โปรแกรมคัดกรองมะเร็ง 10 ชนิด ด้วย Spot-MAS

Spot-MAS

โปรแกรมคัดกรองมะเร็ง 10 ชนิด multi-cancer screening

13,000.-


'เวลา'คือหัวใจสำคัญของการรักษามะเร็ง มอบความอุ่นใจให้คนที่คุณรัก ด้วย Spot Mas
นวัตกรรมการตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือด 1 ครั้ง ค้นหามะเร็ง 10 ชนิด

Spot-MAS

ค้นหามะเร็ง 10 ชนิด

(Multi-cancer Screening)

 

นวัตกรรมการตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือด (Liquid Biopsy) โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งที่ปนอยู่ในกระแสเลือด (ctDNA) ซึ่งเน้นไปที่การตรวจรอยโรคในระดับ DNA

ทำไมต้องใช้ Spot-MAS?

การตรวจสุขภาพประจำปีอาจไม่เพียงพอที่จะตรวจพบมะเร็งได้ในระยะแรกเริ่ม (Stage 1-2) เนื่องจาก
  • อาการมักไม่ปรากฏ: มะเร็งหลายชนิดจะแสดงอาการเมื่อเข้าสู่ระยะแพร่กระจายแล้ว
  • ข้อจำกัดของการตรวจแบบเดิม: การทำ CT Scan หรือ MRI มีค่าใช้จ่ายสูงและได้รับรังสี ส่วนการตรวจ Marker เลือดแบบเดิมมีความแม่นยำต่ำกว่า
  • ความสะดวก: ใช้การเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว แทนการส่องกล้องหรือตัดชิ้นเนื้อซึ่งมีความเจ็บปวดและซับซ้อนกว่า
  • ความน่าเชื่อถือของข้อมูล : Spot-MAS ถือเป็นเทคโนโลยีที่มี ความน่าเชื่อถือสูงในเชิงวิทยาศาสตร์ โดยมีจุดเด่นดังนี้
    • เทคโนโลยีระดับสูง: ใช้เทคโนโลยี Massively Parallel Sequencing (MPS) เพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงทางเคมีบน DNA (Methylation) ซึ่งเป็นสัญญาณแรกๆ ของมะเร็ง
    • ความแม่นยำ (Specificity): มีค่าความจำเพาะสูงถึง 95.9% หมายความว่าโอกาสที่จะเกิดผลบวกปลอม (ไม่ได้เป็นมะเร็งแต่ผลบอกว่าเป็น) มีน้อยมาก
    • การรองรับ: เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยทางคลินิก และนิยมใช้ในศูนย์การแพทย์ชั้นนำในปัจจุบัน

ตรวจหาได้กี่ชนิดในการตรวจครั้งเดียว?

การตรวจ Spot-MAS มาตรฐาน 1 ครั้ง สามารถคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งที่พบบ่อยได้ 10 ชนิด ได้แก่
  1. มะเร็งปอด
  2. มะเร็งเต้านม
  3. มะเร็งตับและท่อน้ำดี
  4. มะเร็งลําไส้ใหญ่และไส้ตรง
  5. มะเร็งกระเพาะอาหาร
  6. มะเร็งรังไข่
  7. มะเร็งตับอ่อน
  8. มะเร็งหลอดอาหาร
  9. มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  10. มะเร็งศีรษะและลำคอ

ระยะเวลารอผลตรวจ

โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30 วันทำการ เนื่องจากต้องส่งตัวอย่างเลือดเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมที่ซับซ้อน

ข้อดีของ Spot-MAS

  • ตรวจพบไว: มีโอกาสตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีอาการ (ระยะที่ 1 หรือ 2)
  • เจ็บตัวน้อย: เพียงแค่เจาะเลือด 10 มล. เหมือนการตรวจเลือดทั่วไป
  • ระบุตำแหน่งได้: หากผลเป็นบวก เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยระบุได้ว่าความผิดปกติน่าจะมาจากอวัยวะใด เพื่อให้แพทย์ตรวจเจาะลึกได้ตรงจุด
  • ความปลอดภัยสูง: ไม่มีผลข้างเคียงจากรังสี

ใครที่ควรตรวจด้วยวิธีนี้?

ข้อควรระวัง

Spot-MAS คือเครื่องมือ "คัดกรองความเสี่ยง" ไม่ใช่การ "วินิจฉัย" หากผลตรวจพบความเสี่ยง (Positive) ผู้ตรวจจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน (เช่น การส่องกล้องหรือทำ CT Scan) ตามคำแนะนำของแพทย์ต่อไป

13,000.-

ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ

วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

มะเร็งปอด: รู้ก่อน ตรวจเร็ว เพิ่มโอกาสรักษาหาย

มะเร็งปอด: รู้ก่อน ตรวจเร็ว เพิ่มโอกาสรักษาหาย

 

 

 

มะเร็งปอดเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย เนื่องจากในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม ซึ่งการรักษาทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงปัจจุบันมีวิธี “ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด” ที่สามารถช่วยค้นหามะเร็งในระยะเริ่มต้นได้ คือ การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอดแบบใช้รังสีต่ำ (Low-dose CT chest) ซึ่งใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าการตรวจ CT ปกติ และสามารถตรวจพบก้อนเนื้อขนาดเล็กในปอดได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ
นพ.พิภู ถาวรชีวิน
อายุรแพทย์ โรคปอด

ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรอง?

การตรวจ Low-dose CT chest แนะนำในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีประวัติสูบบุหรี่ถึงเกณฑ์ที่แพทย์ประเมินว่าเสี่ยงต่อมะเร็งปอด นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงร่วมก็อาจได้รับประโยชน์จากการตรวจคัดกรองเช่นกัน ได้แก่

  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด
  • เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
  • เป็นโรคพังผืดในปอด
  • เคยสัมผัสควันบุหรี่หรือมลพิษทางอากาศเป็นเวลานาน

ประโยชน์ของการตรวจคัดกรอง

การตรวจพบมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงขึ้น ผู้ป่วยบางรายสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการรักษาเฉพาะจุด โดยไม่จำเป็นต้องใช้เคมีบำบัดหรือยาราคาแพงในระยะลุกลาม อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งสำคัญที่ควรรู้

การตรวจคัดกรองไม่ใช่การตรวจสำหรับทุกคน ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงโดยแพทย์ก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงการตรวจที่ไม่จำเป็น หากผลตรวจพบความผิดปกติ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาการติดตาม ตรวจเพิ่มเติม หรือวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

มะเร็งปอดไม่ใช่โรคไกลตัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง การรู้เท่าทันและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม คือก้าวสำคัญในการป้องกันและลดความรุนแรงของโรค หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดอย่างเหมาะสม

บทความ

มะเร็งปอด รู้เร็ว รักษาได้

มะเร็งปอด รู้เร็ว….รักษาได้

มะเร็งปอดเป็นโรคที่พบได้มากในประเทศไทย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของทั้งเพศชายและเพศหญิง อย่างไรก็ดี มะเร็งปอดสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ในระยะต้น
ชนิดของมะเร็งปอด

มะเร็งปอด เกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติอย่างรวดเร็วและ ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเป็นกลุ่มก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งจะตรวจพบได้เมื่อมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก และแพร่ไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย มะเร็งปอดจะทำลายชีวิตของผู้ป่วยได้รวดเร็วแค่ไหน ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง
มะเร็งปอด แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามขนาดของเซลล์ ซึ่งความแตกต่างของขนาด เซลล์นี้มีความสำคัญ เนื่องจากวิธีการรักษาจะแตกต่างกัน
  1. มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (small cell lung cancer) พบได้ประมาณ 10-15% เซลล์จะเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่ามะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว การรักษาจะไม่ใช้วิธีการผ่าตัด ส่วนมากจะรักษาด้วยการใช้ยาหรือฉายรังสี
  2. มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (non-small cell lung cancer) พบได้บ่อยกว่ามะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (พบได้ประมาณ 85-90%) แต่จะแพร่กระจายได้ช้ากว่า และสามารถรักษาให้หายได้โดยการผ่าตัดหากพบตั้งแต่เนิ่นๆ
สาเหตุของการเกิดมะเร็งปอด

ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ แต่มีปัจจัยบางประการที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด เช่น
  1. บุหรี่ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดมากที่สุด ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10-30 เท่า เนื่องจากสารในบุหรี่สามารถทำลายเซลล์ปอด ทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ โดย ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนมวนและจำนวนปีที่สูบบุหรี่
  2. การได้รับสารพิษและมลภาวะในสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่ แอสเบสตอส (asbestos) ก๊าซเรดอน (radon) สารหนู รังสี และสารเคมีอื่นๆ รวมถึงฝุ่นและไอระเหยจากนิกเกิล โครเมียม และโลหะอื่นๆ
  3. อายุ ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นตามอายุโดยทั่วไปความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหลังอายุ 40 ปี แต่ก็สามารถพบได้ในคนอายุน้อยกว่า 40 ปี
  4. มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด ผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคมะเร็งปอด มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดแม้จะไม่ได้สูบบุหรี่
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการลดปัจจัยเสี่ยง และวางแผนการตรวจสุขภาพ ส่วนผู้ที่เคยได้รับการรักษามะเร็งปอดมาแล้ว ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหลังการรักษา เนื่องจากอาจมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งปอดได้อีก
การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด

การตรวจคัดกรองจะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบและรักษามะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจสอบมะเร็งปอดแบบง่ายหรือด้วยตนเองดังเช่น มะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตามมีการตรวจสอบใหม่ที่เป็น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ (low-dose helical computerized tomography) ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยได้

อาการของโรคมะเร็งปอด

โดยทั่วไปแล้วมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคลุกลามแล้ว อาจพบอาการดังต่อไปนี้
  • ไอเรื้อรัง(ไอแห้งหรือไอมีเสมหะ) มีปัญหาการหายใจ เช่น หายใจสั้น
  • หายใจมีเสียงหวีด เจ็บบริเวณหน้าอกตลอดเวลา
  • ไอมีเลือดปน เสียงแหบ
  • ติดเชื้อในปอดบ่อย ๆ เช่น ปอดบวม เหนื่อยง่าย หรือรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • การตรวจวินิจฉัยด้วยรังสี
การตรวจวินิจฉัยด้วยรังสี

  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์(CT scan)
  • การตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI) เป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์หาตำแหน่งและขนาดของก้อนเนื้อที่ผิดปกติในบริเวณปอดได้
  • การตรวจด้วยเครื่อง PET Scan (Positron Emission Tomography Scan) เป็นการฉีดโมเลกุลของสารกัมมันตภาพรังสีที่รวมกับน้ำตาลเข้าทางเส้นเลือด เซลล์มะเร็งปอดจะดูดซึมเอาน้ำตาลชนิดนี้ไว้อย่างรวดเร็วและมากกว่าเซลล์ปกติ ทำให้เกิดความแตกต่างของการเรืองแสงเฉพาะเซลล์มะเร็ง