"ปากกาลดน้ำหนัก" (Weight Loss Pen)
เริ่มต้น 12,000.-
เนื่องจากปากกามีหลายขนาด และพิจารณาความเหมาะสม เพื่อวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย
"ปากกาลดน้ำหนัก" (Weight Loss Pen)
นวัตกรรมที่ช่วยจัดการน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนักทำงานอย่างไร
- GLP-1: กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ชะลอการเคลื่อนของกระเพาะอาหาร และลดความอยากอาหาร
- GIP: ส่งเสริมการตอบสนองของอินซูลินและร่วมเพิ่มประสิทธิผลของการลดน้ำหนักเมื่อผสมกับ GLP-1 Agonist
ปากกาลดน้ำหนัก ก็คือยาฉีดที่เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ยาจะส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อบอกว่า "อิ่มแล้ว" ทำให้เรารับประทานอาหารน้อยลง กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง และทำให้อิ่มนานขึ้น
ผู้ที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้ยา
ใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หรือผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนจากภาวะอ้วน เช่น เบาหวาน
ยามีความน่าเชื่อถือหรือไม่
- เชื่อถือได้ทางการแพทย์ และจากงานวิจัย เป็นยาที่ผ่านการรับรองจาก อย. (FDA) เช่น ตัวยา Liraglutide, Dulaglutide, Semaglutide และ Tirzepatide
- ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อตามอินเทอร์เน็ตเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงเรื่องยาปลอม การเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง และการเฝ้าระวังผลข้างเคียง
คำแนะนำก่อนเริ่มใช้ยา
ก่อนเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อประเมินข้อบ่งชี้ ข้อควรระวัง โรคร่วม และความปลอดภัย โดยปกติจะตรวจประมาณ 3-6 รายการ โดยทำการเจาะเลือดครั้งเดียว ได้แก่:
- ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS, HbA1c) เพื่อประเมินโรคร่วมเบาหวาน
- การทำงานของตับและไต
- ค่าไขมันในเลือด (Lipid profiles)
- ค่าเลือดอื่นๆ เฉพาะโรคที่สงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุของโรคอ้วน เช่น thyroid function, cortisol
วิธีการใช้ยา
รูปแบบการให้ยา ส่วนมากให้ฉีดสัปดาห์ละครั้ง เช่น semaglutide, tirzepatide บางตัวฉีดรายวัน เช่น liraglutide ผู้ป่วยต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เรื่องขนาดยาและการเพิ่มขนาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดอาการข้างเคียง
การใช้ปากกาลดน้ำหนักเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการรักษา ควรปฏิบัติควบคู่กับการปรับพฤติกรรม (ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย) และควรได้รับการติดตามทางการแพทย์
ข้อดีของปากกาลดน้ำหนัก
- ลดน้ำหนักได้จริง: จากงานวิจัยระบุว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ 5-15% (ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและการตอบสนองของผู้ใช้)
- ลดความเสี่ยงโรค: ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจในผู้ป่วยบางกลุ่ม
- ปรับพฤติกรรม: ช่วยให้ผู้ที่ "กินจุบจิบ" หรือ "หยุดกินไม่ได้" สามารถควบคุมตัวเองได้ง่ายขึ้นในช่วงเริ่มต้น
ข้อควรระวังและผลข้างเคียง
- ผลข้างเคียงทางเดินอาหาร (คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก) เป็นสิ่งพบบ่อย มักลดลงเมื่อร่างกายปรับตัว
- ระวังภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเมื่อนำไปใช้ร่วมกับ insulin หรือยาลดน้ำตาลกลุ่ม Sulfonylurea ต้องปรับขนาดยาและเฝ้าระวัง
- ห้ามใช้ในผู้ตั้งครรภ์ หากวางแผนตั้งครรภ์ ควรหยุดยาก่อนตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์
- ประวัติแพ้ ส่วนใหญ่ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติความผิดปกติของตับอ่อนอย่างรุนแรง (pancreatitis)
- ผลข้างเคียงอื่น ๆ ปฏิกิริยาที่ตำแหน่งฉีด ผื่น การเปลี่ยนแปลงการรับรสอาหาร ฯลฯ
ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ



