ผศ.ดร.นพ.พีรยุทธ เฟื่องฟุ้ง

ผศ.ดร.นพ.พีรยุทธ เฟื่องฟุ้ง
นิติเวชศาสตร์

ผศ.ดร.นพ. พีรยุทธ เฟื่องฟุ้ง

Assist. Prof. Dr. Peerayuht Phuangphung
Specialty
  • นิติเวชศาสตร์ Forensic Medicine

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร  แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (เกียรตินิยม) คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ปริญญาบัตร ทางนิติศาสตร์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  • ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (วิชาเอกนิติเวชศาสตร์)
  • วุฒิบัตร สาขานิติเวชศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล
    • Ph.D. (Toxicology) University of Glasgow, UK
      M.Sc. (Forensic Toxicology) (Distinction) University of Glasgow, UK

    ตารางออกตรวจ
    วัน เวลา หมายเหตุ
    MON 18:00 - 20:00

    นพ.ธีรเศรษฐ์ บัณฑุชัย

    นพ.ธีรเศรษฐ์ บัณฑุชัย
    ศัลยกรรมกระดูกและช้อ / เวชศาสตร์การกีฬา

    นพ.ธีรเศรษฐ์ บัณฑุชัย

    THEERASET BANTUCHAI, MD
    Specialty
    • ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ 
    • เวชศาสตร์การกีฬา และการผ่าตัดส่องกล้อง (Sport medicine)

    Language Spoken
    • อังกฤษ, ไทย

    ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
    • ปริญญาบัตร แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) (เกียรตินิยมอันดับ 2) คณะแพทย์ศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • วุฒิบัตร สาขาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทย์ศาสตร์  วิทยาลัยแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 
    • อนุมัติบัตร สาขาเวชศาสตร์การกีฬา คณะแพทย์ศาสตร์  วิทยาลัยแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
    ตารางออกตรวจ
    วัน เวลา
    MON 07:00 - 17:00
    TUE 07:00 - 12:00
    WED 07:00 - 15:00
    FRI 07:00 - 20:00
    SUN 12:00 - 16:00

    ภาพถ่ายรังสีพานอรามิกทางทันตกรรม

    ภาพถ่ายรังสีพานอรามิกทางทันตกรรม

    DENTAL PANORAMIC FILM
    ภาพถ่ายรังสีพานอรามิกทางทันตกรรม (Orthopantomogram / Dental Panoramic Film / OPG) คือภาพถ่ายรังสีชนิดนอกช่องปากชนิดหนึ่งที่สามารถแสดงให้เห็นภาพรวมของขากรรไกรบนและล่าง ฟันทุกซี่ โพรงไซนัส โพรงจมูก ข้อต่อขากรรไกร และกะโหลกศีรษะบางส่วนในภาพเดียวกัน ใช้เวลาในการถ่ายภาพรังสีน้อยมาก และไม่จำเป็นต้องใส่อุปกรณ์ใดๆ พิเศษ ทำให้เป็นการถ่ายภาพรังสีที่ไม่เจ็บและได้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์หลายประการในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาทางทันตกรรม
    ภาพถ่ายรังสีพานอรามิก จึงเป็นภาพถ่ายรังสีที่ทันตแพทย์นิยมใช้เพื่อคัดกรองรอยโรคต่างๆโดยเฉพาะกระดูกขากรรไกร โพรงไซนัส และฟัน รวมถึงมักถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งในการวินิจฉัย และวางแผนการรักษาทางทันตกรรมสาขาต่างๆได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะทันตกรรมจัดฟัน
    ประโยชน์ของภาพรังสีพานอรามิกที่มักถูกใช้ในทางทันตกรรม มีดังต่อไปนี้
    1. ใช้ในการวางแผนการรักษาทันตกรรมสาขาต่างๆ เช่น การวางแผนการจัดฟัน ใช้เพื่อการเตรียมช่องปากก่อนการทำฟันปลอม หรือการฝังรากฟันเทียม ใช้ประเมินสภาวะของกระดูกและเนื้อเยื่อปริทันต์ที่รองรับฟัน ในการวินิจฉัยโรคเหงือกและการรักษาทางทันตกรรมปริทันตวิทยา ใช้เพื่อระบุตำแหน่งฟันคุดหรือฟันฝัง รวมถึงความสัมพันธ์ของฟันเหล่านั้นกับโครงสร้างสำคัญข้างเคียง เช่นโพรงไซนัส หรือเส้นประสาทเพื่อวางแผนการผ่าตัดฟันคุด ฟันฝัง หรือการผ่าตัดบริเวณขากรรไกรและใบหน้าในงานทันตศัลยกรรม เป็นต้น
    2. ใช้ตรวจคัดกรองความผิดปกติ หรือพยาธิสภาพที่ขากรรไกร ฟันทุกซี่ โพรงไซนัส โพรงจมูก ข้อต่อขากรรไกร และกะโหลกศีรษะบางส่วน เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็ง เนื้องอก ถุงน้ำ บริเวณดังกล่าว การตรวจหารอยแตกร้าวของขากรรไกรจากอุบัติเหตุ เป็นต้น
    3. ใช้ร่วมกับการตรวจทางคลินิก หรือภาพรังสีอื่นๆ เพื่อการวินิจฉัยโรคทางทันตกรรมที่แม่นยำ

    โรคตาแห้ง “โรคตายอดฮิตของคนหน้าคอมฯ”

    โรคตาแห้ง "โรคตายอดฮิตของคนหน้าคอมฯ"

    Dry eye
    โรคตาแห้ง "โรคตายอดฮิตของคนหน้าคอมฯ"
    จากสภาวะการใช้ชีวิตของคนทำงานยุคปัจจุบัน ที่ใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต มือถือ รวมถึงการใส่คอนแทคเลนส์ในการทำงานประจำวัน และต้องเจอสภาพอากาศแห้ง แปรเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ทั้งการปะทะลมหรือแสงแดดเป็นประจำ รวมถึงการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดผลกระทบจนเกิดอาการตาแห้ง
    สาเหตุของโรคตาแห้ง
    โรคตาแห้ง สามารถแบ่งสาเหตุได้ดังนี้ คือ
    1. การผลิตน้ำตาลดลง สาเหตุมาจากอายุที่มากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายหรือภาวะความเจ็บป่วยบางอย่าง เช่น โรคภูมิแพ้ที่ตา โรคโชเกร็น (Sjogren's syndrome) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) โรคลูปัส (Systemic Lupus Erythematosus: SLE) โรคของต่อมไทรอยด์ การขาดวิตามิน การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาลดความดันโลหิต ยารักษาสิว ยาคุมกำเนิด ยารักษาโรคพาร์กินสัน หลังผ่าตัดดวงตา เช่น หลังการผ่าตัดต้อกระจก หรือหลังทำ เลสิก การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน หรือเคยทำเลสิก
    2. น้ำตาเกิดการระเหยไว จากต่อมไขมันที่เปลือกตาทำงานผิดปกติ(Meibomian gland dysfunction: MGD)โดยปกติต่อมไมโบเมียนจะทำหน้าที่สร้างน้ำตาชั้นไขมัน ทำให้น้ำตาระเหยได้ช้า หากต่อมนี้ทำงานผิดปกติ จะทำให้น้ำตาระเหยไวขึ้น จะเกิดภาวะตาแห้งในที่สุด รวมถึงการใช้สายตาระยะใกล้ ทั้งทำงานนั่งจอคอมพิวเตอร์เวลานานหรือการอ่านหนังสือต่อเนื่อง
    3. ปัจจัยภายในตัวบุคคล เช่น

      • เพศ โดยพบว่าเพศหญิงเป็นมากกว่าเพศชาย
      • อายุ ที่พบว่าเมื่อเข้าสู่อายุ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราการเกิดโรคตาแห้งสูงกว่าวัยอื่น
    อาการ
    ผู้ป่วยจะรู้สึกระคายเคืองตา เหมือนมีเศษผงอยู่ในดวงตา แสบตาง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีลมพัดเข้าสู่ดวงตา หรือเมื่ออยู่ในห้องแอร์ จะรู้สึกได้ว่า ดวงตาแห้งอยู่ตลอด
    วิธีป้องกันโรคตาแห้ง
    สำหรับคนที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก 1-2 ชั่วโมง พักประมาณ 5 นาที โดยการหลับตาหรือมองไปที่ไกลๆ เพิ่มเติมด้วยการติดแผ่นกรองแสงที่หน้าจอ หรือสวมแว่นตา ที่ช่วยลดแสงสีฟ้า ช่วยถนอมสายตา
    การตรวจวิเคราะห์
    1. แพทย์จะตรวจวัดปริมาณน้ำตาโดยการตรวจ Tear Meniscus ตรวจลักษณะขอบเปลือกตา และต่อมมัยโบเมียน (Meibomian gland) เพื่อการวัดความเข้มข้นของสารที่อยู่ในน้ำตา
    2. การค้นหาสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงของโรค เพื่อการควบคุมอาการของโรคทำให้การรักษาประสบความสำเร็จสูงขึ้นได้ เช่น

      • พักสายตาเป็นช่วงๆ โดยหลับตา 1-2 นาที หรือกระพริบตาถี่ๆ เพื่อช่วยกระจายน้ำตาให้เคลือบทั่วดวงตา
      • หยอดน้ำตาเทียมเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา หลีกเลี่ยงการโดนลมแรงๆ ปะทะดวงตาโดยตรง เช่น ลมจากพัดลม เครื่องปรับอากาศ ที่เป่าผม ควรสวมแว่นกันแดดหรือแว่นที่ครอบดวงตา
      • หากต้องอยู่ในบริเวณที่มีอากาศแห้ง ควรหลับตาเป็นพักๆ เพื่อลดการระเหยของน้ำตา
      • ดื่มน้ำให้มาก รับประทานอาหารที่มีปริมาณวิตามินเอสูง เช่น น้ำมันตับปลา เครื่องในสัตว์ ไข่แดง แครอท บรอคโคลี่ ฟักทอง หรือกรดไขมันโอเมก้า3สูง เช่น ปลาทะเลน้ำลึก เมล็ดแฟลกซ์ วอลนัท น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว เพื่อช่วยดูแลและบำรุงสายตา
    การรักษา
    1. แพทย์จะช่วยให้คำปรึกษา ปรับพฤติกรรมการใช้สายตาให้เหมาะสม ร่วมกับการใช้น้ำตาเทียมหยอดตา
    2. ใช้แว่นกอกเกิลส์ เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำตาร่วมด้วย โดยเฉพาะในผู้ที่อยู่กับลมแรง เช่น คนที่ทำงานขับขี่มอเตอร์ไซด์
    3. หากรู้สึกมีความผิดปกติที่ตา มีอาการแสบตา ตาแห้ง รู้สึกไม่สบายตา น้ำตาไหล ระคายเคืองตา มีเมือกในตา หรือตาพร่ามัว ให้สงสัยว่าอาจมีภาวะตาแห้ง แนะนำให้ลองปฏิบัติตัวตามคำแนะนำเบื้องต้น
    4. หากมีอาการที่รุนแรงแนะนำให้พบจักษุแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาและการตรวจวินิจฉัยอย่างปลอดภัย

    ผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า

    ผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า: 199,990.-

    3 วัน 2 คืน

    เจ็บน้อย แผลเล็ก พักฟื้นไม่นาน ใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

    แพคเกจผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า

    Package Arthroscopic ACL Knee
    คุณมีอาการเหล่านี้ไหม ?
    ปวดรุนแรง ปวดเรื้อรัง บวม แดง ช้ำ กดเจ็บ เดินลงน้ำหนักข้างที่บาดเจ็บไม่ได้ กระทบต่อชีวิตประจำวัน
    รายละเอียดแพ็กเกจ
    1. รวมค่าห้องผ่าตัด, อุปกรณ์ทางการแพทย์ในห้องผ่าตัดและค่าอุปกรณ์ที่จำเป็นในการผ่าตัด
    2. รวมค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัด, ค่าวิสัญญีแพทย์
    3. รวมค่าพยาบาลห้องผ่าตัด, ห้องพักฟื้น, ค่าบริการโรงพยาบาล
    4. รวมค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการผ่าตัดตามที่โรงพยาบาลกำหนด
    5. รวมค่ายากลับบ้าน (ตามที่โรงพยาบาลกำหนด)
    6. รวมค่าห้องพักเดี่ยว 3 วัน 2 คืน และค่าอาหารตามที่โรงพยาบาลกำหนด
    ข้อดี : เจ็บน้อย แผลเล็ก พักฟื้นไม่นาน ใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
    หมายเหตุ
    • ไม่รวมค่าตรวจประเมินก่อนผ่าตัด เช่น ค่าเจาะเลือด ค่าเอกซเรย์ ค่าตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
    • ไม่รวมค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ อาทิ แพทย์อายุรกรรม แพทย์อายุกรรมหัวใจ
    • ไม่รวมค่ายารักษาโรคประจำตัวหรือตรวจอื่นๆ เพิ่มเติมที่นอกเหนือจากแพ็กเกจที่โรงพยาบาลกำหนด
    • ไม่รวมค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกิดภาวะไม่พึงประสงค์ หรือภาวะแทรกซ้อน ซึ่งส่งผลทำให้เกิดการผ่าตัดซ้ำ
    • แพ็กเกจนี้ไม่สามารถใช้ได้ในกรณีพยาธิสภาพโรคที่ไม่เป็นไปตามปกติ
    • กรณีมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินนอกเหนือจากรายการที่กำหนด ผู้ป่วยต้องชำระเงินเองจะคิดค่าบริการในอัตราปกติ
    • ผู้ที่เข้าร่วมแพคเกจ ต้องผ่านการประเมิน / พิจารณาของแพทย์และเฉพาะแพทย์ที่เข้าร่วมรายการ
    • แพ็กเกจดังกล่าวไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิ์และส่วนลดอื่นๆ ได้ เช่น ผู้ถือหุ้น บริษัทคู่สัญญา และบริษัทประกัน
    • สำหรับลูกค้าชาวไทยและต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย
    วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

    โปรแกรมและแพ็คเกจ

    โรคอหิวาตกโรค (Cholera)

    โรคอหิวาตกโรค (Cholera)

    Cholera
    โรคอหิวาตกโรค
    Cholera
    หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรคอหิวาตกโรคเป็น "ภาวะฉุกเฉินครั้งใหญ่" และพบผู้ป่วยในหลายประเทศเพิ่มขึ้น ประเทศไทยได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวมาโดยตลอด
    สถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทย
    พบผู้ป่วย 4 คนตั้งแต่เดือน ธ.ค.2567 ในพื้นที่ จ.ตาก เป็นชาวต่างชาติ 2 คน คนไทย 2 คน และมีผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการอีก 3 คน (ต่างชาติ 2 คน คนไทย 1 คน) ทั้งหมดได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว และไม่มีผู้เสียชีวิต
    กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเข้มงวด ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เน้นการป้องกัน เนื่องจากโรคอหิวาตกโรคแพร่กระจายได้ง่าย ผ่านการบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน
    จึงต้องเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และเลือกบริโภคอาหารที่ปรุงสุกใหม่
    อาการ
    ผู้ป่วย จะถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก มีเนื้ออุจจาระน้อย เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันร่วมกับมีอาการและอาการแสดงของการขาดน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน ส่วนใหญ่ไม่มีไข้ ไม่ปวดท้อง
    ในรายที่มีอาการรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยอาจตายในเวลา 2-3 ชั่วโมง และอัตราป่วยตายสูงมากกว่าร้อยละ 50 แต่ถ้าได้รับการรักษาถูกต้องและทันท่วงที อัตราป่วยตายจะลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1
    การควบคุม
    1. จัดให้มีการสุขาภิบาลในเรื่องการทำลายอุจจาระและการป้องกันแมลงวัน จัดที่สำหรับล้างมือในกรณีที่ไม่มีส้วม ควรกำจัดอุจจาระด้วยการฝัง และที่ฝังจะต้องห่างจากแหล่งน้ำดื่มน้ำดื่มควรต้มหรือใส่คลอรีน น้ำใช้ควรได้จากแหล่งที่สะอาด
    2. ควบคุมแมลงวันโดยใช้มุ้งลวด พ่นยาฆ่าแมลง หรือใช้กับดัก ควบคุมการขยายพันธุ์ด้วยการเก็บและทำลายขยะโดยวิธีที่เหมาะสม
    3. ระมัดระวังเรื่องความสะอาดของอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงใหม่หรือแน่ใจว่าสะอาด การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
    4. นมหรือผลิตภัณฑ์นมควรผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ หรือการต้มก่อน ให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมการผลิต การเก็บรักษา และการจัดจำหน่ายให้ถูกสุขลักษณะ
    5. ควบคุมการผลิตอาหาร และเครื่องดื่มให้เหมาะสม ให้ใช้น้ำผสมคลอรีนในงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม
    6. ผู้ที่ต้องเดินทางไปยังท้องที่ ซึ่งมีความเสี่ยงในการติดโรคสูงอาจกินยาปฏิชีวนะ จะช่วยป้อง กันโรคได้ สำหรับระยะเวลาสั้นๆ เช่น ภายใน 2 สัปดาห์แต่เชื้ออาจดื้อยาได้
    7. การให้วัคซีนป้องกันโรคอหิวาตกโรคในขณะที่มีการระบาดปัจจุบันไม่แนะนำให้ใช้แล้วเพราะสามารถป้องกันได้เพียงร้อยละ 50 และมีอายุสั้นเพียง 3-6 เดือน สำหรับวัคซีนชนิดกินที่ให้ภูมิคุ้มกันสูงต่อเชื้ออหิวาต์สายพันธุ์ o1 ได้หลายเดือนมีใช้แล้วหลายประเทศ มีสองชนิด ชนิดแรกวัคซีนเชื้อยังมีชีวิตกินครั้งเดียว (สายพันธุ์ CVD 103-HgR) ส่วนชนิดที่สองเป็นเชื้อตายแล้วประกอบด้วยเชื้ออหิวาห์ตายแล้วกับ cholera toxin ชนิด B-subunit กิน 2 ครั้ง
    8. การป้องกันการระบาดในสถานเลี้ยงเด็กเล็ก โดยรักษาความสะอาดสถานที่ข้าวของเครื่องใช้ เจ้าหน้าที่ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ แยกผู้ป่วยที่มีอาการอุจจาระร่วงและเพาะเชื้อหาสาเหตุของการป่วย
    9. มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายประชากร อาหาร และสินค้าอื่นๆ ไม่นิยมทำนอกจากมีข้อ บ่งชี้ชัดเจน
    การป้องกันโรค
    • กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
    • เป็นวิธีป้องกันโรคที่ง่ายที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด
    • เลือกบริโภคอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ
    • ดื่มน้ำสะอาดที่ผ่านการต้มหรือน้ำบรรจุขวดรักษาความสะอาด
    • ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
    • หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที

    ฝุ่น PM2.5 ภัยอันตรายอาจจะกลายเป็น “มะเร็งปอด”

    ฝุ่น PM2.5 ภัยอันตรายอาจจะกลายเป็น “มะเร็งปอด”

    ฝุ่น PM2.5 ภัยอันตรายอาจจะกลายเป็น “มะเร็งปอด”
    สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ที่มีระดับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ตา และผิวหนัง เมื่อเจอกับสถานการณ์ฝุ่นแบบนี้ เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ
    เราจะมาคุยกับคุณหมอ...เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นตัวร้ายอย่างถูกต้อง และปลอดภัย
    รู้จัก PM 2.5
    PM 2.5 มาจากคำว่า Particulate matter ซึ่งคือ ฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือขนาดประมาณ 1 ใน 25ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผม เมื่อเราหายใจเอาฝุ่นเหล่านี้เข้าไป จะสามารถหลุดรอดการกรองจากจมูก และผ่านลงไปในถุงลมปอด เข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงอวัยวะอื่นๆ นอกจากนี้มักพบสารก่อมะเร็งและโลหะหนักที่เป็นอันตรายเกาะอยู่ด้วย
    ฝุ่นละอองทำให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง ?
    เราสามารถพบผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้
    • ไอ, จาม, มีน้ำมูก, เจ็บคอ, มีเสมหะ ภูมิแพ้, ไซนัส, หายใจลำบาก, เจ็บหน้าอก
    • หลอดลมอักเสบ, หายใจมีเสียงดังอึด ๆ, ปอดอักเสบเกิดพังผืด, โรคถุงลมโป่งพอง
    • โรคมะเร็งระบบทางเดินหายใจ และ มะเร็งปอด
    กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วย
    • ผู้สูงอายุ
    • เด็กเล็ก
    • ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์
    • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับปอด และระบบทางเดินหายใจ
    อาการและผลกระทบ
    ระยะสั้น :
    ทำให้ระคายเคืองตา ตาแดง คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ อาการภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบ ทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อง่ายขึ้น ผิวหนังอักเสบมีผื่นคันที่ผิวหนัง
    ระยะยาว :
    การทำงานของปอดแย่ลง เสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และ โรคหลอดเลือดสมอง เพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอด ผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัย
    การป้องกันวิธีการรับมือกับ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ร่วมกับ 5 สมาคมวิชาชีพเวชกรรม ออกคำแนะนำการปฎิบัติตัวของประชาชนในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5
    1. หมั่นตรวจสอบคุณภาพอากาศจากแหล่งข้อมูลของรัฐและเอกชนอย่างสม่ำเสมอ หรือใช้เครื่องวัดปริมาณฝุ่นแบบพกพา เพื่อวางแผนกิจวัตร ประจำวันให้เหมาะสมและให้หลีกเลี่ยงการสัมผัส สูด PM2.5 โดยการจัดให้มีพื้นที่ปลอดภัย (safety zone)
    2. เมื่อค่า PM2.5 ในขณะนั้น (ค่ารายชั่วโมง) ขึ้นสูงเกินเกณฑ์ คือ
      • สูงกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กลุ่มเสี่ยงควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง บุคคลทั่วไปควรลดและปรับเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา
      • สูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทุกคนควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ยกเว้นผู้ที่ต้องทำหน้าที่บริการสาธารณะกลางแจ้งให้ใส่หน้ากาก N95 ตลอดเวลา
      • สูงกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทุกคนควรอยู่ในตัวอาคารซึ่งติดตั้งระบบระบายและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ยกเว้นผู้ที่ต้องทำหน้าที่บริการสาธารณะกลางแจ้ง ให้ใส่หน้ากาก N95 ตลอดเวลา และจำกัดช่วงเวลาปฏิบัติงาน ไม่ให้เกินครั้งละ 60 นาที
    3. ขณะที่ปริมาณฝุ่นภายนอกขึ้นสูง ภายในตัวอาคารควรจัดให้มีระบบระบายและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
    4. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงลดโอกาสเจ็บป่วย แต่ขณะที่ปริมาณฝุ่นขึ้นสูงควรหลีกเลี่ยงหรือลดเวลาการออกกำลังกายกลางแจ้ง ตามระดับเตือนภัยในข้อ 2 หรือออกกําลังกายในร่มที่มีระบบระบายและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
    5. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ จะช่วยเร่งการขับฝุ่น PM2.5 ที่เล็ดลอดเข้ากระแสเลือด ออกไปทางไตในรูปของปัสสาวะได้มากขึ้น
    6. การอยู่ในบริเวณที่มีต้นไม้ใบเขียว จะช่วยการดูดซับฝุ่นในอากาศได้เพิ่มมากขึ้น

    พิกัดที่เที่ยววันเด็ก 2568

    วันเด็กแห่งชาติ - วันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568
    วันเด็กปีนี้ตรงกับวันที่ 11 มกราคม 2568 ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพาครอบครัวไปเที่ยวเด็กๆ จะได้สนุกสนานและเรียนรู้ไปพร้อมกัน โดยมีหลายสถานที่สำหรับการเที่ยวในวันเด็ก แล้วมีที่ไหนบ้างนะที่จัดกิจกรรมมาดูกัน
    null
    งานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ณ ทำเนียบรัฐบาล ประจำปี 2568
    งานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ณ ทำเนียบรัฐบาล ประจำปี 2568
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 08.00-15.30 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ
    น้องๆ จะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้า ห้องทำงานนายกฯ ได้ลองอ่านข่าวสวมบทบาท “โฆษกรัฐบาล... นิวส์จิ๋ว” ณ ศูนย์แถลงข่าวนารีสโมสรและกิจกรรมแสนสนุก พร้อมของรางวัลมากมาย
    งานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ
    งานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 07.00-15.00 น. ณ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ สนามบินเล็กทุ่งสีกันและกองบินต่างจังหวัดทั่วประเทศ
    ภายในงานจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงการบิน การแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหาร และกิจกรรมต่างๆ บนเวที
    รายละเอียดเพิ่มเติม : งานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ
    null
    Into the Spaceship
    Into the Spaceship
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 08.00-16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)
    ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ในธีม "Into the Spaceship" ที่จะพาน้อง ๆ เรียนรู้เรื่องราวน่าทึ่งเกี่ยวกับ "อวกาศ" ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ พร้อมกับกิจกรรม "Workshop" สุดสร้างสรรค์ ที่จะจุดประกายความรู้และจินตนาการของน้อง ๆ
    รายละเอียดเพิ่มเติม : กิจกรรม "Into the Spaceship"
    null
    วันเด็กแห่งชาติ ณ กรมประชาสัมพันธ์
    วันเด็กแห่งชาติ ณ กรมประชาสัมพันธ์
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ภายในงานพบกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น
    • ร่วมสนุกกับเกมและกิจกรรมชิงของรางวัลภายในงาน
    • ลงทะเบียนรับของรางวัล, หนูน้อยศิลปะ, ค้นหา RC, เกมงานวัด, หลุมรางวัล, โยนห่วง, ตะกร้าจุ่มรางวัล ฯลฯ
    • กิจกรรมการประกวดและการแข่งขัน
    • กิจกรรมร้องเพลง, หนูน้อยอ่านข่าว ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ
    • กิจกรรมความรู้จากหน่วยงานต่างๆ
    • กิจกรรมหนูน้อยจราจร, สาธิตการทำหัวโขนและหุ่นยนต์, ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม, ความรู้เรื่องอุบัติภัย
    • กิจกรรม Solf Power ปั้นลูกชุบ, ชกมวย
    null
    CRA WonderHealth
    CRA WonderHealth ผจญภัยในดินแดนสุขภาพราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 08.00-14.00 น. ณ ห้องประชุม Convention Hall ชั้น 6 อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์
    ร่วมผจญภัยในโลกสุขภาพไปกับกิจกรรมแสนสนุกสุดสร้างสรรค์ เรียนรู้เทคโนโลยีการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษมากมายภายในงาน
    รายละเอียดเพิ่มเติม : CRA WonderHealth
    null
    การผจญภัยของเด็กๆ ในโลกสุขภาพ
    การผจญภัยของเด็กๆ ในโลกสุขภาพ
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 08.30-12.00 น. ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
    ภายใต้ธีมงาน "การผจญภัยของเด็กๆ ในโลกสุขภาพ" พบกับกิจกรรมมากมาย
    เวทีกลาง ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคารบริหาร
    • ซุ้มกิจกรรมต่าง ๆ
    • การขับร้องโดยโรงเรียนสอนดนตรี Kp Act
    • เสวนาเรื่อง "ของเล่นปลอดภัย สมวัย เสริมพัฒนาการ"
    • กิจกรรมเล่านิทานโดยโรงเรียนสอนดนตรี Kp Act
    • เสวนาเรื่อง "ไขความลับอาหารตามวัยในดินแดนมหัศจรรย์"
    • การแสดงโดยนักศึกษาพยาบาลรามาธิบดี
    • เสวนาเรื่อง "ไขความลับอาหารตามวัยในดินแดนมหัศจรรย์"
    • เสวนาเรื่อง "กิจกรรมสนุกช่วยส่งเสริมทักษะสมอง EF"
    • การแสดงโดยนักศึกษาแพทย์รามาธิบดี
    Hospital Tour
    • กิจกรรม CPR (การปั๊มหัวใจ)
    • กิจกรรมห้องผ่าตัด
    • กิจกรรม VR (การจำลองภาพเสมือนจริง)
    • กิจกรรมทันตกรรม
    รายละเอียดเพิ่มเติม : การผจญภัยของเด็กๆ ในโลกสุขภาพ
    null
    เด็กไทยหัวใจ Volunteer
    เด็กไทยหัวใจ Volunteer
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 08.00-15.00 น. ณ บริเวณโถงอาคารสิรินธรานุสรณ์ 60 พรรษา สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
    ภายในงานพบกิจกรรมจากพี่ ๆ หน่วยงานภายในสภากาชาดไทย พร้อมของแจก ของรางวัลพิเศษมากมายพลาดไม่ได้
    รายละเอียดเพิ่มเติม : เด็กไทยหัวใจ Volunteer
    null
    Fin.Land Green Saving Adventure ตะลุยออม…รักษ์โลก
    Fin.Land Green Saving Adventure ตะลุยออม…รักษ์โลก
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 8.00 - 15.45 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ พบกับของรางวัลสุดว้าว กิจกรรมสุดสนุก เพลินกับการแสดงนิทานการออม และอิ่มอร่อยกับอาหาร - เครื่องดื่ม ฟรี ! ตลอดงาน
    พิเศษกว่าที่เคย ! ชวนมาลุ้นรางวัล Lucky Draw สุดว้าว Samsung Galaxy Tab A9 LTE 8.7", ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, จักรยานขาไถ, เลโก้, กล่องสุ่มอาร์ตทอยและของรางวัลภายในงานอีกมากมาย
    รายละเอียดเพิ่มเติม : Fin.Land Green Saving Adventure ตะลุยออม…รักษ์โลก
    null
    ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ 2568
    ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ 2568
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม “ถนนสายวิทยาศาสตร์ ScienceAvenue” จัดโดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSMกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
    • เวลา 08.00-17.00 น. ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM คลองห้า ปทุมธานี
    • เวลา 09.00-19.00 น. NSM Science Square @ The Street Ratchada ชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา MRT ศูนย์วัฒนธรรม กทม.
    null
    เที่ยวงานวันเด็กกับไทยพีบีเอส
    เที่ยวงานวันเด็กกับไทยพีบีเอส
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 07.00-15.00 น. ณ Thai PBS ภายในงานเด็กๆ จะได้ทดลองเป็น "ผู้ประกาศข่าวตัวจิ๋ว" พร้อมได้บันทึกเทปจริงและสามารถติดตามชมได้ที่
    ช่องทางออนไลน์ของไทยพีบีเอส / ชมการแสดง "หนูน้อยเจ้าเวหา" เรียนรู้การเล่นและบินโดรนสุดว้าว / สวมบทบาทเป็น "เกษตรกรตัวน้อย" เรียนรู้วิถีชาวนา สัมผัสประสบการณ์ดำนา / How to "ทำพอดแคสต์" ฝึกลงเสียงจากทีมงานคุณภาพ / เปิดหน้า "YOUTUBER ตัวจิ๋ว" ทำรายการสุดปัง ! และไฮไลท์ 3 มหัศจรรย์เด็กไทย
    • มหัศจรรย์การละเล่นแบบไทย สนุกกับการละเล่นโบราณที่ประยุกต์มาเพื่อเด็ก Gen ใหม่
    • มหัศจรรย์ความสามารถเด็กไทย สนุกกับโชว์ความสามารถรอบด้านของเด็กไทยบนเวที
    • มหัศจรรย์วิถีไทย สนุกกับการแต่งชุดไทย เดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศไทยๆ 5 ภาค
    รายละเอียดเพิ่มเติม : เที่ยวงานวันเด็กกับไทยพีบีเอส
    null
    วันเด็ก ’68: Kids รอด ปลอดภัย
    วันเด็ก ’68: Kids รอด ปลอดภัย
    ชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม เวลา 10.00-17.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
    เปิดพื้นที่ชวนเด็กๆ มา "Kids รอด ปลอดภัย" เตรียมตัว รู้ รอด จากอุบัติเหตุ ภัยพิบัติ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์หนักแค่ไหนก็พร้อมรับมือ เอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย สนุกกับกิจกรรมพร้อมรับรางวัลพิเศษมากมายจากผู้ใหญ่ใจดีกลับไปสนุกกับการเรียนรู้ต่อที่บ้าน และเพลิดเพลินกับการแสดงที่เราเตรียมไว้ให้ชมกัน
    รายละเอียดเพิ่มเติม : วันเด็ก ’68: Kids รอด ปลอดภัย

    โรคไอกรน Pertussis

    โรคไอกรน

    Pertussis
    โรคไอกรนเป็นโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Bordetella pertussis ซึ่งก่อโรคเฉพาะในคน ผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นระยะจะมีโอกาสเป็นซ้ำได้ ในพื้นที่ที่มีความ ครอบคลุมในการฉีดวัคซีนต่ำ จะมีการระบาดได้ง่าย เช่น ในช่วงกลางปี 2567 มีการระบาดต่อเนื่องในภาคใต้เนื่องจากความครอบคลุมในการฉีดวัคซีนต่ำมาก
    การติดต่อ
    การติดต่อของโรคเกิดผ่านละอองฝอยไอหรือจามจากผู้ป่วย หรือผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งจาก
    ทางเดินหายใจของผู้ป่วย ระยะของการแพร่เชื้อเกิดขึ้นตั้งแต่ระยะที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการไอ มีน้ำมูก จนถึง 21 วัน
    หลังจากที่ผู้ป่วยมีอาการของโรค จะแพร่เชื้อได้สูงสุด ในระยะอาการหวัด
    อาการและอาการแสดง อาการของโรคไอกรนแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้
    1. ระยะอาการหวัด ผู้ป่วยจะมีอาการ มีน้ำมูก ไข้ต่ำ ๆ แยกยากจากไข้หวัดทั่วไป
    2. ระยะไอรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการไอรุนแรงติดต่อกันเป็นชุด ตามด้วยการหายใจเข้าอย่างแรง จนเกิดเสียงวูบ บางรายอาจมีอาเจียน เขียวและหยุดหายใจ โดยเฉพาะผู้ป่วย เด็กเล็ก
    3. ระยะฟื้นตัว (Convalescent stage) ผู้ป่วยจะมีอาการไอและอาเจียนทุเลาลง หายไปใน 2-3 สัปดาห์ บางรายอาจมีอาการไอได้นานหลายสัปดาห์โดยรวมระยะของโรคทั้งหมดหากไม่มีโรคแทรกซ้อนจะใช้เวลาประมาณ 6-10 สัปดาห์
    ภาวะแทรกซ้อนของโรคไอกรนที่อาจพบในวัยรุ่นและในผู้ใหญ่ ได้แก่ ปอดอักเสบ น้ำหนักลด ไอจน
    รบกวนการนอน กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กระดูกซี่โครงหัก โดยเฉพาะผู้สูงอายุอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่เพิ่มขึ้น
    สำหรับในทารกโดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน และยังได้รับวัคซีนไม่ครบ อาจมีอาการที่รุนแรงได้
    การให้วัคซีนป้องกันไอกรน
    วัคซีนป้องกันไอกรน มีทั้งชนิดวัคซีนเดี่ยวและชนิดวัคซีนรวมกับคอตีบและบาดทะยัก เด็กนักเรียนทุกคนควรได้รับวัคซีนที่แนะนําตามอายุให้ครบถ้วน ได้แก่
    1. อายุน้อยกว่า 6 ปี ควรรับวัคซีนให้ครบ โดยเป็นวัคซีนรวมที่มีคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน และอาจรวมวัคซีน ป้องกันเชื้ออื่นๆ ในเด็กเล็กด้วย เช่น DTP-HB-Hib จำนวน 5 โด๊ส ที่อายุ 2, 4, 6, 18 เดือน และ 4-6 ปี
    2. วัยรุ่น 10-12 ปี แนะนําให้ฉีดวัคซีนรวมคอตีบ บาดทะยัก ไอกรนชนิดไร้เซลล์สูตรเด็กโตและผู้ใหญ่ (Tdap/TdaP) กระตุ้น 1 โด๊ส หลังจากนั้นฉีดกระตุ้นต่อด้วย ด้วยวัคซีน dT/Tdap/TdaP ทุก 10 ปี
    3. ผู้ใหญ่ หากยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันไอกรนเข็มกระตุ้น แนะนําให้ฉีดวัคซีนรวม Tdap/TdaP กระตุ้น 1 โด๊ส จากนั้นแนะนําให้ฉีดวัคซีนรวม dT/Tdap/TdaP กระตุ้น ประมาณทุก 10 ปี แนะนําให้ฉีดเมื่ออายุลงท้ายด้วยเลข “0” เช่นที่อายุ 20, 30, 40, 50, 60, 70, 80 ปี
    4. หญิงตั้งครรภ์ แนะนําให้วัคซีนป้องกันไอกรนในหญิงตั้งครรภ์ทุกรายที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 16 สัปดาห์ขึ้นไป
    5. ในกรณีที่มีเด็กทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ในครอบครัว ควรให้ทุกคนในบ้านได้รับวัคซีนป้องกันไอกรน ตามที่แนะนําในข้างต้นให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังทารก (Cocooning)
    ที่มา: ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
    ข้อมูลเพิ่มเติม : คำแนะนำโรคไอกรนสำหรับประชาชน_รวกท..pdf
    วันที่: 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

    โปรแกรมและแพ็คเกจ

    กลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

    กลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ

    Carpal Tunnel Syndrome
    กลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ เป็นภาวะที่เกิดจากการบีบรัดเส้นประสาทมีเดียนที่ข้อมือ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการชา ปวด หรืออ่อนแรงบริเวณนิ้วมือ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วกลาง สาเหตุของภาวะนี้มักเกิดจากการใช้ข้อมือที่ซ้ำๆ หรือเกิดจากการบาดเจ็บที่ข้อมือ เช่น การใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือการทำงานที่ต้องใช้ข้อมือบ่อยๆ หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและหยิบจับไม่ถนัดได้
    การรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือแบบไม่ผ่าตัด
    การรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือเบื้องต้นรวมถึงการใช้วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น
      การใส่เฝือกอ่อน เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวของข้อมือ
      การใช้ยาต้านการอักเสบ เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ
      การทำกายภาพบำบัด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อมือ
    นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ข้อมือ เช่น การหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ข้อมือถูกใช้งานหนักเกินไป ก็เป็นส่วนสำคัญในการรักษาอาการนี้ หากรักษาไปช่วงหนึ่งแล้วอาการไม่ดีขึ้น การผ่าตัดเลาะพังผืดบริเวณข้อมือก็จะช่วยแก้ไขสาเหตุของโรคได้ และป้องกันมืออ่อนแรงในอนาคต
    การผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้อง
    Endoscopic Carpal Tunnel Release
    การผ่าตัดแบบเดิมเป็นการผ่าตัดแบบเปิด แผลจะมีขนาดใหญ่และกลับมาใช้งานมือได้ช้า การผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้องเป็นวิธีการรักษาที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือในขั้นรุนแรง หรือเมื่อการรักษาแบบอนุรักษ์ไม่สามารถบรรเทาอาการได้ การผ่าตัดนี้ทำโดยการใช้กล้องส่องผ่านเข้าไปที่ข้อมือแล้วตัดพังผืดที่กดทับเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทสามารถทำงานได้ดีขึ้น วิธีนี้มีข้อดีคือ แผลผ่าตัดเล็ก ฟื้นตัวได้เร็ว และมีอาการปวดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
    ข้อดีของการผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้อง
    • แผลผ่าตัดเล็ก
    • ฟื้นตัวได้เร็ว
    • มีอาการปวดน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
    null

    รูปที่ 1 การผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้อง (Endoscopic Carpal Tunnel Release)

    null

    รูปที่ 2 การผ่าตัดปล่อยเส้นประสาทผ่านการส่องกล้อง (Endoscopic Carpal Tunnel Release)

    โปรแกรมและแพ็คเกจ

    ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

    ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

    MRI and MRA Brain Screening

    ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง : 12,122.-

    MRI and MRA Brain Screening


    ตรวจสุขภาพ 13 รายการ

    ผู้ที่มีความเสี่ยงโรค
    ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน โรคหัวใจ อายุที่มากขึ้น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ บุหรี่ แอลกอฮอล์ โคเคน แอมเฟตามีน การดำเนินชีวิต ที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนที่ หรือออกกำลังกาย

    ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

    MRI and MRA Brain Screening
    โรคหลอดเลือดสมอง (stroke)
    โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ ภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน ไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้เซลล์สมองค่อย ๆ ตายลง
    ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
    • ความดันโลหิตสูง
    • เบาหวาน
    • ไขมันในเลือดสูง
    • ความอ้วน
    • โรคหัวใจ
    • อายุที่มากขึ้น
    • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
    • บุหรี่
    • แอลกอฮอล์
    • โคเคน
    • แอมเฟตามีน
    • การดำเนินชีวิต
    • ที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนที่หรือออกกำลังกาย
    สามารถตรวจได้โดย การตรวจสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ การตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan) การตรวจ CT Scan จะช่วยวินิจฉัยแยกโรคสมองขาดเลือดกับโรคเลือดออกในสมองได้ โดยที่ใช้เวลาในการทำน้อยกว่า MRI Scan ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ส่วนการตรวจ MRI Scan จะมีความไวในการตรวจสมองขาดเลือดในระยะแรกๆ มากกว่าการทำ CT Scan และสามารถช่วยวินิจฉัยแยกโรคสมองขาดเลือดกับโรคเลือดออกในสมองได้เช่นกัน
    การคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสิ่งจำเป็น เพื่อสำรวจความผิดปกติ หรือมีความบกพร่องของสมอง เพื่อจะได้รักษา ป้องกัน หรือ ผ่อนหนักให้เป็นเบา หากมีการดูแลอย่างดี ตรวจสอบหาข้อบกพร่อง และแก้ไขแต่ระยะต้นๆ ร่างกายก็จะอยู่กับเราได้นานขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
    โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง
    ตรวจร่างกายทั่วไปโดยอายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง
    Physical Examination
    ตรวจวัดความดันโลหิต, ชีพจร
    BP, Pulse
    ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
    CBC
    ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด
    FBS
    ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด
    HbA1C
    ตรวจสมรรถภาพการทำงานของตับ
    SGPT
    ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต
    Creatinine
    ตรวจหาระดับไขมันในเลือด
    Cholesterol
    ตรวจหาระดับไขมันในเลือด
    Triglyceride
    ตรวจหาระดับไขมันชนิดดีในเลือด
    HDL
    ตรวจหาระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด
    LDL
    ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
    Electrocardiogram (EKG)
    ตรวจหลอดเลือดสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
    MRI and MRA Brain Screening
    12,122.-
    เงื่อนไขการใช้บริการ
    • รวมค่าแพทย์และค่าบริการ
    • กรุณางดน้ำและอาหารอย่างน้อย 10 - 12 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการตรวจ
    วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

    โปรแกรมและแพ็คเกจ

    พญ.วรรณสิริ คุปต์นิรัติศัยกุล

    พญ.วรรณสิริ คุปต์นิรัติศัยกุล
    จุลยศาสตร์และศัลยกรรมทางมือ

    พญ.วรรณสิริ คุปต์นิรัติศัยกุล

    VANASIRI KUPTNIRATSAIKUL, MD.
    Specialty
    • จุลยศาสตร์และศัลยกรรมทางมือ
      Hand Orthopedic & Microsurgery

    Language Spoken
    • อังกฤษ, ไทย

    ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
    • ปริญญาบัตร แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทย์ศาสตร์  ศิริราชพยาบาล
    • วุฒิบัตรสาขาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
    • ประกาศนียบัตร ออร์โธปิดิกส์ อนุสาขาศัลยกรรมทางมือและจุลยศัลยกรรม คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ตารางออกตรวจ
    วัน เวลา
    SAT 14:00 - 17:00