โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ

โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ


ค้นหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การตรวจคัดกรองช่วยให้สามารถรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง หรือมะเร็งตับ ได้อย่างทันท่วงที

โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ

Liver health screening program

 

 

“คุณรู้หรือไม่? ตับอักเสบ อาจไม่แสดงอาการ แต่ทำลายตับอย่างเงียบ ๆ อย่ารอให้สายเกินไป!
มาตรวจสุขภาพตับก่อน ใส่ใจตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยกว่า”

ค้นหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การตรวจคัดกรองช่วยให้สามารถรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง หรือมะเร็งตับ ได้อย่างทันท่วงที

โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ

โปรแกรม
ราคา
โปรแกรมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ B และหาภูมิคุ้มกัน
ตรวจ 3 รายการ
  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์ โรคทางเดินอาหารและตับ (Physical Examination)
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
1,500.-
ปกติ 2,010.-
(รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล)
โปรแกรมตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ABC และหาภูมิคุ้มกัน
ตรวจ 6 รายการ
  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์ โรคทางเดินอาหารและตับ (Physical Examination)
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
  • ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBc IgG)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ ซี (Anti-HCV)
3,600.-
ปกติ 4,010.-
(รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล)
โปรแกรมตรวจสุขภาพตับ และหาภูมิคุ้มกัน
ตรวจ 10 รายการ
  • ตรวจร่างกายโดยแพทย์ โรคทางเดินอาหารและตับ (Physical Examination)
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBsAg)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
  • ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBc IgG)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ บี (Anti-HBs)
  • ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสตับอักเสบ ซี (Anti-HCV)
  • ตรวจสภาพการทำงานของตับ SGPT (ALT)
  • ตรวจการทำงานของตับและเอนไซม์ ALP (Alkaline phosphatase)
  • ตรวจการทำงานของตับ Bilirubin (Total Bilirubin)
  • ตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนบน (Upper Abdomen Ultrasound)
5,800.-
ปกติ 6,500.-
(รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล)
กรุณางดน้ำและอาหาร ก่อนเข้ารับบริการอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
โปรแกรม 2 และ 3 รอผลการตรวจ 3-5 วัน
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า VitalStim


ฝึกกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า VitalStim

VitalStim

ภาวะกลืนลำบากคืออะไร

ภาวะกลืนลำบากคือ อาการที่ผู้ป่วยรู้สึกติดขัด เจ็บหรือไม่สามารถกลืนอาหาร น้ำ หรือแม้แต่น้ำลายได้ตามปกติ อาการนี้ไม่ใช่โรคโดยตรง แต่เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของระบบการกลืนตั้งแต่ช่องปาก คอหอย ไปจนถึงหลอดอาหารต้องอาศัยการฝึกกลืน ฝึกควบคุมการทำงานของปาก ลิ้น และกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหารและปอดติดเชื้อจากการสำลักอาหารเข้าปอด เพิ่มคุณภาพชีวิตและลดระยะการนอนโรงพยาบาล

VitalStim คืออะไร

VitalStim เป็นเทคโนโลยีการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยกระแสไฟฟ้า โดยใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการกลืนบริเวณลำคอ

การกระตุ้นการกลืนด้วยเครื่อง VitalStim

สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน เครื่องจะช่วยฝึกทักษะและกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ช่วยในการกลืน ช่วยให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องเกิดการเรียนรู้ใหม่ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและทำให้เกิดกระบวนการกลืนอาหาร

ใครเสี่ยง? มีภาวะกลืนลำบาก

  1. ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  2. ผู้ป่วยพาร์กินสัน
  3. ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเสื่อม (ALS)
  4. ผู้ป่วยเนื้องอกในช่องคอ หรือหลอดอาหาร
  5. ผู้ป่วยต่อมไทรอยด์โต
  6. ผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการใส่ท่อช่วยหายใจนาน ๆ
  7. ผู้สูงอายุ

แพ็กเกจเครื่องกระตุ้นกลืน

แพ็กเกจเครื่องกระตุ้นกลืน
รายการ ค่าบริการ
1 ครั้ง
1,800.-
5 ครั้ง
8,250.-
10 ครั้ง
12,000.-

เงื่อนไขการใช้บริการ

  1. ราคาแพ็กเกจไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาลในครั้งแรก และไม่รวมค่าแพทย์
  2. ขอสงวนสิทธิ์ใช้เฉพาะผู้ที่ชำระเงินเท่านั้น และไม่สามารถคืนเงินได้
  3. โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกร […]

โปรแกรมลดปวดด้วย Shockwave

การรักษาอาการปวดด้วย […]

แพ็กเกจลดปวดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS)

แพ็กเกจลดปวดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS)

ราคาเริ่มต้นที่ 1,000.-


แพ็กเกจลดปวดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS)

Peripheral Magnetic Stimulation

ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ
ด้วยเทคนิคการกระตุ้นประสาทส่วนปลายด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า PMS (Peripheral Magnetic Stimulation)

เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด ชา โดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าเบาๆ ผ่านผิวหนังเพื่อกระตุ้นเส้นประสาท ลดการรับรู้ความเจ็บปวด และช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ใช้งานง่าย ปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการใช้ยาแก้ปวด และดูแลสุขภาพอย่างเป็นธรรมชาติ
แพ็กเกจลดปวดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS)
แพ็กเกจ
1 ครั้ง/พื้นที่
3 ครั้ง/พื้นที่
5 ครั้ง/พื้นที่
ค่าบริการ
1,000.-
2,770.-
4,420.-
รวมค่าประเมินอาการโดยนักกายภาพบำบัด ค่าบริการโรงพยาบาล ไม่รวมค่าแพทย์

เงื่อนไขการใช้บริการ

  • ราคาแพ็กเกจรวมค่าประเมินอาการโดยนักกายภาพบำบัดค่าบริการโรงพยาบาล ไม่รวมค่าแพทย์
  • กรุณาใช้บริการภายใน 90 วัน นับจากวันที่ซื้อ แพ็กเกจดังกล่าวไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิ์และส่วนลดอื่นๆได้
  • ขอสงวนสิทธิ์ใช้เฉพาะผู้ที่ชำระเงินเท่านั้น และไม่สามารถคืนเงินได้
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกร […]

โปรแกรมลดปวดด้วย Shockwave

การรักษาอาการปวดด้วย […]

ทันตอุปกรณ์ รักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง

ราคาเริ่มต้นที่ 12,000.-


ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง
สำหรับรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Mandibular advancement device (MAD) for treating snoring and obstructive sleep apnea (OSA)

การใส่ทันตอุปกรณ์ คืออีกทางเลือกในการรักษานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การใช้เครื่องมือปรับตำแหน่งขากรรไกร เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างขึ้น จะทำให้สามารถช่วยลดการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

รศ.ทพ.ดร.ชิษณุ แจ้งศิริพันธ์
ทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาทันตกรรมจัดฟันและสาขาทันตเวชศาสตร์การนอนหลับ

การใส่ทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง (MAD) จะช่วยเปิดทางเดินหายใจบริเวณคอหอยให้กว้างขึ้น ลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในลำคอซึ่งเป็นสาเหตุของเสียงกรน และยังช่วยลดการอุดกั้นทางเดินหายใจในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเครื่องมือนี้จะใส่ในช่องปากขณะนอนหลับ โดยมีการออกแบบให้รองรับกับฟันบนและฟันล่างเฉพาะในแต่ละบุคคล จึงมีขนาดกะทัดรัดสวมใส่สบาย และเมื่อสวมใส่จะช่วยดันขากรรไกรล่างให้ยื่นไปด้านหน้าในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อช่วยเปิดทางหายใจให้โล่งขึ้น

ภาพตัวอย่างทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง (MAD) ที่ช่วยในการรักษานอนกรน (OSA)
ภาพตัวอย่างทันตอุปกรณ์ยื่นขากรรไกรล่าง (MAD) ที่ช่วยในการรักษานอนกรน (OSA)

MAD เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีประวัตินอนกรนอย่างเดียว หรือนอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลาง
  • ผู้ที่มีประวัตินอนกรนระดับรุนแรง แต่ไม่สามารถยอมรับการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ได้

ขั้นตอนการทำ MAD

  • ซักประวัติ ทำแบบสอบถาม ตรวจสภาพช่องปาก ถ่ายภาพรังสี พิมพ์ปาก และบันทึกการสบฟัน เพื่อวินิจฉัยโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง
  • หลังรับเครื่องมือและปรับตัวกับ MAD ที่ใส่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะทำนัดตรวจเพื่อประเมินผล และปรับอุปกรณ์
  • ตรวจติดตามอาการต่อเนื่องทุก 6 เดือน และอาจส่งต่อเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจการนอนหลับเพื่อยืนยันผลการรักษาต่อไป
เริ่มต้นเพียง
12,000.-
แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การนอนหลับ เพื่อการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล

โปรแกรมและแพ็คเกจ

วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธ์ุ

วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธ์ุ

(Prevnar 20)

3,690.- (รวมค่าแพทย์และค่าบริการ)


PCV20 ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสในกระแสเลือด (Invasive Pneumococcal Disease)
BUY NOW!

โรคปอดอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือดจากแบคทีเรียนิวโมคอคคัส

Pneumococcus
โรคปอดอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือดจากแบคทีเรียนิวโมคอคคัส
Pneumococcus
แบคทีเรียนิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae) พบได้ในโพรงจมูกและลำคอของทุกคน แต่มักก่อโรคเมื่อร่างกายอ่อนแอหรือในรายที่ภูมิคุ้มกันร่างกายไม่แข็งแรง เช่น ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวทุกวัย ในผู้ใหญ่ เชื้อมักก่อโรคที่ปอด ทำให้เกิดปอดอักเสบส่งผลให้มีอาการหอบ เหนื่อย หายใจลำบาก มีไข้สูง หนาวสั่นและไอมีเสมหะ หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดจะยิ่งทวีความรุนแรงและเพิ่มอัตราการเสียชีวิต สูงถึง 20% และสูงขึ้นถึง 60% ในผู้สูงอายุ เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสไม่เพียงก่อโรคในผู้ที่สัมผัสเชื้อเท่านั้น แต่ยังสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่งได้อีกด้วย
วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธ์ุ (Prevnar 20)
ก่อนหน้านี้ในประเทศไทยจะนิยมการให้วัคซีนป้องกัน IPD ในผู้ใหญ่ เป็นการฉีดเข้ากล้าม 2 เข็ม คือ PCV13 เว้นระยะ 1 ปีแล้วฉีดกระตุ้นด้วย PPSV23 แต่ในปัจจุบันมีวัคซีนรุ่นใหม่คือ PCV20 ให้ด้วยการฉีดเข้ากล้ามเพียง 1 เข็ม ครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัสชนิด 20 สายพันธุ์ (1, 3, 4, 5, 6A, 6B, 7F, 9V, 14, 18C, 19A, 19F, 23F, 8, 10A, 11A, 12F, 15B, 22F, 33F)
PCV20 ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสในกระแสเลือด (Invasive Pneumococcal Disease)
  • 86.8% ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 61 ปีขึ้นไป และ
  • 83.2% ในทุกช่วงวัย
ข้อดี
  • ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรค ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรค
  • เพิ่มการป้องกันโรคปอดบวมและโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ได้มากกว่า 80%
  • เพิ่มความสะดวกด้วยการฉีดเพียง 1 เข็ม ก็ครอบคลุม
  • การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น วัคซีนชนิดคอนจูเกต ซึ่งมีการเพิ่มโปรตีนเข้าไปในโครงสร้างของวัคซีน ทำให้มีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าวัคซีนชนิดพอลีแซคคาร์ไรด์
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

MRI and MRA Brain Screening

ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง : 12,122.-

MRI and MRA Brain Screening


ตรวจสุขภาพ 13 รายการ

ผู้ที่มีความเสี่ยงโรค
ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน โรคหัวใจ อายุที่มากขึ้น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ บุหรี่ แอลกอฮอล์ โคเคน แอมเฟตามีน การดำเนินชีวิต ที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนที่ หรือออกกำลังกาย

ตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง

MRI and MRA Brain Screening
โรคหลอดเลือดสมอง (stroke)
โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ ภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน ไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้เซลล์สมองค่อย ๆ ตายลง
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • ความอ้วน
  • โรคหัวใจ
  • อายุที่มากขึ้น
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • บุหรี่
  • แอลกอฮอล์
  • โคเคน
  • แอมเฟตามีน
  • การดำเนินชีวิต
  • ที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนที่หรือออกกำลังกาย
สามารถตรวจได้โดย การตรวจสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ การตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan) การตรวจ CT Scan จะช่วยวินิจฉัยแยกโรคสมองขาดเลือดกับโรคเลือดออกในสมองได้ โดยที่ใช้เวลาในการทำน้อยกว่า MRI Scan ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ส่วนการตรวจ MRI Scan จะมีความไวในการตรวจสมองขาดเลือดในระยะแรกๆ มากกว่าการทำ CT Scan และสามารถช่วยวินิจฉัยแยกโรคสมองขาดเลือดกับโรคเลือดออกในสมองได้เช่นกัน
การคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสิ่งจำเป็น เพื่อสำรวจความผิดปกติ หรือมีความบกพร่องของสมอง เพื่อจะได้รักษา ป้องกัน หรือ ผ่อนหนักให้เป็นเบา หากมีการดูแลอย่างดี ตรวจสอบหาข้อบกพร่อง และแก้ไขแต่ระยะต้นๆ ร่างกายก็จะอยู่กับเราได้นานขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง
ตรวจร่างกายทั่วไปโดยอายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง
Physical Examination
ตรวจวัดความดันโลหิต, ชีพจร
BP, Pulse
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
CBC
ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด
FBS
ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด
HbA1C
ตรวจสมรรถภาพการทำงานของตับ
SGPT
ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต
Creatinine
ตรวจหาระดับไขมันในเลือด
Cholesterol
ตรวจหาระดับไขมันในเลือด
Triglyceride
ตรวจหาระดับไขมันชนิดดีในเลือด
HDL
ตรวจหาระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด
LDL
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
Electrocardiogram (EKG)
ตรวจหลอดเลือดสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
MRI and MRA Brain Screening
12,122.-
เงื่อนไขการใช้บริการ
  • รวมค่าแพทย์และค่าบริการ
  • กรุณางดน้ำและอาหารอย่างน้อย 10 - 12 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการตรวจ
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน Bone Care

โปรแกรมตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน

BONE CARE PROGRAM

BONE CARE 1 : 2,800.-

BONE CARE 2 : 1,600.-


ภาวะกระดูกบางหรือผุพรุน
ภาวะกระดูกบางหรือผุพรุนจากการเสื่อมสลายของมวลกระดูกทำให้ความหนาแน่นของกระดูกลดลง เสี่ยงต่อการหักหรือพิการได้ง่าย ตำแหน่งที่พบกระดูกหักได้บ่อย คือ กระดูกสันหลัง กระดูกข้อมือและกระดูกสะโพก อาจเกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น หลังค่อม การหายใจไม่เต็มที่ เหนื่อยหอบ เอ็นอักเสบและข้อกระดูกเสื่อม เดินไม่ได้เป็นภาระต่อคนรอบข้าง การผ่าตัดต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง และมีอัตราการเสียชีวิตสูง
โดยปกติในวัยเด็กร่างกายจะมีขบวนการสร้างกระดูกมากกว่าการสลายจนมีการสะสมมวลกระดูกได้สูงสุด เมื่ออายุ 30 ปี หลังจากนั้นจะมีการเสื่อมสลายของกระดูกอย่างต่อเนื่องมากกว่าการสร้าง โดยเฉพาะในสตรีที่เข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนจะมีการสูญเสียมวลกระดูกอย่างรวดเร็วมากกว่าเพศชายถึง 2-3 เท่า
ใครมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน
  1. สตรีวัยหมดประจำเดือน หรือได้รับการผ่าตัดรังไข่ทั้ง 2 ข้าง
  2. ผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี
  3. มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกสะโพกหัก
  4. เคยมีประวัติกระดูกหัก เมื่ออายุมากกว่า 50 ปี และจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกหักซ้ำ
  5. รูปร่างผอมบาง น้ำหนักตัวน้อย
  6. ขาดสารอาหารแคลเซียมและวิตามินดี
  7. ไม่ออกกำลังกายหรือไม่เคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน เช่น นอนรักษาตัวนานหรือใส่เฝือกนานๆ
  8. สูบบุหรี่
  9. ชอบดื่มสุรา น้ำอัดลม ชา กาแฟ ยาชูกำลัง
  10. ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นประจำ ยารักษาโรคเบาหวาน โรคต่อมไธรอยด์ ยายับยั้งการตกไข่ในโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ เป็นต้น
ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน และพบแพทย์เพื่อประเมิน ป้องกันหรือรักษาให้กระดูกมีสุขภาพที่ดี
รายการตรวจ
BONE CARE 1
BONE CARE 2
ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์
Physical Examination
ตรวจระดับวิตามินดี
Vitamin D Total
ตรวจระดับแคลเซียม
Calcium
ตรวจมวลกระดูกสันหลังและสะโพก
Bone density 2 Parts (Lumbar, hip)
2,800
1,600
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and blood vessel screening program

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and Blood Vessel Screening Program

ราคาสุดพิเศษ 2,690.- รายการตรวจ 16 รายการ


"เพราะหัวใจ มีดวงเดียว" ให้โรงพยาบาลบางโพ เป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพของคุณและครอบครัวที่คุณรัก

โปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด

Heart and Blood Vessel Screening Program
"Check กันหน่อย..คุณเสี่ยงเป็นโรคหัวใจแค่ไหน"
กับโปรแกรมคัดกรองหัวใจและหลอดเลือด
โรคหัวใจและหลอดเลือด (Heart Disease) กลุ่มโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น โรคหัวใจเป็น โรคเรื้อรังร้ายแรงที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ เพศ รวมถึงขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยผู้ป่วยมักจะเริ่มรู้ตัวเมื่ออาการของโรคหัวใจเข้าสู่ระยะรุนแรง เช่น แน่นหน้าอกอย่างรุนแรง ปวดร้าวไปยังหัวไหล่ แขนหรือกรามด้านซ้าย รู้สึกจุกแน่นที่บริเวณกลางอกหรือลิ้นปี่ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคหัวใจควรได้รับการดูแลเรื่องการบริโภคอาหารและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคอื่นๆ แทรกซ้อนได้
"เพราะหัวใจ มีดวงเดียว" ให้เราเป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพของคุณและคนที่รัก
ตรวจ 16 รายการ เพียง 2,690.-
  • ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์ Physical Examination
  • ตรวจวัดความดันโลหิต,ชีพจร BP, Pulse
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
  • ตรวจเอกซเรย์ปอดดิจิตอล Chest X-ray
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC
  • ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด FBS
  • ตรวจหาระดับน้ำตาลสะสมในเลือด HbA1C
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของตับ SGPT
  • ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต Creatinine
  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด Cholesterol
  • ตรวจหาระดับไขมันในเลือด Triglyceride
  • ตรวจหาระดับไขมันชนิดดีในเลือด HDL
  • ตรวจหาระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด LDL
  • ตรวจความสมบูรณ์ของปัสสาวะ UA
  • ตรวจระดับฮอร์โมนไธรอยด์ TSH (Thyroid Stimulating Hormone)
  • ตรวจหาไลโพโปรตีน สารบ่งชี้ความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด Lipoprotein a
รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ
  • งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ 6 - 8 ชั่วโมง (จิบน้ำเปล่าได้)
  • ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนเข้ารับการตรวจ 24 - 48 ชั่วโมง
  • ไม่ควรสูบบุหรี่ ก่อนมารับการตรวจสุขภาพ เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงเกินจากปกติ
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ หากอดนอนจะทำให้ผลการตรวจผิดปกติ โดยเฉพาะความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิของร่างกาย อาจทำให้แพทย์ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีความผิดปกติจริงหรือไม่
  • หากสงสัยว่าตั้งครรภ์กรุณาแจ้งพยาบาล ก่อนรับการตรวจ
  • สำหรับสุภาพสตรี ไม่ควรตรวจในช่วงที่มีประจำเดือน ควรตรวจหลังหมดประจำเดือน 7 วัน เพราะอาจมีผลต่อการแปรผล
  • หากรับประทานยาประจำ หรืออาหารเสริมบางชนิดอยู่ ควรแจ้ง แพทย์ก่อนตรวจสุขภาพ เพราะยาและอาหารเสริมบางชนิด มีผลต่อผลการตรวจเลือด ผลการตรวจปัสสาวะ หรือ ผลการตรวจอุจจาระ
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
  • ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว
  • กรณีซื้อผ่าน online กรุณาใช้บริการภายในวันเวลาที่กำหนด 31 ธันวาคม 2568
  • กรุณานัดหมายก่อนเข้ารับบริการล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน ที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ โทร. 02-587-0144 ต่อ 2300 หรือ @line : @bangpohospital
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมการส่งเสริมการขายอื่นๆ การเรียกเก็บจากบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกันฯ รวมถึงส่วนลดอื่นๆได้
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด เงื่อนไข ราคา และอื่นๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

เพราะหัวใจต้องการคนดูแล

การดูแลหัวใจให้แข็งแ […]

วัคซีนป้องกันไวรัส RSV

วัคซีนป้องกันไวรัส RSV

สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป หรือ 50 – 59 ปี ที่มีโรคร่วม

9,500.-

รวมค่าแพทย์และค่าบริการ
  • ป้องกันการติดเชื้อ RSV 82.6%
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างแอนติบอดี ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส
  • ลดความเสี่ยงการรักษาในโรงพยาบาล ลดการเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง
    • โรคหลอดลมอักเสบและโรคปอดบวมจากไวรัส RSV

วัคซีนป้องกันไวรัส RSV

RSV Vaccine
ในอดีต RSV เป็นไวรัสที่ไม่มีวัคซีนในการป้องกัน แต่ในปัจจุบัน มีการวิจัยพัฒนาวัคซีน RSV ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ค.ศ.2023 องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติวัคซีน RSV ตัวแรกสำหรับผู้สูงอายุและสตรีมีครรภ์ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาวัคซีนเพิ่มเติมและการศึกษาทางคลินิกที่กำลังดำเนินการเพื่อสร้างวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับกลุ่มประชากรที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ RSV
ปัจจุบันในโรงพยาบาลบางโพมีวัคซีนที่เป็น Adjuvanted monovalent RSV vaccine (Arexvy) เป็นทางเลือกสำหรับผู้ต้องการรับวัคซีน RSV โดยข้อมูลในปัจจุบันแนะนำให้ฉีดเข้ากล้าม 1 เข็ม โดยไม่ต้องมีการฉีดกระตุ้น
วัคซีนป้องกันไวรัส RSV
สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป หรือ 50 - 59 ปี ที่มีโรคร่วม
  • ป้องกันการติดเชื้อ RSV 82.6%
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างแอนติบอดี ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส
  • ลดความเสี่ยงการรักษาในโรงพยาบาล ลดการเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง
    • โรคหลอดลมอักเสบและโรคปอดบวมจากไวรัส RSV
คำแนะนำในการฉีด
ผู้ที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ของการรับวัคซีน
  • ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีนอื่นๆ
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับการรักษาด้วยยาที่กดระบบภูมิคุ้มกัน
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

แพ็กเกจผ่าตัดก้อนที่เต้านม (Excision)

แพ็กเกจผ่าตัดก้อนเนื้อที่เต้านม

Excision Breast Mass

29,900

  • เบิกประกันได้
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ต้องนอน รพ.

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ดังนั้น การผ่าตัดเต้านมออกข้างเดียว หรือ ทั้งสองข้าง จะทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้

แพ็กเกจผ่าตัดก้อนที่เต้านม (Excision)

Excision Breast Mass
การผ่าตัดเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านม คือ การผ่าตัดเพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม เป็นที่รู้กันแล้วว่ามะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งเต้านมนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตามข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า มีผู้หญิงอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมสูง ดังนั้น การผ่าตัดเต้านมออกข้างเดียว หรือ ทั้งสองข้าง จะทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ การผ่าตัดเต้านมออกสามารถทำได้โดยการตัดเนื้อส่วนที่เป็นเนื้อนมออก อาจจะตัดผิวหนัง หรือ หัวนม ออกด้วยหรือไม่ก็ได้
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
  • แพ็กเกจดังกล่าวไม่ครอบคลุมกรณีมีโรคประจำตัว
  • แพ็กเกจดังกล่าวไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิและส่วนลดอื่นๆ ได้ เช่น ผู้ถือหุ้น บริษัทคู่สัญญา
  • กรณีใช้สิทธิประกัน โรงพยาบาลตรวจสอบสิทธิความคุ้มครอง 3-5 วันทำการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกัน
  • การเข้าร่วมแพ็กเกจขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น (เฉพาะแพทย์ที่เข้าร่วมรายการ)
ราคาแพ็กเกจดังกล่าวรวมค่าบริการ ดังนี้
  1. ผ่าตัดก้อนที่เต้านม 1 ข้าง (ก้อนขนาดไม่เกิน 2.5 ซม.) รวมค่าบริการและตรวจชิ้นเนื้อแล้ว
  2. รวมค่าแพทย์ผ่าตัด ค่ายา และเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการผ่าตัด
  3. ค่าห้องผ่าตัด บริการพยาบาลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องผ่าตัด
  4. ค่ายากลับบ้าน
ราคาแพ็กเกจดังกล่าวไม่รวมค่าบริการ ดังนี้
  1. ไม่รวมอัตราค่าบริการตรวจรักษาก่อนผ่าตัด (ค่าตรวจทางเทคนิคการแพทย์,พยาธิวิทยา)
  2. ไม่รวมการให้ยาเพื่อรักษาโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน / ความดัน / หัวใจ / อาการทางสมอง
  3. ไม่รวมกรณีมีการใช้ยาหรือเวชภัณฑ์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากแพ็กเกจ คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามความเป็นจริงในราคาปกติ
  4. กรณีแพทย์เจ้าของไข้ต้องการส่งผู้ป่วยเพื่อปรึกษาอาการของโรคอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการผ่าตัด
  5. ไม่รวมค่ารักษาภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัด
  6. กรณีทำหัตถการเกินเวลาที่กำหนดในแพคเกจคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มตามจริง
  7. ไม่รวมค่าการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนผ่าตัด
วันนี้ - 31 มกราคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

โปรแกรมลดปวดด้วย Shockwave

การรักษาอาการปวดด้วยเครื่อง Shockwave Therapy


ทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังรักษา (ในกรณีที่เป็นในระดับความรุนแรงเล็กน้อยหรือเพิ่งเริ่มมีอาการ)

การรักษาอาการปวดด้วยเครื่อง Shockwave Therapy

Shockwave Therapy
คลื่นกระแทก (Shockwave) ทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง หลักการทำงานของเครื่อง Shockwave จะส่งคลื่นกระแทกที่ลึกและมีความถี่เข้าไปในบริเวณที่มีอาการปวด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารมาลดอาการปวดในบริเวณกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่มีปัญหา สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังรักษา (ในกรณีที่เป็นในระดับความรุนแรงเล็กน้อยหรือเพิ่งเริ่มมีอาการ)
Shockwave ช่วยรักษาอาการอะไรบ้าง
ประโยชน์ของการรักษาอาการปวดทางการแพทย์ นิยมใช้เทคโนโลยี Shockwave Therapy เพื่อรักษาอาการ 3 อาการหลักคือ
  1. อาการออฟฟิศซินโดรม
    อาการออฟฟิศซินโดรมเกิดจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ขาดการลุกออกจากที่นั่งเพื่อยืดเส้นยืดสายรวมถึงนั่งในท่าที่ผิดสรีระจะก่อให้เกิดอาการ ปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดข้อมือปวดหลัง ปวดเอว ปวดแขนขา ปวดกราม ต้นคอ ปวดข้อมือ ฝ่ามือ ไมเกรน อาการเหล่านี้สามารถรักษาได้ด้วย Shockwave ปวดคอ บ่า ไหล่
  2. อาการเส้นเอ็นอักเสบ
    อาการเส้นเอ็นอักเสบเกิดจากการใช้งานซ้ำที่ทำให้เกิดความเครียดต่อเส้นเอ็น อาการเส้นเอ็นอักเสบ เช่น เอ็นข้อมืออักเสบ เอ็นหัวไหล่อักเสบจากหินปูนเกาะ เอ็นเข่าอักเสบ ปลอกหุ้มเส้นเอ็นข้อมืออักเสบ เอ็นร้อยหวายอักเสบ เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ
  3. อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
    อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังเกิดจากการใช้มัดกล้ามเนื้อผิดท่าทางซ้ำๆ เป็นเวลานาน จนเกิดความผิดปกติในการหดตัว อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง เช่น พังผืดทับเส้นประสาท ปวดสะโพกร้าวลงขา อาการปวดร้าวบริเวณสะบัก อาการเอ็นอักเสบเรื้อรัง อาการปวดข้อเข่าในนักกีฬากระโดดสูง อาการปวดข้อไหล่ อาการปวดส้นเท้า อาการอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณสันหน้าแข้ง อาการปวดข้อศอกด้านนอก
นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด กระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ยับยั้งกระบวนการอักเสบ ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ จุดเจ็บได้รับการผ่อนคลาย สลายหินปูนในเส้นเอ็น กระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการบาดเจ็บใหม่ จนเกิดกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นใหม่
ผลที่ได้จากการรักษาและระยะในเวลาการรักษา
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดลดลงเกือบ 50% หรือบางรายหายปวดหลังทำการรักษาในครั้งแรก (ในกรณีที่เป็นในระดับความรุนแรงเล็กน้อยหรือเพิ่งเริ่มมีอาการ) จากนั้นควรเว้นระยะห่างการรักษาครั้งถัดไป 1- 2 สัปดาห์ เพื่อให้เวลาร่างกายซ่อมแซมการอักเสบเรื้อรังที่เป็นอยู่โดยธรรมชาติ โดยจำนวนครั้งในการรักษาทั้งหมดอยู่ที่ 2-5 ครั้งแล้วแต่ความรุนแรงของอาการ
โปรแกรม Shockwave Therapy ลดปวดเรื้อรัง ด้วย Shockwave
อัตราค่าบริการ Shockwave
รายการ
จำนวน
ราคา
A
1,000 shot
800.-
B
1,500 shot
1,200.-
C
2,000 shot
1,600.-
D
2,500 shot
2,000.-
E
3,000 shot
2,400.-
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
  • ราคาแพ็กเกจรวมค่าประเมินอาการโดยนักกายภาพบำบัด
  • ราคาแพ็กเกจไม่รวมค่าตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ในการเข้ารับบริการครั้งแรก
  • กรุณาใช้บริการภายใน 90 วัน นับจากวันที่ซื้อ แพ็กเกจดังกล่าวไม่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิ์และส่วนลดอื่นๆ ได้
  • ขอสงวนสิทธิ์ใช้เฉพาะผู้ที่ชำระเงินเท่านั้น และไม่สามารถคืนเงินได
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า

ฝึกกลืนด้วยเครื่องกร […]

โปรแกรมลดปวดด้วย Shockwave

การรักษาอาการปวดด้วย […]

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับเด็ก

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับเด็ก


การตรวจสุขภาพเด็กในทุกช่วงวัยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละช่วงวัยจะมีการพัฒนาการ และความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกายที่แตกต่างกันออกไป การตรวจสุขภาพจึงเป็นการประเมินการเจริญเติบโตและติดตามเฝ้าระวังด้านพัฒนาการเป็นระยะๆ

โปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับเด็ก

Health check program for children
การตรวจสุขภาพเด็กในทุกช่วงวัยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละช่วงวัยจะมีการพัฒนาการ และความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกายที่แตกต่างกันออกไป การตรวจสุขภาพเป็นการประเมินการเจริญเติบโตและติดตามเฝ้าระวังด้านพัฒนาการเป็นระยะๆ ทั้งโภชนาการที่สมกับวัย รวมถึงสุขภาพสายตาและสุขภาพฟัน โดยเฉพาะในส่วนของสมอง ซึ่งหากเกิดความผิดปกติเกิดขึ้นในระยะนี้ จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และสติปัญญาในระยะยาว หากพบความผิดปกติแพทญ์จะช่วยให้ดูแลรักษาได้ทันท่วงที
รายการตรวจ
Program
1
Program
2
Program
3
Program
4
ตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์
(Physical Examination)
ตรวจวัดระดับการมองเห็น
(Visual acuity หรือ VA)
เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ตรวจสุขภาพฟัน
เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ตรวจวัดค่าดัชนีมวลกาย
(BMI)
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
(CBC)
ตรวจสมรรถภาพการทำงานของไต
(BUN, Creatinine)
ตรวจสมรรถภาพการทำงานของตับ
(SGOT, SGPT, Alk)
ตรวจปัสสาวะสมบูรณ์แบบ
(UA)
ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอับเสบ บี
(HBsAg)
ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบ บี
(HBsAb)
ตรวจไธรอยด์ฮอร์โมน
(TSH, FT4)
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
(FBS)
ตรวจวัดระดับไขมันในเลือด - โคเลสเตอรอล
(Cholesterol)
ตรวจวัดระดับไขมันในเลือด -ไตรกลีเซอร์ไรด์
(Triglyceride)
ตรวจหาไขมันโคเลสเตอรอลชนิดดี
(HDL-C)
ตรวจหาไขมันโคเลสเตอรอลชนิดเลว
(LDL-C)
ราคาปกติ
2,388.-
2,988.-
3,480.-
4,560.-
ราคาแพ็กเกจ
1,990.-
2,490.-
2,900.-
3,800.-
รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมและแพ็คเกจ