ต้อลมเเละต้อเนื้อ


ต้อลมและต้อเนื้อ

ต้อลม

เป็นโรคของเยื่อบุตา มีลักษณะเป็นก้อนเหลืองๆ นูนขึ้นมาบริเวณตาขาวส่วนที่ชิดกับกระจกตาดำ มักเป็นบริเวณหัวตา

ต้อเนื้อ

คือต้อลมที่ขยายตัวใหญ่ขึ้น และหนาขึ้น เป็นแผ่นนูนรูปสามเหลี่ยม ลามเข้าไปในกระจกตาดำ มักเกิดขึ้นด้านหัวตามากกว่าหางตา

3.1

สาเหตุ

เกิดการเสื่อมสภาพของเยื่อบุตาเนื่องจากโดนลม ฝุ่นละอองแสงแดดและความร้อนต่างๆ

อาการ

1.เคืองตาเวลาโดนลม ฝุ่นละออง แสงแดด ความร้อน

2.กรณีที่มีการอักเสบ ตาจะบวมแดงเคืองตา น้ำตาไหล อาจมีอาการปวดร่วมด้วย

3.ถ้าลามเข้ากระจกตา อาจทำให้มีการดึงรั้งกระจกตา อาจจะทำให้มีสายตาเอียงได้

4.ถ้าทิ้งไว้นานๆไม่รักษา ต้อเนื้อจะค่อยลุกลามเข้าไปในใจกลางตาดำได้ ทำให้บดบังการมองเห็น

3.2

3.3

การรักษา

1.ระยะที่ยังเป็นแผ่นบางไม่อักเสบ ไม่ต้องใช้ยา หลีกเลี่ยงการโดนลมโดนฝุ่น แสงแดด ถ้ามีอาการเคืองตาแพทย์จะให้การยาหยอดตา และในรายที่ต้อเนื้อเป็นน้อย ไม่จำเป็นต้องผ่าออกเนื่องจากไม่เป็นอันตรายต่อตา

2.ถ้าต้อหนาขึ้นมีการอักเสบ แพทย์จะให้หยอดยาเพื่อลดการอักเสบ

3.กรณีที่ลุกลามเข้าตาดำเกิน 1 ใน 3 ของความกว้างของตาดำ แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดลอกต้อเนื้อออก โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาทำประมาณ ½  – 1 ชั่วโมง เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล

        หลังการผ่าตัดต้อเนื้อออกแล้ว มีโอกาสที่ผู้ป่วยจะกลับมาเป็นซ้ำได้ใหม่อีก  หากชีวิตประจำวันยังคงเจอกับแสงแดดและถูกลมมากๆ ดังนั้นแพทย์จึงมักให้ยาหยอดตาป้องกันการกำเริบหลังผ่าตัดทุกราย

การป้องกัน

1.หลีกเลี่ยงการโดนลมบ่อยๆ ฝุ่นละออง แสงแดด  ความร้อน ควรสวมแว่นตากันแดดที่ป้องกันแสง UV เมื่อออกกลางแจ้ง ที่ที่ต้องเจอลมบ่อยๆ หรือ ที่แสงแดดจัดๆ

2.สวมหน้ากากป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลตขณะทำงานเชื่อมโลหะ

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด

1.แพทย์จะปิดตาแน่นไว้ 1 วัน นัดเปิดตาในวันรุ่งขึ้น หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำอย่างน้อย 7 วัน หรือจนกว่าจะตัดไหม ในกรณีที่แพทย์เย็บแผลไว้

2.หยอดยา ป้ายยา และรับประทานยาให้ครบตามคำสั่งแพทย์ ถ้ามีอาการปวดตา เคืองตา ให้รับประทานยาแก้ปวดได้

3.มาพบแพทย์ตามนัด ถ้าหากมีอาการผิดปกติ ขี้ตามาก ตาบวมผิดปกติให้มาพบแพทย์ทันที

                                           3.4       3.5