นพ.ธัญญ์ สุวัฒนวิโรจน์

นพ.ธัญญ์ สุวัฒนวิโรจน์
อายุรแพทย์โรคหัวใจ

นพ.ธัญญ์ สุวัฒนวิโรจน์

Tan Suwatanaviroj, M.D.
Specialty
  • ตรวจรักษาโรคอายุรกรรมทั่วไป และ อายุรกรรมหัวใจ
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
  • ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram)

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตร สาขาอายุรศาสตร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตร อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 

การฝึกอบรมด้านอื่นๆ
  • 2561 Clinical Research Fellow, Echocardiography Mazankowski Alberta Heart Institute University of Alberta Edmonton, AB, Canada
  • 2562 Clinical Fellow, Advanced Cardiac Imaging University of Ottawa Heart Institute Ottawa, ON, Canada
ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
WED 09:00 - 15:00
THU 08:00 - 12:00

การตรวจหาหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ CT Calcium Score

การตรวจหาหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ CT Calcium Score

CT Calcium Score
การตรวจหาหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score) เป็นการตรวจปริมาณแคลเซียมที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ตรวจคัดกรองระดับหินปูนที่เกาะบริเวณหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อประเมินภาวะการอุดตันของหลอดเลือด ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตสูง หรือประเมินแนวโน้มโอกาสในการที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ในอนาคต
นายแพทย์ธัญญ์ สุวัฒนวิโรจน์
อายุรแพทย์โรคหัวใจ
ข้อดีของตรวจ CT CALCIUM SCORE
  • ทำให้ทราบถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในอนาคต
  • ไม่ต้องมีการเตรียมตัว สามารถตรวจได้ทันที ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
  • ใช้เวลาในการตรวจน้อย ไม่เจ็บตัว
  • ไม่มีการฉีดสารทึบรังสี
ใครที่ควรเข้ารับการตรวจ CT CALCIUM SCORE
  • บุคคลทั่วไปที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง
  • ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ
  • ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนรับการตรวจ
  • หลีกเลี่ยงยาที่จะกระตุ้นหัวใจให้ชีพจรเร็วขึ้น
  • งดชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนตรวจ
  • เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมของโรงพยาบาล
  • ถอดเครื่องประดับรอบคอหรือแผ่นต่างๆ ที่ติดบริเวณหน้าอก

โปรแกรมและแพ็คเกจ

เพราะหัวใจต้องการคนดูแล

การดูแลหัวใจให้แข็งแ […]

โปรแกรมคัดกรองมะเร็ง 10 ชนิด ด้วย Spot-MAS

Spot-MAS

โปรแกรมคัดกรองมะเร็ง 10 ชนิด multi-cancer screening

13,000.-


'เวลา'คือหัวใจสำคัญของการรักษามะเร็ง มอบความอุ่นใจให้คนที่คุณรัก ด้วย Spot Mas
นวัตกรรมการตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือด 1 ครั้ง ค้นหามะเร็ง 10 ชนิด

Spot-MAS

ค้นหามะเร็ง 10 ชนิด

(Multi-cancer Screening)

 

นวัตกรรมการตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือด (Liquid Biopsy) โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งที่ปนอยู่ในกระแสเลือด (ctDNA) ซึ่งเน้นไปที่การตรวจรอยโรคในระดับ DNA

ทำไมต้องใช้ Spot-MAS?

การตรวจสุขภาพประจำปีอาจไม่เพียงพอที่จะตรวจพบมะเร็งได้ในระยะแรกเริ่ม (Stage 1-2) เนื่องจาก
  • อาการมักไม่ปรากฏ: มะเร็งหลายชนิดจะแสดงอาการเมื่อเข้าสู่ระยะแพร่กระจายแล้ว
  • ข้อจำกัดของการตรวจแบบเดิม: การทำ CT Scan หรือ MRI มีค่าใช้จ่ายสูงและได้รับรังสี ส่วนการตรวจ Marker เลือดแบบเดิมมีความแม่นยำต่ำกว่า
  • ความสะดวก: ใช้การเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว แทนการส่องกล้องหรือตัดชิ้นเนื้อซึ่งมีความเจ็บปวดและซับซ้อนกว่า
  • ความน่าเชื่อถือของข้อมูล : Spot-MAS ถือเป็นเทคโนโลยีที่มี ความน่าเชื่อถือสูงในเชิงวิทยาศาสตร์ โดยมีจุดเด่นดังนี้
    • เทคโนโลยีระดับสูง: ใช้เทคโนโลยี Massively Parallel Sequencing (MPS) เพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงทางเคมีบน DNA (Methylation) ซึ่งเป็นสัญญาณแรกๆ ของมะเร็ง
    • ความแม่นยำ (Specificity): มีค่าความจำเพาะสูงถึง 95.9% หมายความว่าโอกาสที่จะเกิดผลบวกปลอม (ไม่ได้เป็นมะเร็งแต่ผลบอกว่าเป็น) มีน้อยมาก
    • การรองรับ: เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยทางคลินิก และนิยมใช้ในศูนย์การแพทย์ชั้นนำในปัจจุบัน

ตรวจหาได้กี่ชนิดในการตรวจครั้งเดียว?

การตรวจ Spot-MAS มาตรฐาน 1 ครั้ง สามารถคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งที่พบบ่อยได้ 10 ชนิด ได้แก่
  1. มะเร็งปอด
  2. มะเร็งเต้านม
  3. มะเร็งตับและท่อน้ำดี
  4. มะเร็งลําไส้ใหญ่และไส้ตรง
  5. มะเร็งกระเพาะอาหาร
  6. มะเร็งรังไข่
  7. มะเร็งตับอ่อน
  8. มะเร็งหลอดอาหาร
  9. มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  10. มะเร็งศีรษะและลำคอ

ระยะเวลารอผลตรวจ

โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30 วันทำการ เนื่องจากต้องส่งตัวอย่างเลือดเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมที่ซับซ้อน

ข้อดีของ Spot-MAS

  • ตรวจพบไว: มีโอกาสตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีอาการ (ระยะที่ 1 หรือ 2)
  • เจ็บตัวน้อย: เพียงแค่เจาะเลือด 10 มล. เหมือนการตรวจเลือดทั่วไป
  • ระบุตำแหน่งได้: หากผลเป็นบวก เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยระบุได้ว่าความผิดปกติน่าจะมาจากอวัยวะใด เพื่อให้แพทย์ตรวจเจาะลึกได้ตรงจุด
  • ความปลอดภัยสูง: ไม่มีผลข้างเคียงจากรังสี

ใครที่ควรตรวจด้วยวิธีนี้?

ข้อควรระวัง

Spot-MAS คือเครื่องมือ "คัดกรองความเสี่ยง" ไม่ใช่การ "วินิจฉัย" หากผลตรวจพบความเสี่ยง (Positive) ผู้ตรวจจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน (เช่น การส่องกล้องหรือทำ CT Scan) ตามคำแนะนำของแพทย์ต่อไป

13,000.-

ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ

วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

หยุดเดา! หาต้นตอภูมิแพ้ให้เจอ รู้ชัด รักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หยุดเดา! หาต้นตอภูมิแพ้ให้เจอ

รู้ชัด รักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อาการไอ จาม ผื่นคันเรื้อรัง อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก อย่าปล่อยให้ภูมิแพ้รบกวนชีวิตคุณและคนที่คุณรัก เลือกโปรแกรมที่ใช่ เพื่อการรักษาที่ได้ผล โรงพยาบาลบางโพ มีการทดสอบภูมิแพ้ 3 แบบ 5 ทางเลือก เลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ

หยุดเดา! หาต้นตอภูมิแพ้ให้เจอ

รู้ชัด รักษาตรงจุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อาการไอ จาม ผื่นคันเรื้อรัง อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก
อย่าปล่อยให้ภูมิแพ้รบกวนชีวิตคุณและคนที่คุณรัก เลือกโปรแกรมที่ใช่ เพื่อการรักษาที่ได้ผล โรงพยาบาลบางโพ
มีการทดสอบภูมิแพ้ 3 แบบ 5 ทางเลือก เลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ

เลือกวิธีตรวจภูมิแพ้ที่เหมาะกับคุณ

การทดสอบ ทางผิวหนัง (Skin Test)
อายุ 15 ปีขึ้นไป
ข้อดี
  • รู้ผลเร็วภายใน 15–20 นาที
  • ราคาประหยัดที่สุด
  • เห็นตุ่มนูนแดงชัดเจนด้วยตา
  • ตรวจหลัก ๆ ไรฝุ่น ขนสัตว์ อาหารทะเล
ข้อควรระวัง
  • ต้องงดยาแก้แพ้ 7 วัน
  • มีความเสี่ยง systemic reaction (พบน้อยมาก)
  • ทำไม่ได้หากมีผื่นผิวหนังรุนแรง

การทดสอบ ด้วยการรับประทาน  Oral Food Challenge Test
ทุกช่วงวัย
ข้อดี
  • แม่นยำสูงสุด – Gold Standard
  • ยืนยันได้ 100% ว่าแพ้อาหารนั้นจริง
  • บอกปริมาณที่เริ่มเกิดอาการ
ข้อควรระวัง
  • ต้องงดยาแก้แพ้ 7 วัน
  • เสี่ยงอาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)
  • ต้องทำในโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ครบ

การทดสอบ ด้วยการเจาะเลือด (Allergy Blood Test)
เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย • ไม่ต้องงดยาแก้แพ้ • ไม่ต้องอดอาหาร

เจาะเลือดครั้งเดียว ตรวจได้หลายระดับความละเอียด มี 3 ทางเลือกหลัก

ทางเลือก 1: Allergy Screening Test (มาตรฐานเบื้องต้น)

ตรวจคัดกรองกลุ่มสารก่อภูมิแพ้หลัก 20–40 ชนิด ในกลุ่มเดียว (เช่น กลุ่มอาหารหลัก หรือกลุ่มสิ่งแวดล้อม)

ข้อดี
  • คุ้มค่า ราคาไม่สูง
  • เหมาะสำหรับคนที่อาการไม่ชัดเจน ต้องการคัดกรองกว้าง ๆ ก่อน
  • รู้ผลค่อนข้างเร็ว
ข้อควรทราบ
  • บอกแค่ "แพ้กลุ่มนั้น" ไม่ระบุชนิดย่อย (เช่น แพ้อาหารทะเล แต่ไม่บอกกุ้งหรือปู)
  • ไม่เหมาะถ้าต้องการความละเอียดสูง
  • รอผล 3–5 วัน

ทางเลือก 2: ImmunoCAP Specific IgE (มาตรฐานแม่นยำ)

การตรวจภูมิแพ้ แบบเจาะจง หาสารก่อภูมิแพ้ 6 ชนิด (เช่น ไข่ นม ข้าวสาลี ถั่วเหลือง กุ้ง ปลา
หรือชุดอื่น ๆ)

ข้อดี
  • Gold Standard ในห้องปฏิบัติการ ความแม่นยำและเสถียรสูง
  • ประเมินระดับ IgE ได้ → คาดการณ์ความรุนแรง และโอกาสหายแพ้ในอนาคต
  • ผลเชื่อถือได้มาก
ข้อควรทราบ
  • ตรวจได้แค่ 6 ชนิดต่อครั้ง
  • ราคาสูงกว่าทางเลือกเบื้องต้น
  • รอผล 14 วัน

ทางเลือก 3: ALEX (Allergy Explorer) – เจาะลึกที่สุด

การตรวจภูมิแพ้ แบบเชิงลึก ระดับโมเลกุล 295 ชนิด ครอบคลุมอาหาร สิ่งแวดล้อม พิษแมลง เกสร เชื้อรา ฯลฯ

ข้อดี
  • ครอบคลุมที่สุดในปัจจุบัน เพียงเจาะเลือดครั้งเดียว
  • แยก "แพ้จริง" จาก "แพ้ข้ามกลุ่ม" (cross-reactivity) ได้ชัดเจน
  • มี CCD inhibitor ลดผลบวกปลอม (false positive)
  • ช่วยวางแผนรักษาแม่นยำ (หลีกเลี่ยง / ภูมิคุ้มกันบำบัด / คาดการณ์อาการรุนแรง)
ข้อควรทราบ
  • ราคาสูงที่สุด
  • เหมาะกับคนที่มีอาการซับซ้อนหรือสงสัยแพ้หลายอย่าง
  • รอผล 14 วัน

อาการซับซ้อนหรือสงสัยแพ้หลายอย่าง
แนะนำ ALEX 295 ชนิด

ตรวจละเอียดระดับโมเลกุล เพียงเจาะเลือดครั้งเดียว • แยกแพ้จริง – แพ้ข้ามกลุ่ม • ลด false positive
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

“หายห่วง” เมื่อฝากคนที่รักกับบางโพ – Peace of Mind Program

“หายห่วง” เมื่อฝากคนที่รักกับบางโพ

Peace of Mind Program


“หายห่วง” เมื่อฝากคนที่รักกับบางโพ

Peace of Mind Program

"โรงพยาบาลบางโพ เปิดบริการรับฝากดูแล ผู้สูงอายุ
พร้อมด้วยทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ให้คุณอุ่นใจ มั่นใจในมาตรฐานโรงพยาบาล"
มอบความสุขและการพักผ่อนอย่างเต็มเหมือนอยู่ที่บ้าน ในพื้นที่ที่สะอาด สะดวก สบาย
ด้วยอุปกรณ์ครบครัน รวมทั้งอาหารตามหลักโภชนาการ

ให้เราดูแลท่านแทนคุณ ... โรงพยาบาลบางโพ อุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้
สนใจ โทร 02 587 0144
เพราะความสุขของคุณ คือ สิ่งสำคัญที่สุดของเรา

ภาพห้องพัก
ภาพห้องพัก

อัตราค่าบริการ

Peace of Mind Program
แพ็กเกจ
ประเภทห้องพัก
แพ็กเกจ 3 วัน
แพ็กเกจ 5 วัน
ห้องพักคู่
6,000.-
10,000.-
ห้องพักเดี่ยว
7,500.-
12,500.-
ห้องพักเดี่ยว สำหรับผู้ป่วยติดเตียง
7,500.-
12,500.-
ห้องพักคู่ สำหรับผู้ป่วยติดเตียง
9,000.-
15,500.-

เงื่อนไขการใช้บริการ

  1. ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ต้องการผู้ดูแล ระยะเวลาพัก 3-5 วัน
  2. ราคาดังกล่าวรวมถึงค่าห้อง ค่าบริการพยาบาล และอาหาร 3 มื้อต่อวัน ยกเว้นค่ายาโรคประจำตัว
  3. ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าตรวจประเมินก่อนเข้ารับบริการ เช่น X-ray, EKG, CBC เป็นต้น กรณีมีโรคประจำตัว ไม่รวมค่ายารักษาโรคประจำตัวหรือตรวจอื่นๆ เพิ่มเติมที่นอกเหนือจากแพ็กเกจที่โรงพยาบาลกำหนด

โปรแกรมและแพ็คเกจ

นพ.สนัฐชา อาภาคัพภะกุล

นพ.สนัฐชา อาภาคัพภะกุล
อายุรแพทย์โรคหัวใจ

นพ.สนัฐชา อาภาคัพภะกุล

Sanatcha Apakuppakul, M.D.
Specialty
  • อายุรกรรมโรคหัวใจ

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร (เกียรตินิยมอันดับ 1) แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก สาขาอายุรศาสตร คณะแพทยศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
  • วุฒิบัตรสาขาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์  วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
  • วุฒิบัตรสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
MON 16:00 - 18:00
TUE 17:00 - 20:00 (อังคารที่ 1, 3, 5)
SUN 13:00 - 17:00 (อาทิตย์ที่ 1, 3, 5)

รู้ทันเชื้อ Salmonella แม้ไม่มีอาการ

รู้ทันเชื้อ Salmonella แม้ไม่มีอาการ

การติดเชื้อ Salmonella แบบไม่มีอาการ (asymptomatic carriage) มักเกิดจากการได้รับเชื้อในปริมาณที่ไม่สูงพอที่จะก่อให้เกิดอาการรุนแรง หรือเกิดในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงพอที่จะควบคุมเชื้อได้

สาเหตุหลักของการได้รับเชื้อ

  • การบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน: เป็นเส้นทางหลักของการติดเชื้อ Salmonella ซึ่งแบคทีเรียมักจะอาศัยอยู่ในลำไส้ของคน สัตว์ และนก การติดต่อไปสู่คนมักผ่านการปนเปื้อนของอุจจาระในอาหารหรือน้ำดื่ม
  • อาหารที่ปนเปื้อนบ่อยในไทย:
    • เนื้อสัตว์ปีก เนื้อหมู เนื้อวัว และไข่ที่ไม่ปรุงสุก: เนื้อสัตว์เหล่านี้อาจมีการปนเปื้อนระหว่างกระบวนการชำแหละหรือแปรรูป แม้แต่ในไข่ไก่ที่ดูสะอาด เชื้อก็อาจปนเปื้อนอยู่ภายในได้หากแม่ไก่ติดเชื้อ
    • อาหารริมบาทวิถี (Street Food): รายงานการวิจัยพบว่ามีโอกาสพบการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella ในอาหารริมบาทวิถีได้ โดยเฉพาะอาหารดิบหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของอาหารดิบที่เตรียมหรือปรุงในสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
    • ผักและผลไม้: สามารถปนเปื้อนได้หากมีการใช้น้ำที่ไม่สะอาดในการล้างหรือชลประทาน
    • นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์: กระบวนการพาสเจอร์ไรส์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ซึ่งรวมถึง Salmonella ด้วย
  • สุขอนามัยที่ไม่ดีพอ:
    • การเตรียมอาหารที่ไม่เหมาะสม: การใช้เขียงหรืออุปกรณ์ร่วมกันระหว่างอาหารดิบกับอาหารสุกโดยไม่มีการล้างทำความสะอาดอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดการปนเปื้อนข้ามได้ง่าย
    • การไม่ล้างมือ: การไม่ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ หลังสัมผัสสัตว์ หรือก่อนเตรียมอาหาร สามารถนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้

โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องรักษา การติดเชื้อ Salmonella ในผู้ที่เป็นพาหะแบบไม่มีอาการด้วยยาปฏิชีวนะ

เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะ

  • หายได้เองตามธรรมชาติ: ในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ภูมิคุ้มกันของร่างกายมักจะสามารถกำจัดเชื้อออกจากร่างกายได้เองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์
  • อาจทำให้อาการหายช้าลง: การให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่ไม่จำเป็น (โดยเฉพาะในโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบจากเชื้อ Salmonella ชนิดที่ไม่ใช่ไทฟอยด์) อาจไปรบกวนสมดุลของแบคทีเรียดีในลำไส้ และอาจ ยืดระยะเวลาการเป็นพาหะ ออกไปได้
  • เสี่ยงต่อเชื้อดื้อยา: การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในทางการแพทย์

ข้อยกเว้นที่อาจจำเป็นต้องรักษา

มีบางกรณีที่แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ แม้จะไม่มีอาการชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีเหตุผลทางสาธารณสุข

  • กลุ่มเสี่ยงสูง:
    • ทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน
    • ผู้สูงอายุ
    • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานรุนแรง
  • ผู้ประกอบอาหาร (Food Handlers) หรือบุคลากรทางการแพทย์: ในบางกรณี หากตรวจพบว่าเป็นพาหะเรื้อรัง (มักเป็น Salmonella Typhi ที่ทำให้เกิดไข้ไทฟอยด์) อาจจำเป็นต้องให้การรักษาเพื่อกำจัดเชื้อให้หมดไป เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นในวงกว้าง

คำแนะนำสำหรับผู้เป็นพาหะแบบไม่มีอาการ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

  • ล้างมือให้สะอาด: ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำและก่อนเตรียมอาหารหรือรับประทานอาหาร
  • สุขอนามัยในครัว: แยกเขียงและอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารสุก และปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง
  • การจัดการอุจจาระ: ดูแลสุขภัณฑ์ให้สะอาดและถูกสุขลักษณะ
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วิบูลย์ศิริชัย
อายุรกรรมโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ

บทความ

ทันตอุปกรณ์ รักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง

ราคาเริ่มต้นที่ 12,000.-


ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง
สำหรับรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Mandibular advancement device (MAD) for treating snoring and obstructive sleep apnea (OSA)

การใส่ทันตอุปกรณ์ คืออีกทางเลือกในการรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การใช้เครื่องมือปรับตำแหน่งขากรรไกร เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น จะทำให้สามารถช่วยลดการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

รศ.ทพ.ดร.ชิษณุ แจ้งศิริพันธ์
ทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาทันตกรรมจัดฟันและสาขาทันตเวชศาสตร์การนอนหลับ

การใส่ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง (MAD) จะช่วยเปิดทางเดินหายใจบริเวณคอหอยให้กว้างขึ้น ลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในลำคอซึ่งเป็นสาเหตุของเสียงกรน และยังช่วยลดการอุดกั้นทางเดินหายใจในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเครื่องมือนี้จะใส่ในช่องปากขณะนอนหลับ โดยมีการออกแบบให้รองรับกับฟันบนและฟันล่างเฉพาะในแต่ละบุคคล จึงมีขนาดกะทัดรัดสวมใส่สบาย และเมื่อสวมใส่จะช่วยดันขากรรไกรล่างให้ยื่นไปด้านหน้าในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อช่วยเปิดทางหายใจให้โล่งขึ้น

ภาพตัวอย่างทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง (MAD) ที่ช่วยในการรักษานอนกรน (OSA)
ภาพตัวอย่างทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง (MAD) ที่ช่วยในการรักษานอนกรน (OSA)

MAD เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีประวัตินอนกรนอย่างเดียว หรือนอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลาง
  • ผู้ที่มีประวัตินอนกรนระดับรุนแรง แต่ไม่สามารถยอมรับการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ได้

ขั้นตอนการทำ MAD

  • ซักประวัติ ทำแบบสอบถาม ตรวจสภาพช่องปาก ถ่ายภาพรังสี พิมพ์ปาก และบันทึกการสบฟัน เพื่อวินิจฉัยโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง
  • หลังรับเครื่องมือและปรับตัวกับ MAD ที่ใส่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะทำนัดตรวจเพื่อประเมินผล และปรับอุปกรณ์
  • ตรวจติดตามอาการต่อเนื่องทุก 6 เดือน และอาจส่งต่อเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจการนอนหลับเพื่อยืนยันผลการรักษาต่อไป
เริ่มต้นเพียง
12,000.-
แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การนอนหลับ เพื่อการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่างสำหรับรักษานอนกรนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่างสำหรับรักษานอนกรนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Mandibular advancement device (MAD and obstructive sleep apnea (OSA)
ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่างสำหรับรักษานอนกรนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
Mandibular advancement device (MAD) for treating snoring and obstructive sleep apnea (OSA)
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ(Sleep Apnea) คือ ความผิดปกติของการนอนหลับที่มีการหยุดและเริ่มต้นการหายใจซ้ำ ๆ กันเป็นวงจร สังเกตได้จากการกรนเสียงดังและอาการอ่อนเพลีย แม้ว่าจะได้นอนอย่างเพียงพอ โดย Obstructive Sleep Apnea(OSA) คือ ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการคลายตัวของกล้ามเนื้อคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงหรืออุดตัน ส่งผลให้อากาศไม่สามารถเข้าสู่ปอดได้
ปัจจัยเสี่ยง
    ปัจจัยเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ผลกระทบของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA)
  • ลดระดับออกซิเจนในเลือด (Hypoxia)
  • เพิ่มระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (Hypercapnia)
  • สะดุ้งตื่นจากการนอนหลับ
  • อดนอน อ่อนเพลียง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคในระบบไหลเวียนโลหิต
MAD เหมาะกับใคร
Mandibular Advancement Device หรือ MAD ให้ผลการรักษาได้ดีในผู้ป่วยที่นอนกรนอย่างเดียว หรือ นอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลาง (ค่าดัชนีการหยุดหายใจและหายใจแผ่วน้อยกว่า 30 ครั้งต่อชั่วโมง) หรือในรายที่ระดับรุนแรง แต่ผู้ป่วยไม่สามารถยอมรับการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกได้
ภาพการใส่ทันตอุปกรณ์ สำหรับการนอนกรน

Mandibular Advancement Device (MAD)
ทำงานโดยการดึงขากรรไกรล่าง และลิ้นมาด้านหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการไหลของอากาศบริเวณด้านหลังลำคอ โดย MAD ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนฟันบนและส่วนฟันล่าง ซึ่งอาจจะเชื่อมต่อกันด้วยสกรู บานพับ หรือยางยืดที่ปรับได้ อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยดึงขากรรไกรล่างไปด้านหน้าเพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น
ขั้นตอนการทำ MAD
  1. ซักประวัติ และทำแบบสอบถามการนอนหลับ
  2. ตรวจวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  3. ตรวจสภาพช่องปากและการสบฟันอย่างละเอียด
  4. ถ่ายภาพรังสี Lateral cephalogram และ Orthopantomogram
  5. พิมพ์ฟันหรือสแกนช่องปากและบันทึกการสบฟัน
  6. ผู้ป่วยได้รับ MAD เพื่อใส่ขณะนอนหลับ
  7. หลังผู้ป่วยปรับตัวกับเครื่องมือประมาณ 2 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะนัดเพื่อตรวจประเมินผล และปรับอุปกรณ์
  8. หลังจากผู้ป่วยใช้ MAD ที่ปรับระดับความยื่นจนทันตแพทย์เห็นว่าเหมาะสม จะส่งต่อให้แพทย์ทำการตรวจการนอนหลับเพื่อยืนยันผลการรักษา
  9. นัดติดตามอาการต่อเนื่องกับทันตแพทย์ทุก 6 เดือน
ลักษณะของ MAD
  • ทันตอุปกรณ์ประเภทนี้สามารถปรับขากรรไกรล่างให้ยื่นไปข้างหน้าทีละน้อย ช่วยเปิดทางเดินหายใจได้ในระยะที่เหมาะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • เครื่องมือประเภทนี้เป็นอุปกรณ์เฉพาะบุคคล ทันตแพทย์จึงต้องพิมพ์ฟัน หรือ สแกนช่องปากผู้ป่วย เพื่อผลิตเครื่องมือที่พอดีกับปากและฟันของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความสบายขณะสวมใส่ไม่หลุดง่ายในขณะหลับ
  • นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือ พกพาสะดวกขณะเดินทางไม่ต้องใช้ไฟฟ้า และไม่มีหน้ากากครอบหรือคาดที่ใบหน้า
  • ปัจจุบันมีการออกแบบเครื่องมือได้หลายลักษณะ ซึ่งทันตแพทย์จะทำการพิจารณาและพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อเลือกแบบที่เหมาะสม

ลักษณะของ MAD

วิธีการดูแลเครื่องมือการทำความสะอาด
  • ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มกับน้ำสบู่อ่อนขัดทำความสะอาดเมื่อถอดเครื่องมือตอนตื่นนอนทุกเช้าก่อนจะล้างด้วยน้ำเปล่า
  • ไม่ใช้ยาสีฟันหริอสารขัดฟันปลอมมาใช้ทำความสะอาด เนื่องจากจะทำให้พื้นผิวของเครื่องมือเสียหายได้
  • หลังทำความสะอาดเครื่องมือแล้ว ให้เก็บเครื่องมือในที่อากาศเย็นและแห้ง หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ร้อนและมีสารเคมี
ผลข้างเคียงของการใส่เครื่องมือ
การจัดการกับผลข้างเคียง
  • การเปลี่ยนแปลงการสบฟัน
    • การบริหารด้วยการใช้ท่าม้วนลิ้นแตะเพดานปาก
      1. นำปลายลิ้นแตะเบาๆที่กลางเพดานปาก โดยไม่เกร็งลิ้น และริมฝีปาก
      2. อ้าปากช้าๆ จนสุด โดยที่ปลายลิ้นยังคงแตะที่กลางเพดานปาก อ้าปากค้างไว้ 5 วินาที
      3. หุบปากช้าๆ เข้าสู่ท่าพัก โดยที่ฟันบนล่างไม่แตะกัน ลิ้นและริมฝีปากผ่อนคลายพัก 5 วินาที
      4. ทำวันละ 5 รอบต่อวัน รอบละ 15 ครั้ง
    • กัดฟันบนยาง Occlusion trainer โดยค่อยเลื่อนๆ จากการกัดบนฟันกรามด้านขวาไปจนถึงด้านซ้าย
    • กัดบน Morning occlusal guide หลังถอด MAD ในตอนเช้าเพื่อช่วยให้ขากรรไกร และการสบฟัน กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม
moring occlusal guide
  • ปวดกล้ามเนื้อ & เสียงผิดปกติที่ข้อต่อขากรรไกร
    • บริหารขากรรไกรล่างโดยออกแรงต้านนิ้วมือที่ออกแรงดันทั้งแนวดิ่งและแนวราบ
    • รักษาอาการแบบประคับประคอง เช่น ประคบอุ่น พักผ่อน การนวด และทานยาแก้ปวด
  • น้ำลายไหลมาก
    • เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะปรับตัวได้ดีขึ้น
  • ภาวะปากแห้ง
    • หลีกเลี่ยงอาหารหรือสิ่งที่ทำให้ปากแห้ง
    • ปรับเครื่องมือเพื่อให้ริมฝีปากปิดได้สนิทขึ้น

โปรแกรมและแพ็คเกจ

พญ.เสาวนีย์ แสงอรุณ

พญ.เสาวนีย์ แสงอรุณ
กุมารแพทย์ทั่วไป

พญ.เสาวนีย์ แสงอรุณ

Saowanee Sangaroon.MD
Specialty
  • กุมารแพทย์ทั่วไป

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 
  • วุฒิบัตรกุมารแพทย์  คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา หมายเหตุ
MON 12:00 - 17:00
TUE 12:00 - 17:00
WED 07:00 - 16:00
THU 12:00 - 17:00
FRI 07:00 - 17:00

พญ.นันทนัช หรูตระกูล

พญ.นันทนัช หรูตระกูล
ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน, Pediatric allergist and immunologist

พญ.นันทนัช หรูตระกูล

Nuntanut Rutrakool
Specialty
  • กุมารแพทย์
  • โรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยา

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร (พบ.) แพทยศาสตรบัณฑิต (พ.บ.) คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตร กุมารเวชศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตร อนุสาขากุมารเวชศาสตร์ โรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยา ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา
TUE 08:00 - 13:00
SAT 08:00 - 13:00

พญ.ปัทมา พรวรากรณ์

พญ.ปัทมา พรวรากรณ์
วิสัญญีแพทย์

พญ.ปัทมา พรวรากรณ์

Pattama Pornwaragorn
Specialty
  • วิสัญญีแพทย์

Language Spoken
  • อังกฤษ, ไทย

ปริญญาบัตรและสถาบันการศึกษา
  • ปริญญาบัตร (พบ.) แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหิดล  สถาบันพระบรมราชชนก
  • วิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ตารางออกตรวจ
วัน เวลา
MON 06:00 - 18:00
TUE 06:00 - 18:00
THU 06:00 - 18:00
FRI 06:00 - 18:00