ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารศูนย์การแพทย์ (อาคาร 2) โดยโลหิตทั้งหมดมอบให้สภากาชาดไทย
กำหนดการบริจาคโลหิตปี 2564

ครั้งที่ กำหนดการ
1 วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564
2 วันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2564
3 วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม 2564
4 วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2564
ผู้บริจาคโลหิตรายใหม่ได้คัดกรองตนเองก่อนบริจาคโลหิต ดังนี้

  1. ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ หรือเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 งดบริจาคโลหิต 4 เดือน
  2. ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 งดบริจาคโลหิต 4 เดือน
  3. ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัส โควิด-19 นับตั้งแต่ตรวจพบเชื้อ และหายป่วยโดยไม่มีอาการใดๆ หลงเหลืออยู่ งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์
  4. ภายหลังบริจาคโลหิต หากผู้บริจาคโลหิตได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ให้แจ้งหน่วยงานที่รับ บริจาคโลหิตทันที
  5. ผู้บริจาคโลหิตจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพตนเอง โดยให้ข้อมูลตรงตามความเป็นจริง
คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต

  1. อายุระหว่าง 17 - 70 ปีบริบูรณ์ ผู้ที่มีอายุระหว่าง 17 ปี ไม่เกิน 18 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
  2. ผู้บริจาคโลหิตเป็นครั้งแรก ถ้าอายุเกิน 55 – 60 ปี และให้อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ และ พยาบาล
  3. ผู้บริจาคโลหิตอายุระหว่าง 60 ไม่เกิน 70 ปี แบ่งเกณฑ์การคัดเลือกตามาอายุ 2 ช่วง ดังนี้
    • การคัดเลือกผู้บริจาคโลหิตอายมากกว่า 60 จนถึง 65 ปี (ไม่รับบริจาคในหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่)
      1. เป็นผู้บริจาคโลหิตประจำมาโดยตลอดจนกระทั่งอายุ 60 ปี
      2. บริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 4 ครั้ง คือทุก 3 เดือน
      3. ตรวจ Complete Blood Count (CBC),Serum Ferritin (SF) ปีละ 1 ครั้ง เพื่อประกอบการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทั่วไป และสำหรับแพทย์ใช้ผลการตรวจ SF ในการติดตามและ
        ปรับการให้ธาตุเหล็กทดแทน
    • ผู้บริจาคโลหิตอายุมากกว่า 65 - 70 ปี (ไม่รับบริจาคในหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่)
      1. เป็นผู้บริจาคโลหิตต่อเนื่องสม่ำเสมอในช่วงอายุระหว่าง 60 ปี จนถึง 65 ปี
      2. บริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง คือ ทุก 6 เดือน
      3. ต้องได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพโดยแพทย์ หรือพยาบาลของธนาคารเลือดหรือหน่วยงานรับบริจาคโลหิตซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้บริจาคโลหิต
      4. ตรวจ CBC และ SF ปีละ 1 ครั้ง
    ทั้งสองช่วงอายุให้ดูผล hemoglobin ่จาก CBC ที่เจาะในวันเดียวกันกับที่จะบริจาคโลหิต หรือจากการเจาะปลายนิ้ว ถ้าอยู่ในเกณฑ์กำหนด อนุญาตให้บริจาคโลหิตได้ สำหรับผลการตรวจอื่น ๆ ที่ไม่ได้ผลทันที ให้เก็บไว้ประกอบการให้คำปรึกษาหลังจากการบริจาคโลหิตครั้งนี้ ในโอกาสที่มาบริจาคโลหิตครั้งต่อไป หรือแจ้งผลโดยวิธีอื่นๆตามความเหมาะสม ผู้บริจาคโลหิตในช่วงอายุ 60 ปี ถึง 70 ปี ที่บริจาคโลหิตไม่สม่ำเสมอ มีการหยุดบริจาคทิ้งช่วงเกิน 1 ปี ให้เจาะเลือดตรวจตามที่ระบุไว้และนัดให้ผู้บริจาคมาฟังผลเพื่อพิจารณาการรับบริจาคโลหิต
    ภายใน 1-2 สัปดาห์ และต้องเจาะเลือดจากปลายนิ้วตรวจฮีโมโกลบินซ้ำตามขั้นตอนการรับบริจาคโลหิต ในวันที่บริจาคโลหิตผู้ที่มีอายุเกิน 55 ปีจนถึง 60 ปี ที่ต้องการบริจาคโลหิตเป็นครั้งแรก ให้อยู่ในดุลพินิจของแพทย์/พยาบาล ไม่ควรรับบริจาคโลหิตจากผู้ที่อายุเกิน 60 ปี ในหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่
  4. น้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัม ขึ้นไป
  5. สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงพร้อมที่จะบริจาคโลหิต
  6. นอนหลับพักผ่อนเพียงพอในเวลาปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่มาบริจาคโลหิต
  7. ไม่มีประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ, โรคตับ, โรคปอด, โรคเลือด, โรคมะเร็ง, หรือมีภาวะโลหิตออกง่ายและหยุดยาก
  8. ไม่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ใน 7 วันที่ผ่านมา
  9. สตรีไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือน ที่ผ่านมา
  10. น้ำหนักต้องไม่ลดผิดปกติในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่ทราบสาเหตุ
  11. หากรับประทานยาแอสไพริน, ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 3 วัน ถ้าเป็นยาแก้อักเสบหรือยาอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 7 วัน
  12. ไม่เป็นโรคหอบหืด, ผิวหนังเรื้อรัง, วัณโรค หรือภูมิแพ้อื่นๆ
  13. ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, หัวใจ, ตับ, ไต, มะเร็ง, ไทรอยด์,โลหิตออกง่าย-หยุดยาก หรือโรคประจำตัวอื่นๆ
  14. หากถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูนหรือรักษารากฟัน ต้องทิ้งระยะอย่างน้อย 3 วัน กรณีผ่าฟันคุด ให้เว้นอย่างน้อย 7 วัน จนกว่าแผลจะหายสนิทไม่มีอาการอักเสบ
  15. หากเคยได้รับการผ่าตัดใหญ่ต้องเกิน 6 เดือน, ผ่าตัดเล็ก ต้องเกิน 7 วัน
  16. ท่านหรือคู่ครองของท่านต้องไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
  17. ต้องไม่มีประวัติยาเสพติด หรือเพิ่งพ้นโทษ ต้องเกิน 3 ปี และมีสุขภาพดี
  18. หากเจาะหู, สัก, ลบรอยสักหรือฝังเข็มในการรักษา โดยใช้เครื่อมือร่วมกัน หรือในสถานที่ที่มีคุณภาพความสะอาดต่ำ อาจติดเชื้อโรคทางกระแสโลหิต จึงควรงดบริจาคอย่างน้อย 1 ปี แต่หากกระทำด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่สะอาดปราศจากเชื้อ โดยผู้ชำนาญ และเป็นวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวเฉพาะตัว เว้นระยะเวลาให้แผลอักเสบหายสนิทอย่างน้อย 7 วัน
  19. หากมีประวัติเจ็บป่วยและได้รับโลหิตของผู้อื่น ต้องเกิน 1 ปี
  20. หากมีประวัติเป็นมาลาเรีย ถ้าเคยเป็นต้องหายมาแล้วเกิน 3 ปี หากเคยเข้าไปในพื้นที่ ที่มีเชื้อมาเลเรียชุกชุม ต้องทิ้งระยะอย่างน้อยเกิน 1 ปี จึงบริจาคโลหิตได้
  21. หากเคยเจ็บป่วยต้องรับโลหิตของผู้อื่นที่ประเทศอังกฤษในระหว่างปีพ.ศ.2523-2539 งดรับบริจาคโลหิตถาวร
  22. หากเคยพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษรวมระยะเวลา 3 เดือน ในระหว่างปี พ.ศ.2523-2539 หรือ เคยพำนักในยุโรปรวมระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2523-ปัจจุบัน งดรับบริจาคโลหิตถาวร
  23. หากเคยได้รับวัคซีน เพื่อป้องกันโรค หรือเคยรับเซรุ่ม ระยะเวลาที่งดรับบริจาคโลหิตขึ้นกับชนิดขอบวัคซีน หรือ เซรุ่ม
  24. สตรีอยู่ระหว่างมีรอบเดือน ไม่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต ถ้าขณะนั้นสุขภาพแข็งแรง มีโลหิตประจำเดือนไม่มากกว่าปกติ ไม่มีอาการอ่อนเพลียใดๆ ตรวจความเข้มข้นโลหิตผ่านก็สามารถบริจาคโลหิตได้
  25. ก่อนบริจาคโลหิต ควรงดอาหารไขมันสูง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวข้าวหมู ของทอด ของหวาน แกงกะทิต่าง ๆ เป็นต้น
ครั้งที่ กำหนดการ ภาพบรรยากาศ
1 วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561
2 วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561
3 วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม 2561
4 วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561
ครั้งที่ กำหนดการ ภาพบรรยากาศ
1 วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562
2 วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม 2562
3 วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2562

Share this :