ความเครียด วิตกกังวลกับโรคทางระบบทางเดินอาหาร

ความเครียด วิตกกังวลกับโรคทางระบบทางเดินอาหาร

จากสภาวะแวดล้อมของสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันที่สูงในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา เศรษฐกิจ รวมทั้งการใช้ชีวิตแบบโดดเดี่ยว และความใกล้ชิดของบุคคลในครอบครัวที่ลดลง ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้าจึงเป็นปัญหาที่ยากจะหลีกเลี่ยง คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าความเครียดเป็นปัญหาทางด้านจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วผู้ที่มีความเครียดนั้นส่งผลร้ายต่อร่างกายในทุกระบบ ดังเช่น ระบบประสาทคือทำให้เป็นโรคปวดหัวเรื้อรังหรือไมเกรน ระบบหัวใจและหลอดเลือดคือความดันโลหิตสูงมากขึ้น ซึ่งแน่นอนก็ย่อมรวมถึงระบบทางเดินอาหารด้วย

ความเครียดต่อโรคระบบทางเดินอาหารนั้นมีน้อยคนนักที่จะตระหนักถึงความสำคัญ แต่ความจริงแล้วความเครียดนั้นส่งผลให้เกิดโรคทางระบบทางเดินอาหารได้ทุกอวัยวะ ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร จนถึงลำไส้ใหญ่ โดยส่วนของหลอดอาหารก็ทำให้เกิดอาการได้ตั้งแต่ความรู้สึกแปลกๆเหมือนมีก้อนที่คอหรือเรียกว่า “ความรู้สึกแบบโกลบัส” การมีอาการแสบที่บริเวณหน้าอกหรืออาการเรอเปรี้ยวซึ่งเป็นอาหารของกลุ่มโรคกรดไหลย้อน ในส่วนของกระเพาะอาหารนั้นก็ทำให้เกิดอาการจุกแน่น แสบที่บริเวณลิ้นปี่ ท้องอืดคล้ายผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหารได้เรียกว่า “โรคดิสเป๊บเซีย” ท้ายที่สุดในส่วนของลำไส้ใหญ่นั้นก็ทำให้เกิดโรคลำไส้แปรปรวนได้ ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดท้องหรือไม่สบายท้อง และการขับถ่ายผิดปกติได้ทั้งท้องผูกหรือท้องเสีย บางครั้งความรุนแรงของโรคที่กล่าวมานี้ก็อาจจะรุนแรงจนทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเสียไป ทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ต้องหยุดงาน หรือแม้รุนแรงจนกระทั่งต้องนอนโรงพยาบาล นอกจากนั้นแม้ว่าอาการที่บ่งชี้ถึงโรคทางเดินอาหารจะเกิดจากความเครียดได้ แต่ในบางครั้งอาการเหล่านี้ก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือนต่อการเป็นโรคร้ายคือโรคมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการผิดปกติดังนี้คือ กลืนลำบาก อาเจียน อุจจาระเป็นสีดำหรือเป็นเลือด ซีด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ดังนั้นการได้รับการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน และลำไส้ใหญ่เพื่อสืบค้นโรคในผู้ป่วยบางรายจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาผู้ที่มีความเครียดและมีอาการที่บ่งชี้ถึงโรคทางเดินอาหาร ได้แก่ รู้สึกมีก้อนที่คอ รู้สึกกลืนติด กลืนเจ็บ แสบที่บริเวณหน้าอก เรอเปรี้ยว จุกแน่น แสบที่บริเวณลิ้นปี่ ท้องอืด ปวดท้อง ไม่สบายท้อง ท้องผูก ท้องเสียควรที่จะมาปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะได้รับการวินิจฉัย และการสืบค้นโรคโดยการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนและลำไส้ใหญ่อย่างเหมาะสม และไม่พลาดการวินิจฉัยโรคที่เป็นอันตรายได้โดยเฉพาะโรคมะเร็ง

ในแง่ของการรักษา หากพบว่าผู้ป่วยป่วยเป็นโรคทางระบบทางเดินอาหารที่เกิดจากความเครียด นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเครียดแล้ว ในปัจจุบันทางทีมแพทย์ก็จะมียาหลายชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการทางระบบทางเดินอาหาร เพื่อลดความรุนแรงของโรคลง และช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ดังนั้นอย่ารอที่จะมาปรึกษาแพทย์หากท่านมีอาการที่สงสัยความเครียดต่อโรคทางระบบทางเดินอาหาร

Share this :