้เวลานานเท่าไหร่?
ระยะเวลาในการรักษาต่อครั้งอยู่ที่ 30-60 นาที ความถี่ในการรักษาประมาณ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์แล้วแต่อาการและโรคของผู้ป่วยแต่ละราย
อัตราการเข้ารับการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
แพคเกจ Stroke
รายการ
ราคา
1 ครั้ง 2,500.-
5 ครั้ง 12,250.-
10 ครั้ง 24,000.-
รวมค่าแพทย์แล้ว (ยังไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล)
อัตราการเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า ปวดไมเกรน นอนไม่หลับ ย้ำคิดย้ำทำ และอื่นๆ
แพคเกจ Depression
รายการ
ราคา
1 ครั้ง 1,800.-
5 ครั้ง 8,750.-
10 ครั้ง 17,000.-
รวมค่าแพทย์แล้ว (ยังไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล)
กรุณานัดหมายล่วงหน้า เพื่อวางแผนในการรักษาให้ดีที่สุด โปรดนำประวัติการรักษาและหนังสือส่งตัวจากแพทย์ประจำมาด้วย
ลงเทะเบียนนัดหมาย พยาบาลจะติดต่อกลับเพื่อสอบถามข้อมูล
วันนี้ -31 ธันวาคม 2568

โปรแกรมและแพ็คเกจ

วัคซีนปัองกันโรคมือ เท้า ปาก (EV71)

วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก จากเชื้อ Enterovirus 71

Hand Foot Mouth Vaccine

วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก จากไวรัส EV71

2 เข็ม : 5,990.-


วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก จากไวรัส EV71
ซึ่งไวรัสชนิดนี้ทำให้เกินโรคมือเท้าปากรุนแรง ทำให้เกิดสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ วัคซีนกันเฉพาะโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรง แต่ไม่ได้ป้องกันโรคมือเท้าปากตามฤดูกาล

โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot Mouth Disease) เป็นโรคที่มักพบการติดเชื้อในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็กและในที่อยู่รวมกันอย่างแออัดจะมีโอกาสที่เกิดการระบาดได้ มักระบาดในฤดูฝน แต่บางรายจะมีอาการรุนแรงขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสที่มีการติดเชื้อ โรคนี้ติดต่อโดยการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก เสมหะ ตุ่มหรือผื่นที่ผิวหนัง ทั้งสัมผัสโดยตรงและสัมผัสเชื้อทางอ้อม
โรคมือ เท้า ปากเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enteroviruses ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ โรคมือเท้าปาก ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า coxsackie A16 มักไม่รุนแรง เด็กจะหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน ส่วนที่เกิดจาก Enterovirus 71 อาจพบโรครุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น
วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปากชนิดนี้ สามารถปัองกันไวรัสในกลุ่ม Enterovirus 71 ซึ่งเป็นชนิดรุนแรงที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือภาวะน้ำท่วมปอด ส่วนกลุ่มไวรัส coxsackie A16 ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ดังนั้นการป้องกันที่สำคัญ คือ หมั่นล้างมือด้วยสบู่ ทำความสะอาดของเล่นและสิ่งแวดล้อมทุกวัน แยกของใช้ส่วนตัว ทั้งที่บ้านและโรงเรียน หากพบผู้ป่วยเด็กควรแยกไม่ให้ไปสัมผัสกับเด็กคนอื่น

วัคซีนมือ เท้า ปาก

2 เข็ม 5,990.-

เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี 11 เดือน
เงื่อนไขการใช้บริการ
  1. ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
  2. สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน - 5 ปี 11 เดือน
  3. ควรได้รับการฉีด 2 เข็ม ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน
  4. เด็กที่เคยเป็นโรคมือ เท้า ปาก สามารถฉีดได้ โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือนหลังหายจากโรค
  5. เด็กที่ได้รับวัคซีนอื่นๆ ต้องเว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์ ก่อนเริ่มวัคซีนชนิดใหม่
  6. ชอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 30 มิถุนายน 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ทดสอบภูมิแพ้ บนผิวหนัง Skin Test

รู้และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้ ด้วยการทดสอบภูมิแพ้บนผิวหนัง

Test Skin


การหลีกเลี่ยงต่อสิ่งที่ทำให้แพ้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะท่านต้องอยู่โรค

Test ภูมิแพ้ ด้วยการทดสอบบนผิวหนัง

Allergy test
การหลีกเลี่ยงต่อสิ่งที่ทำให้แพ้ ตามปกติแล้วการหลีกเลี่ยงต่อสิ่งที่ทำให้ท่านแพ้ที่ผ่านระบบหายใจ เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก มักจะทำได้ไม่สมบูรณ์เด็ดขาดเหมือนกรณีที่แพ้อาหาร การหลีกเลี่ยงอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นสิ่งที่จำเป็น ถ้าท่านสามารถปฏิบัติได้ อาการต่างๆ เกี่ยวกับโรคที่ท่านเป็นอยู่จะดีขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับตัวท่านเอง ในแง่นี้อาจจะไม่ต้องมารักษาเลย ทั้งเป็นการทุ่นเวลาและทรัพย์ของท่านเองด้วย ในบางครั้งท่านหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้แล้วยังมีอาการเป็นครั้งคราว หรือบางฤดูกาลท่านอาจจะต้องรับประทานยาช่วยเป็นครั้งคราว อย่าลืมว่าการหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้เป็นวิธีที่ดีที่สุด

การทดสอบภฺมิแพ้บนผิวหนัง
 
 
เงื่อนไขการใช้บริการ
  • นัดหมายล่วงหน้า โทร. 02 587 0144  ต่อ 2220
  • ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ตรวจหาสารกัญชาในปัสสาวะ

ตรวจหาสารกัญชา ในปัสสาวะ


ทุกวันนี้ เราสามารถพบกัญชา เป็นส่วนผสมของอาหาร ในหลายประเภท แต่เราจะทราบได้อย่างไร หากทางร้านไม่ได้แจ้ง หรือไม่มีป้ายบอก  สังเกตุอาการ หลังรับประทานอาหารผสมกัญชา หากมีอาการไม่พึงประสงค์ ควรรีบพบแพทย์

ตรวจหาสารกัญชา ในปัสสาวะ

หากมีอาการ หลังรับประทานอาหารผสมกัญชา
ในปัจจุบันข่าวสารเกี่ยวกับกัญชาในสื่อต่างๆ มีอยู่มากมาย  เราจึงควรเลือกแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้รู้เท่าทันที่จะใช้ประโยชน์จากกัญชา  และทราบวิธีการปกป้องตนเองและคนที่เรารักจากอันตรายของกัญชา   
กัญชามีประโยชน์ก็จริง แต่ก็จัดเป็นพืชที่มีสารเสพติดเป็นอันตรายต่อสุขภาพเช่น  ทุกวันนี้ เราสามารถพบกัญชา เป็นส่วนผสมของอาหาร ในหลายประเภท แต่เราจะทราบได้อย่างไร หากทางร้านไม่ได้แจ้ง หรือไม่มีป้ายบอก  สังเกตุอาการ หลังรับประทานอาหารผสมกัญชา หลังหยุดกัญชา   หากมีอาการไม่พึงประสงค์  ควรรีบพบแพทย์  
 
เมากัญชา ทำอย่างไร
  1. อาการเมากัญชา ตาแดง เดินเซ การตอบสนองช้าลง ปากแห้ง เพิ่มความอยากอาหาร อารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หัวใจเต้นเร็ว ความดันเพิ่มขึ้น เมื่อใช้ปริมาณมากจะมีอาการหลอน เกิดภาพลวงตา ควบคุมตัวเองไม่ได้ ให้รีบส่งโรงพยาบาล
  2. ระยะเวลาที่มีอาการ หลังใช้ 2-3 ชม. และอาจอยู่ในร่างกายนานหลายวันถึงเป็นเดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้
  3. อาการถอนยา อาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องเสีย ปวดท้อง สั่น เหงื่อออก ไข้ สั่น หลังหยุดกัญชา มักมีอาการ 24-48 ชม. อาการมากสุด วันที่ 4-6 อาการจะคงอยู่ 1-3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ สมุนไพรที่อาจจะลดอาการเมากัญชา ได้ น้ำมะนาว หรือรับประทานรากว่านน้ำ
  4. ถ่้ามีอาการทางจิต เช่น มีภาวะซึมเศร้า กระสับกระส่ายอย่างรุนแรง เห็นภาพหลอน มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ให้รีบส่งโรงพยาบาล
สำหรับผู้ใช้กัญชา
  1. หากท่านอายุน้อยกว่า 20 ปี ขอให้พิจารณาเลิกใช้กัญชาทันที
  2. ถ้าเป็นไปได้ เลือกใช้กัญชาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเสี่ยงการปนเปื้อนของโลหะหนัก และสารกำจัดศัตรูพืช
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ช่อดอกกัญชา เพราะเป็นส่วนที่มีสารแคนนาบินอยด์สูง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้มาก
  4. ขอให้สูบกัญชาในบริเวณที่ห่างไกลจากคนอื่น โดยเฉพาะเด็ก เยาวชนและสตรีมีครรภ์ เพราะบุคคลเหล่านี้อาจจะเป็นผู้สูบมือสองได้ และได้ผลกระทบจากควันกัญชาได้
  5. ไม่ขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรต่างๆ ภายใน 6 ชั่วโมงหลังได้รับกัญชา เพราะจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  6. ถ้าได้รับกัญชาแล้ว มีอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ และแจ้งให้แพทย์ทราบเรื่องการได้รับกัญชา เพื่อที่จะได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที
  7. หากรู้สึกว่าต้องเพิ่มขนาดความถี่ของการใช้กัญชา หรือไม่สามารถหยุดใช้กัญชาได้โดยง่าย แสดงว่าติดกัญชาแล้ว
    ขอให้รีบพบแพทย์เพื่อการรักษาภาวะติดกัญชา
  8. หากท่านปลูกกัญชาในบ้าน ขอให้หาวิธีไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้โดยง่าย
  9. กรณีท่านเป็นผู้ผลิตอาหารที่ใส่กัญชา ขอให้อย่าใช้ช่อดอก และต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบเสมอว่ามีการใส่กัญชาในอาหารหรือไม่
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมคัดกรองมะเร็งปอด ด้วย CT SCAN LOW DOSE

โปรแกรมคัดกรองมะเร็งปอด ด้วย CT SCAN LOW DOSE

"มะเร็งปอด รู้เร็ว รักษาได้

ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย CT SCAN LOW DOSE: 3,333.- (จากปกติ 7,500.-)


การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด
การตรวจคัดกรองจะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบและรักษามะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจสอบมะเร็งปอดแบบง่ายหรือด้วยตนเองดังเช่น มะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตามมีการตรวจสอบใหม่ที่เป็น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ (low-dose helical computerized tomography) ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยได้

โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ด้วย CT LOW DOSE

มะเร็งปอดเป็นโรคที่พบได้มากในประเทศไทย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของทั้งเพศชายและเพศหญิง อย่างไรก็ดี มะเร็งปอดสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ในระยะต้น มะเร็งปอด เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติอย่างรวดเร็วและ ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเป็นกลุ่มก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งจะตรวจพบได้เมื่อมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก และแพร่ไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย มะเร็งปอดจะทำลายชีวิตของผู้ป่วยได้รวดเร็วแค่ไหน ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง
ใครควรเข้ารับการตรวจมะเร็งปอด
บุหรี่และสารพิษ มลภาวะในสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงควรตรวจคัดกรองปีละครั้ง
  • ผู้มีอายุ 50-80 ปี  มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ 1 ซอง/วัน เป็นเวลา 30 ปี หรือ 2 ซอง/วัน เป็นเวลา 15 ปี
  • เลิกบุหรี่ไปแล้ว  ระยะเวลาไม่เกิน 15 ปี
  • ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี่ 
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด ผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคมะเร็งปอด มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดแม้จะไม่ได้สูบบุหรี่
  • การได้รับสารพิษและมลภาวะในสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่  แอสเบสตอส (asbestos) ก๊าซเรดอน (radon)  สารหนู รังสี และสารเคมีอื่นๆ  รวมถึงฝุ่นและไอระเหยจากนิกเกิล โครเมียม และโลหะอื่นๆ
  • ผู้มีอาการไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ  ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยทั่วไป  ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหลังอายุ 40 ปี แต่ก็สามารถพบได้ในคนอายุน้อยกว่า 40 ปี
การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด
การตรวจคัดกรองจะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบและรักษามะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจสอบมะเร็งปอดแบบง่ายหรือด้วยตนเองดังเช่น มะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตามมีการตรวจสอบใหม่ที่เป็น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ (low-dose helical computerized tomography) ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยได้
การตรวจวินิจฉัยด้วยรังสี
  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
  • การตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์หาตำแหน่งและขนาดของก้อนเนื้อที่ผิดปกติในบริเวณปอดได้
  • การตรวจด้วยเครื่อง PET scan (positron emission tomography scan) เป็นการฉีดโมเลกุลของสารกัมมันตภาพรังสีที่รวมกับน้ำตาลเข้าทางเส้นเลือด เซลล์มะเร็งปอดจะดูดซึมเอาน้ำตาลชนิดนี้ไว้อย่างรวดเร็วและมากกว่าเซลล์ปกติ ทำให้เกิดความแตกต่างของการเรืองแสงเฉพาะเซลล์มะเร็ง
คัดกรองมะเร็งปอด
รายการ
ค่าบริการ
หมายเหตุ
โปรแกรมคัดกรองมะเร็งปอด ด้วย CT SCAN LOW DOSE 3,333.- รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ปลดล็อค อาการปวด ด้วยเครื่องกระตุ้นสนามแม่เหล็ก PMS

ปลดล็อค อาการ ปวด จากโรคระบบประสาท ด้วยเครื่องกระตุ้นสนามแม่เหล็ก

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)

ปลดล็อค อาการปวดจากโรคระบบประสาท ด้วยเครื่องกระตุ้นสนามแม่เหล็ก


บำบัดรักษาอาการ เช่น ปวดกล้ามเนื้อ โรคเอ็นอักเสบ โรคปวดข้อต่อ อาการชาจากเส้นประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะโดยรอบ รู้สึกผ่อนคลายในขณะรักษา

ปลดล็อคอาการปวดทางเส้นประสาท ด้วยเครื่องกระตุ้นสนามแม่เหล็ก

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)
เทคโนโลยี PMS หรือ Peripheral Magnetic Stimulation คือ เครื่องกระตุ้นระบบประสาทด้วยการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทางการแพทย์ที่เรียกว่า Electromagnetic เพื่อบำบัดรักษาอาการปวด เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ โรคเอ็นอักเสบ โรคปวดข้อต่อ และอาการชาจากเส้นประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคลื่นไฟฟ้าจะสามารถกระตุ้นทะลุผ่านเสื้อผ้าโดยไม่ต้องสัมผัสผิว ลงไปถึงเนื้อเยื่อและกระดูกได้ลึกประมาณ 10 ซม. คลื่นจาก PMS จะส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไปกระตุ้นที่เส้นประสาทโดยตรง ทำให้เกิดกระบวนการ Depolarization กระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ปวดทำให้เกิดการไหลเวียนของโลหิตบริเวณกล้ามเนื้อดียิ่งขึ้น ไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะโดยรอบ รู้สึกผ่อนคลายในขณะรักษา รวมถึงส่งสัญญาณคลื่นแม่เหล็กกระตุ้นแขน ขา บริเวณที่เคลื่อนไหวไม่ได้ ให้ส่งสัญญาณไปที่สมอง และให้สมองส่วนที่ยังทำงานได้มีการฟื้นตัว แล้วส่งสัญญาณกลับลงมาทำให้แขนขาขยับได้มากขึ้น ในส่วนของการบำบัดรักษาอาการเจ็บปวด การกระตุ้นเส้นประสาทจะทำให้เกิดการส่งสัญญาณที่ช่วยยับยั้งอาการปวดได้ สามารถรักษาได้ทั้งปวดเฉียบพลันและเรื้อรัง และยังเป็นการกระตุ้นให้มีการซ่อมเสริมของเนื้อเยื่อด้วย
กลุ่มโรคที่รักษาด้วยเครื่อง PMS
  1. กลุ่มอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก (Stroke), เกิดจากการบาดเจ็บในสมอง (Traumatic Brain Injury), เกิดจากการบาดเจ็บของไขสันหลัง (Spinal Cord Injury) หน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell'spalsy) กลุ่มนี้จะเป็นลุ่มใหญ่ที่จะสามารถใช้เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กมาบำบัดรักษาจะช่วย ลดอาการเกร็งในผู้ป่วย อัมพฤกษ์ อัมพาต ทำให้อาการฟื้นตัวของอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตดีขึ้น
  2. กลุ่มโรคกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลัง คือกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับแนวไขสันหลังโดยตรง การเสื่อมของกระดูกสันหลัง และหมอนรองกระดูก หรือการเคลื่อนตัวของหมอนรองกระดูก ที่มีผลต่อเส้นประสาทจากไขสันหลังหรือการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง การรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กจะสามารถรักษากลุ่มปวดนี้ได้มีประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องมืออื่น เนื่องจากการกระตุ้นด้วยแม่เหล็กจะสามารถกระตุ้นลึกลงไปจนถึงรากประสาทได้
  3. กลุ่มปวดต่าง ๆ หรือ ออฟฟิศซินโดรม การบำบัดอาการปวด อาการเคล็ดคัดยอก การบาดเจ็บหรืออาการปวดเรื้อรังจากกล้ามเนื้อ เอ็น พังผืดหรืออาจเกิดจากการบาดเจ็บของตัวเส้นประสาทโดยตรง เช่น อาการปวดบริเวณคอ บ่า ข้อศอก แขน มือ เอว หลัง สะโพก ขา เข่า หรือข้อเท้า และหากทำอย่างต่อเนื่องตามแพทย์แนะนำจะทำให้อาการปวดค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปในที่สุด
  4. กลุ่มอาการชา หรือ ผู้ที่มีอาการชาจากปลายประสาทหรือการกดทับเส้นประสาท คือกลุ่มปลายประสาทอักเสบ โดยส่วนใหญ่พบได้ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน พบว่าอาการชามือ ชาเท้าจะดีขึ้น 50-100% ในแต่ละครั้งที่รักษา
  5. ช่วยบำบัดรักษาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา นักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม หรือระหว่างแข่งขัน

การบำบัด ด้วยเครื่องกระตุ้นสนามแม่เหล็ก รักษาอาการทางประสาท

 
อัตราค่าบริการ 
ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
ระยะเวลา
ราคา
10 นาที 800.-
15 นาที 1,000.-
20 นาที 1,200.-
25 นาที 1,400.-
30 นาที 1,600.-
หมายเหตุ
  • โปรแกรมการรักษาขึ้นกับการตรวจประเมินของแพทย์และนักกายภาพบำบัด
  • ราคาแพ็กเกจไม่รวมค่าตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ในการเข้ารับบริการครั้งแรก
  • โปรโมชั่นพิเศษ ต้องชำระเงินล่วงหน้า 7 ครั้ง เพื่อรับสิทธิ์ฟรี 1 ครั้ง
  • ใช้สิทธิได้ภายใน 3 เดือนหลังชำระเงิน
  • เพื่อประสิทธิผลของการรักษา โปรดมารักษาอย่างต่อเนื่อง
  • แพ็คเกจดังกล่าวไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิ์และส่วนลดอื่นๆ ได้
  • สำหรับกลุ่มประกัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกัน และการประเมินของแพทย์
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกร […]

โปรแกรมลดปวดด้วย Shockwave

การรักษาอาการปวดด้วย […]

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ปี 2026


800.- ตั้งแต่ 1 - 3 ท่าน : (ต่อท่าน)
700.- ตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป : (ต่อท่าน ฉีดวันเดียวกันในโรงพยาบาล)
700.- ตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป : (ต่อท่าน ฉีดนอกสถานที่ บ้านหรือบริษัท ระยะทางไม่เกิน 10 กม.)

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ควรฉีดทุกปี ก่อนฤดูที่มีการระบาด (ฤดูฝน และฤดูหนาว) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง  การฉีดวัคซีนทุกปีเป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูง ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในแต่ละปี วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์แนะนำให้ฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน จนถึงผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรก็สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน
ค่าบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ภายในโรงพยาบาล
รายการ
ราคา(ต่อท่าน)
1 - 3 ท่าน 800.-
4 ท่านขึ้นไป 700.-

ค่าบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่บ้าน ระยะทางไม่เกิน 10 กม.
รายการ
ราคา(ต่อท่าน)
10 ท่านขึ้นไป 700.-
ฉีดวัคซีนอื่น ๆ ที่โรงพยาบาล หรือ ที่บ้าน
รายการ
ราคา(เข็ม)
วัคซีนปอดอักเสบ 13 สายพันธฺุ์ (สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน) 3,250.-
วัคซีนปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ (สำหรับผู้ที่เคยได้รับวัคซีน) 3,100.-
วัคซีนอีสุกอีใส 1,700.-
เงื่อนไขการรับสิทธิ์
ราคารวมค่าบริการทุกอย่างแล้ว
  1. ไม่สามารถซื้อสิทธิ์เก็บไว้ได้
  2. ราคาพิเศษ ตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไปและใช้บริการภายในวันเดียวกันทุกท่าน (พร้อมกัน) ในโรงพยาบาล
  3. สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569
  4. ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
  5. ฉีดนอกสถานที่ไม่เกิน 10 กม.ราคาพิเศษ ตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป
  6. ขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน ยกเลิกทุกกรณี แต่สามารถเปลี่ยนแปลงวันรับบริการได้
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ